Politics

“เพื่อไทย” ติวเข้ม อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ขณะที่ประธานวิปฝ่ายค้าน มั่นใจ ไม่มีงูเห่า

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายกิตติรัตน์ ณระนอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประชุมร่วมกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เตรียมความพร้อมก่อนการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ที่จะมีขึ้นวันที่ 17-19 ตุลาคมนี้

สำหรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายที่ดี หลักการของพรรคเพื่อไทยมองว่า จะต้องเกิดประโยชน์สูงสุด ถูกต้องตามสถานการณ์ ชอบด้วยวิธีการงบประมาณ โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ ขณะเดียวกันพบว่าจากการทำงานพบว่าวิธีการจัดสรรงบประมาณปี 2563 ของรัฐบาลยังไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวถึง ระยะเวลาในการอภิปรายงบประมาณว่า กรอบเวลายังยืนยันว่าเป็น20 ช.ม. ส่วนรัฐบาลจะใช้เวลาเท่าใช้เวลาเท่าไหร่ก็แล้วแต่ โดยเท่าที่คุยกับทางรัฐบาลเชื่อว่ารัฐบาลจะเข้าใจฝ่ายค้านและคาดว่าน่าจะได้ 20 ช.ม.ตามเดิม ถ้าตกลงกันไม่ไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับประธานสภาฯตัดสิน

สภาฯ ได้ส่งกำหนดการมาให้ในวันแรกเริ่ม 9.30 น.ซึ่งจะเป็นเรื่อง พรก.ก่อน และน่าจะเสร็จประมาณเที่ยง หลังเที่ยงจะเป็นเรื่องงบประมาณและจะไปจบที่ 19.00 น.ทั้งหมดก็จะประมาณ 2 วันครึ่ง

ส่วนตัวผู้อภิปรายของพรรคเพื่อไทยได้เตรียมระบบคล้ายลูกเสือจะมีผู้อภิปรายทั่วไป และจะมีนายหมู่ลูกเสือ หมายถึงจะมีผู้อภิปรายหลักหรือนายหมู่ในหมวดใดหมวดหนึ่ง เพื่อเน้นย้ำในแต่ละเรื่องซึ่งก็จะเสริมเป็นระยะๆและสุดท้ายก็จะมีคนสรุป

ซึ่งนายหมู่ มี 11-12 คน เช่น นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ นายศรันวุธ สรันเกศ ซึ่งจะดูคนละเรื่องกัน ส่วนกระทรวงมหาดไทยกับกลาโหมนั้น จะมีการประชุมกันวันนี้เพื่อแจกรายละเอียด

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย

สำหรับหลักการที่ใช้เป็นกรอบในการพิจารณางบประมาณคือ

1.ใช้งบประมาณทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของเงินหรือไม่ หรือเอาไปใช้แบบไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร

2.ใช้งบประมาณในการแก้ปัญหาแระเทศตรงจุดหรือไม่ ตอบโจทย์ประเทศตอบโจทย์ประชนชนหรือไม่

3.ได้ใช้งบประมาณไปตามหลักระเบียบวิธีงบประมาณตามกฎหมายหรือไม่

4.งบประมาณที่จัดโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ประชาชนสามารุตรวจสอบได้หรือไม่ประชาชนมีส่วนร่วมหรือไม่ เพราะฉะนั้นที่คือหลักขั้นรับหลักการ 4 ข้อวาระแรก ที่ต้องถามรัฐบาลและรัฐบาลจะต้องตอบ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

สุดท้ายถ้าฝ่ายค้านไม่ลงมติ จะถูกตีความว่าเป็นการถ่วงความเจริญหรือแกล้งรัฐบาลหรือไม่นั้น นายสุทินเชื่อว่าในการอถิปรายครั้งนี้ จะตอบคำถามเหล่านี้ได้ เพราะฝ่ายค้านจะชี้ให้เห็นจุดบกพร่องชัดเจน แต่ถ้าหากรัฐบาลไม่ยอมรับหรือมีท่าทีที่จะไม่ไปแก้ไข จนฝ่ายค้านคว่ำ ก็คิดว่าสังคมจะเข้าใจ

ซึ่งการคว่ำนี้ไม่ใช่การเสียโอกาส แต่เป็นการนำกลับไปทำใหม่และนำเข้ามาใหม่ก็ยังทัน ในระหว่างที่ทำมาใหม่รัฐบาลก็ยังใช้เงินได้อยู่ ซึ่งกฎหมายใหม่นี้รัฐบาลสามารถใช้เงินล่วงหน้าได้อยู่ เพราะฉะนั้นไม่กระทบ ถ้าตกรัฐบาลก็รีบไปทำใหม่ ก็เสนอใหม่ ซึ่งใช้เวลาไม่นาน

ฉะนั้นการที่จะบอกว่าฝ่ายค้านจ้องจะล้มรัฐบาล หรือทำให้ประเทศเสียโอกาสหรือไม่ อยู่ที่การอภิปรายใน2-3 วันนี้ แต่ถ้าอภิปรายชี้ให้เห็นข้อบกพร่องที่ชัดเจน และรัฐบาลก็ยังไม่รับฟัง แล้วฝ่ายค้านยังปล่อยให้ผ่าน ก็กลัวว่าประชาชนจะหาว่าไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้องดูแลผลประโยชน์ของประชาชนนี่ต่างหากที่น่าห่วง

ทั้งยืนยันว่า ฝ่ายค้านไม่ต้องการจะล้มรัฐบาลไม่ต้องการเอางบประมานมาเล่นเกมการเมือง เพราะฉะนั้นอยู่ที่ว่าถ้ารัฐบาลชี้แจงได้ แล้วยอมรับที่จะเอาข้อบกพร่องที่ฝ่ายค้านชี้ไปแก้ไข ฝ่ายค้านก้อาจจะให้ความร่วมมือ แต่มีข้อแม้ว่ารัฐบาลต้องเปิดใจกว้างแล้วยอมรับ แต่ถ้าไม่เปิดใจกว้างและยอมรับ อย่างไรก็ให้ผ่านไม่ได้ ทั้งนี้ถ้าชี้แจงได้ก็ให้ผ่านอยู่แล้วและเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีงูเห่าและไม่มีใครแหกมติพรรค

Related Posts