Politics

ศาล รธน.อ่านคำวินิจฉัยให้คงสถานะสมาชิกภาพ ส.ส. ‘สิระ เจนจาคะ’ กรณีตรวจสอบการสร้างอาคารชุดภูเก็ต

ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยให้คงสถานะสมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายสิระ เจนจาคะ ด้วยมติ 7:1 จากกรณีนายสิระลงพื้นที่ตรวจสอบการสร้างอาคารชุด ในที่ดินนส.3 จังหวัดภูเก็ตเมื่อวันที่ 18-19 สิงหาคม 2562 นายสิระย้ำเตรียมเอาผิดกับผู้ลงชื่อฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป

จากที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายสิระ เจนจาคะ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (7) ประกอบมาตรา 185 (1) หรือไม่

ผลการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก (7:1) วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (3) ประกอบมาตรา 185 (1 )

“เมื่อข้อเท็จจริงในคดีฟังได้ว่า ในวันที่ 18-19 สิงหาคม 2562 ผู้ถูกร้องรับว่าตนและคณะรวม 8 คนเดินทางไปที่จังหวัดภูเก็ต เกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารชุดซึ่งตั้งอยู่ที่ ที่ดินซึ่งมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ นส.3ก. เลขที่ 1863 หมู่ที่ 2 ต.กะรน อ.เมืองภูเก็จ จ.ภูเก็ต และมีการพูดจากับ พตท.ประเทือง และนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลกะรน ตามที่มีการกล่าวอ้างจริง

แม้ผู้ถูกร้องมิได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการให้ไปดำเนินการสอบหาข้อเท็จจริงจากบุคคลภายนอก แต่การพิจารณาการกระทำจากคำกล่าวอ้าง มี 2 การกระทำ ได้แก่ การกระทำกรณีที่ผู้ถูกร้องพูดจาโดยใช้ถ้อยคำและมีพฤติการณ์เป็นการแสดงออกต่อ พตท.ประเทือง เกี่ยวกับการไม่ดำเนินการจับกุมดำเนินคดีกรณีที่พบเห็นการก่อสร้างที่ผิดกฎหมาย และกรณีไม่จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูแลความปลอดภัยผู้ถูกร้องในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะแล้ว

ศาลรัฐธรรมนูญโดยเสียงข้างมากเห็นว่า การกระทำดังกล่าวของผู้ถูกร้อง เป็นเพียงให้เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนการแสดงพฤติกรรมและการใช้ถ้อยคำของผู้ถูกร้อง คงเป็นเพียงการไม่เห็นด้วยกับการทำหน้าที่ของ พตท.ประเทือง ในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรกะรนเท่านั้น สำหรับการกระทำที่ผู้ถูกร้องพูดจาต่อนายกเทศมนตรี และผู้บริหารเทศบาลตำบลกะรน ก็เป็นเพียงการสอบถามข้อมูลและรับฟังข้อชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายกับการก่อสร้างอาคารชุดดังกล่าว เพื่อให้มีการปฏิบัติหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด

จึงยังฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกร้องใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ในการปฏิบัติราชการหรือการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของ พตท.ประเทือง นายกเทศมนตรี และผู้บริหารเทศบาลตำบลกะรน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 115 (1)

อย่างไรก็ดี พฤติกรรมของผู้ถูกร้องในการแสดงท่าทางและการใช้ถ้อยคำต่อพตท.ประเทือง นายกเทศมนตรี และผู้บริหารเทศบาลตำบลกะรน หากบุคคลใดเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่สุภาพ ไม่เหมาะสมต่อสถานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นสมาชิกรัฐสภา อันเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจอธิปไตยองค์กรหนึ่ง บุคคลนั้นย่อมดำเนินการได้ตามที่รัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.2563 และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้างานธุรการของงศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ซึ่งใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย

หากอาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้อง ไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 วรรค 7 ประกอบมาตรา 185(1)”

Related Posts