เปิดใจ ‘จินนี่-ยศสุดา’ กับเส้นทางการเมืองที่เลือกเอง
เปิดใจ ‘จินนี่-ยศสุดา’ กับเส้นทางการเมืองที่เลือกเอง ยันไม่ได้ถูกแม่บังคับ ไม่คิดทำการเมืองเพราะเป็นทายาทหรือรับมรดก ขอเป็นผู้ช่วยหาเสียงพรรคไทยสร้างไทย เพราะอยากทำเอง ขอตัดสินใจลงสมัคร สส.เมื่อมีความพร้อม ส่วนดราม่าถูกคุกคาม ถือเป็นบททดสอบทางการเมือง
‘จินนี่’ ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ กลายเป็นที่สนใจในทางการเมืองไม่ใช่แค่เพาะเป็นลูกสาว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งภาพคนรุ่นใหม่ สดใส่ รูปลักษณ์ดี เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนหลงรัก พากันกดหัวใจสีม่วง จนกลายเป็นกระแสในโซเซียล และต่างเรียก คุณหญิงหน่อย ว่า แม่หน่อย และ แม่ยาย เต็มโซเซียล
แต่ทันทีที่ จินนี่-ยศสุดา สวมเสื้อพรรคไทยสร้างไทย เดินเคียงคู่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินนำผู้สมัครสส.ของพรรคหาเสียง ทำให้ภาพจินนี่ โดดเด่นในฐานะ ว่าที่นักการเมือง ที่ถูกจับตาคนหนึ่ง จึงมีการตั้งคำถามว่า การลงสนามการเมืองครั้งนี้ เพราะแม่บังคับหรือไม่
“ไม่ได้เป็นการบังคับแต่อย่างใด น้องจินนี่ได้เข้ามาช่วยงานพรรคในระยะหนึ่งแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้หลังเรียนจบได้ออกไปทำงาน และเมื่อออกจากงานจึงกลับมาช่วยงานหาเสียง เขาเติบโตมากับการลงพื้นที่ตั้งแต่เด็ก ได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะความยากลำบากของคนชนบท และปัญหาด้านการศึกษา เมื่อเขาอยากทำตรงนี้เราก็ยินดี”

แม่หน่อย ตอบคำถามนี้ในฐานะแม่ ว่าไม่ได้บังคับ จินนี่ ให้มาช่วยงานพรรค และในฐานะคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็ไม่ได้กดดันให้ลูกสาวมาช่วยหาเสียง เพราะการเมืองไม่ใช่มรดกตกทอด
“การเมืองไม่ใช่เรื่องของมรดกตกทอด แต่เป็นงานอาสา ต้องเกิดจากความสมัครใจ และต้องทำด้วยความรู้สึกว่าอยากทำจริง ๆ พรรคไทยสร้างไทยตั้งใจเป็นพื้นที่ที่ผสมผสานการทำงานของคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ เพื่อให้แนวคิดของคนแต่ละช่วงวัยมาทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ค่ะ” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวย้ำ
มากันที่ ‘จินนี่’ หญิงสาววัย 26 ปี เรียนจบปริญญาตรี คณะบัญชีฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานธุรกิจส่วนตัว และกำลังศึกษาต่อที่ต่างประเทศ มีความสนใจงานการเมือง แต่กลับมองว่า การเมืองไม่ใช่มรดก อยากได้ต้องทำเอง !!
จินนี่ เปิดใจกับ The Reporters ในขณะที่พาชมรถหาเสียงสีชมพู ดัดแปลงมาจากรถเก่า จนกลายเป็นจุดสนใจที่นำมาใช้เป็นรถหาเสียงของ พรรคไทยสร้างไทย
“ก็รู้สึกตื่นเต้นที่ได้มีโอกาสมาช่วยงานพรรคค่ะ แม้จะเป็นบทบาทเล็ก ๆ แต่จินนี่ก็รู้สึกดีใจและภูมิใจ การเข้ามาช่วยงานครั้งนี้เป็นความตั้งใจของตัวเอง แม่ไม่ได้บังคับ แต่ต้องยอมรับว่าซึมซับความสนใจทางการเมืองจากคุณแม่มาตั้งแต่เด็ก ผ่านการลงพื้นที่และจินนี่ก็ร่วมกิจกรรมค่ายอาสาต่าง ๆ และพอมาเห็นคนในพรรคซึ่งมีทั้งรุ่นใหญ่ และรุ่นใหม่ ก็เห็นถึงความหลากหลาย รู้สึกอยากทำงานด้วยกับทุกคน”
จินนี่ ยศสุดา ตอบคำถามชัดเจนว่า เธอไม่คิดว่าการเมืองเป็นเรื่องมรดก หรือพรรคการเมืองจะส่งต่อให้ทายาทได้ เพราะพรรคการเมืองเป็นสถานบันที่ควรให้ทุกคนได้รับโอกาสนั้น และเธอก็ไม่อยากเติบโตในทางลัด หากจะต้องเข้าสู่การเมือง ก็ต้องได้รับการยอมรับ และมาจากความพร้อมของตัวเอง แน่นอนว่า ครอบครัวเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ แต่หากทำการเมืองเพราะได้รับมรดก ก็ไม่ใช่เส้นทางที่เธออยากเป็น
ส่วนดราม่าถูกคุกคามทางเพศ จินนี่ ยอมรับว่า ในช่วงแรกค่อนข้างตกใจ เนื่องจากไม่คุ้นชินกับการถูกพูดถึงในวงกว้าง แต่ภายหลังตั้งสติได้ และมองว่าเป็นบทเรียนสำคัญของการทำงานในพื้นที่สาธารณะ

“การวิพากษ์การทำงานหรือการเมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากเป็นการละเมิดหรือกระทบเรื่องส่วนตัว เห็นว่าจำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อสร้างบรรทัดฐานให้สังคมอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพและให้เกียรติกัน พร้อมสะท้อนว่าปัญหาการบูลลี่บนโลกออนไลน์เป็นเรื่องใหญ่ และอยากเห็นกฎหมายที่คุ้มครองเหยื่ออย่างจริงจัง”
ส่วนความสนใจงานการเมือง จินนี่ ระบุว่า สนใจประเด็นด้านการศึกษาเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นเรื่องใกล้ตัว และมองว่า การเข้าถึงการศึกษาที่เท่าเทียมคือประตูสู่โอกาสในชีวิต โดยชื่นชมนโยบายของพรรคไทยสร้างไทยที่เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี และระบบคูปองการศึกษา ที่ให้อำนาจผู้ปกครองและนักเรียนเลือกสถานศึกษาเอง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการแข่งขันและการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน พร้อมช่วยลดภาระครอบครัวและสร้างอนาคตที่มั่นคงให้เด็กไทย
“เรื่องลงสมัคร สส.จินนี่ ขอพิจารณาตามความพร้อมของตัวเองก่อนค่ะ เพราะงานการเมืองส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนโดยตรง จึงอยากเตรียมความพร้อมและพิสูจน์ตัวเองผ่านประสบการณ์ของตัวเองให้ดีก่อนค่ะ”
จินนี่ ยศสุดา ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคไทยสร้างไทย ทิ้งท้ายขอเสียงจากประชาชน
“พรรคไทยสร้างไทยจึงขออาสาเข้ามาช่วยดูแลประชาชนด้วยนโยบายที่ครอบคลุมตั้งแต่เกิดจนแก่ จึงขอให้ประชาชนเปิดโอกาสให้พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 48 ได้ทำหน้าที่บริหารประเทศด้วยความตั้งใจและจริงใจ ค่ะ” จินนี่ ยศสุดา กล่าวย้ำ













