มอง รัฐจัดทำบัตรประจำตัวให้แรงงาน ’ผภร‘ ตอบสนองความต้องการแรงงาน
เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน หนุนทำต่อ ให้ทุกคนมีบัตร ด้าน ‘ผอ. TBC‘ เผย ทุกคนดีใจที่ได้มีบัตรใบแรกในชีวิต
วันนี้ (17 มิ.ย. 69) นายศิววงศ์ สุขทวี เครือข่ายปฏิรูปการโยกย้ายถิ่นฐาน (TMR) กล่าวถึงการจัดทำบัตรประจำตัวให้กลุ่มแรงงานจากศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยสงครามจากเมียนมา ว่า ถือว่าเกือบครบหนึ่งปี จากมติ ครม. ที่ให้ผู้หนีภัยสงครามจากเมียนมา ออกมาทำงาน โดยวันนี้มาที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ของผู้พักพิง ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จที่สุด เนื่องจากมีผู้หนีภัยการสู้รบออกมาทำงานมากที่สุดในประเทศ และตอบสนองต่อความต้องการแรงงานในพื้นที่ค่อนข้างดี ทั้งภาคธุรกิจ ภาคท่องเที่ยว ภาคการเกษตร อุตสาหกรรม ในพื้นที่ราชบุรี กาญจนบุรี ก็เข้ามารับสมัครงานจำนวนมาก และถือว่าดำเนินการได้แล้ว
นายศิววงศ์ กล่าวว่า การทำให้ผู้หนีภัย มีบัตรประจำตัว ถือว่าเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งเจ้าตัว ผู้ประกอบการที่ต้องเก็บเอกสารไว้ในกระดาษ และกลัวที่จะเปียกน้ำ และต่อไป บัตรประจำตัวจะเป็นเอกสารที่จะนำไปทำประกันสังคม การซื้อประกันสุขภาพก็จะง่ายขึ้น ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐาน และลดภาระจากสังคมไทย เมื่อทำงานมีรายได้ก็พร้อมรับผิดชอบชีวิตตัวเองมากขึ้น
นายศิววงศ์ ยอมรับว่า นโยบายนี้จะมีส่วนสนับสนุนให้ออกมาทำงานมากขึ้น เพราะเขามีความมั่นใจ และเบื้องต้นกรมการปกครอง มุ่งเน้นออกบัตรประจำตัวให้กับบุคคลที่ออกมาทำงานก่อน ซึ่งจะเป็นปัจจัยดึงดูดให้ออกมา อย่างไรก็ตาม เราควรทำให้กับทุกคน เพราะเป็นเรื่องของการตรวจสอบบุคคล ด้วยป้องกันการสวมสิทธิ์ หลังจากนี้ในส่วนพรรคปีอื่นอาจจะเริ่มต้นทำบัตรก็อาจจะมีการขออนุญาตออกมามากขึ้น
นายศิววงศ์ ย้ำว่า เมื่อดูตัวเลขแล้ง เราอาจจะคิดว่าน้อย แต่หากเทียบจากแรงงานในประเทศไทยก็เข้าประกันสังคมเพียงแค่ 25% เท่านั้น เพราะมีเศรษฐกิจนอกระบบพอสมควร ดังนั้น จึงควรตั้งคำถามไปสู่ภาพใหญ่ ความท้าทายไม่ใช่แค่ผู้หนีภัยสงครามจากเมียนมา แต่หมายถึงแรงงานทั้งประเทศไทย จะทำอย่างไร เพื่อดึงเข้าสู่ระบบให้ได้
นายอาทร ศรีกีรติการ ผู้อำนวยการฝ่ายโครงการ องค์กร The Border Consortium (TBC) กล่าวว่า จากการพูดคุยกับผู้ลี้ภัย ทุกคนมีความรู้สึกยินดี และดีใจมากที่ได้รับบัตรประจำตัว ซึ่งเป็นบัตรใบแรกของชีวิตของพวกเขา เพราะส่วนใหญ่มาจากเมียนมา ไม่เคยมีบัตรประจำตัวมาก่อน ทุกคนรู้สึกดีใจมากที่จะสามารถใช้บัตรนี้ในเรื่องการเดินทางจากพื้นที่ควบคุมที่อยู่ในศูนย์พักพิง สามารถออกไปในเขตอำเภอได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับในแต่ละอำเภอว่าจะอนุญาตให้ออกไปขนาดไหน โดยที่ผ่านมาการเดินทางออกมาข้างนอก จะมีความเกรงกลัวว่าจะโดนจับ แต่เมื่อมีบัตรแล้ว ก็มีความรู้สึกว่าปลอดภัย มากไปกว่านั้น บัตรดังกล่าว สามารถนำไปเปิดบัญชีได้ ซื้อซิมการ์ด ที่สามารถสื่อสารกับครอบครัวได้ ถือเป็นสิ่งที่น่ายินดีมาก ๆ โดยส่วนใหญ่ทุกคนที่ได้บัตร ก็ออกมาทำงานข้างนอกอยู่แล้ว จากเดิมใช้แค่กระดาษเอสี่ ตอนนี้ก็สะดวกสบายกับพวกเขามากขึ้น และเขาพร้อมที่จะออกมาทำงานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยอยู่แล้ว
นายอาทร ยืนยันว่า นโยบายนี้ควรทำต่อทั้งในเรื่องให้ออกมาทำงาน เพราะเราพยายามให้ผู้หนีภัยสงครามจากเมียนมา ปรับตัวเข้ากับนายจ้าง ทั้งสภาพงานที่ได้ทำ เพราะเข้าใจว่าพวกเขาอยู่ในแคมป์ผู้ลี้ภัยมา 40 กว่าปี เรื่องการปรับทัศนคติ เราพยายามทำเรื่องนี้ตลอด อบรมให้เขาก่อนออกเดินทาง ช่วยเหลือในเรื่องกลไกการร้องเรียนต่าง ๆ ทำให้เขามั่นใจว่าเมื่อออกไปทำงานแล้วยัง ได้รับความคุ้มครองอยู่ หากเกิดกรณีปัญหาเรื่องแรงงาน เขาสามารถที่จะร้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐได้ทุกส่วน เป็นสิ่งที่เราพยายามพูดคุยกับพี่น้องผู้ลี้ภัยให้เข้าใจในจุดนี้












