ผลสำรวจ ‘Tinder’ เผยคนโสดไทยร้อยละ 85 เผชิญความเหงา หันพึ่งแอปหาคู่สานสัมพันธ์ระยะยาว
เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 69 แพลตฟอร์มหาคู่ Tinder และ Match Group เปิดเผยผลสำรวจ Match Group Asia Human Connection Survey ซึ่งจัดทำโดย Ipsos เพื่อศึกษาพฤติกรรมคนโสดในทวีปเอเชีย พบว่าวิถีชีวิตสมัยใหม่ทำให้คนโสดรุ่นใหม่สร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายได้ยากขึ้น แม้ยังคงต้องการความรักและการเข้าสังคม แต่แรงกดดันจากการใช้ชีวิตและการทำงาน ความเหนื่อยล้า และความวิตกกังวลทางสังคม ส่งผลให้เกิดความเหงาและโดดเดี่ยว โดยคนโสดในเอเชียร้อยละ 25 รู้สึกเหงา และร้อยละ 75 ยังคงพยายามมองหาความสัมพันธ์ใหม่
สำหรับประเทศไทยซึ่งกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางประชากรและอัตราการเกิดที่ลดลง ความเหงากลายเป็นความท้าทายสำคัญของคนโสดในเขตเมือง ผลสำรวจระบุว่าคนโสดไทยร้อยละ 85 ยอมรับว่ารู้สึกเหงาในบางเวลา ขณะที่ร้อยละ 62 ยังคงพยายามสร้างความสัมพันธ์ใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเชื่อมต่อกับผู้อื่นอย่างชัดเจนแม้ต้องเผชิญกับภาวะความเหงา
พฤติกรรมคนโสดไทยร้อยละ 72 ต้องการความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและมีความหมาย มากกว่าการมีความสัมพันธ์จำนวนมากแต่ผิวเผิน นอกจากนี้ร้อยละ 53 เลือกใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อรับมือกับความเหงาแทนการติดต่อครอบครัวหรือเพื่อน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอื่นในเอเชีย ส่วนมุมมองด้านความรัก ร้อยละ 60 กำลังมองหาความสัมพันธ์เชิงโรแมนติก และร้อยละ 74 คาดหวังความรักภายใน 5 ปีข้างหน้า รวมทั้งร้อยละ 46 ระบุว่าจะออกเดตกับผู้ที่มองเห็นอนาคตร่วมกันในระยะยาวเท่านั้น
แอปพลิเคชันหาคู่กลายเป็นช่องทางสำคัญในการพบปะผู้คน โดยคนโสดไทยร้อยละ 46 เคยใช้แอปพลิเคชันหาคู่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และร้อยละ 67 ระบุว่าแอปพลิเคชันช่วยให้รู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่นและลดความโดดเดี่ยวลง ขณะเดียวกันความไว้วางใจและความปลอดภัยยังเป็นปัจจัยสำคัญ โดยร้อยละ 46 ให้ความสำคัญกับโปรไฟล์ที่ผ่านการยืนยันตัวตนและมาตรการรักษาความปลอดภัย
รณัสถ์ ศรีรุ่งเรืองเดชา ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย ทินเดอร์ (Tinder Thailand) กล่าวว่า “ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้คนโสดไทยจำนวนมากกำลังเผชิญกับภาวะความเหงา แต่ความต้องการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นยังคงมีอยู่อย่างชัดเจน และที่น่าสนใจคือ ผู้คนไม่ได้มองหาเพียงการมีคนอยู่รอบตัวมากขึ้น แต่กำลังมองหาความสัมพันธ์ที่มีความหมายและลึกซึ้งมากขึ้น เราเชื่อว่าเทคโนโลยีสามารถมีบทบาทในการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้พบและสร้างคอนเนคชันใหม่ ๆ และช่วยให้พวกเขารู้สึกเชื่อมโยงกับผู้อื่นมากขึ้น”
รณัสถ์ ระบุเพิ่มเติมว่า การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ผู้คนเชื่อมต่อกันอย่างปลอดภัยมีความสำคัญไม่แพ้กัน ทาง Match Group จึงร่วมกับหน่วยงานในไทย เช่น AIS และกรมสุขภาพจิต ขับเคลื่อนแคมเปญ Human Connection เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องความเหงาและส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแรง
ด้าน เคธี่ ปีเตอร์ส รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายกิจการองค์กร Match Group ระบุว่า ปัจจุบันผู้คนติดต่อกันง่ายขึ้นแต่กลับสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงได้ยาก ส่งผลให้เกิดความเหงาซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของสังคม เทคโนโลยีจึงเข้ามามีบทบาทช่วยรับมือกับปัญหานี้ พร้อมระบุว่าคนรุ่นใหม่ในเอเชียไม่ได้ละทิ้งความต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริง แต่มีความตั้งใจและพิถีพิถันในการมองหาความสัมพันธ์มากขึ้น













