Health

สธ.ลดระดับศูนย์เฝ้าระวังฝีดาษลิง ชี้ แม้แนวโน้มผู้ติดเชื้อทั่วโลกลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวัง

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่ องค์การอนามัยโลกประกาศให้โรคฝีดาษวานรเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ประชุมเพื่อเตรียมแนวทางตอบโต้ต่อสถานการณ์ และยกระดับศูนย์ EOC เป็นระดับกระทรวง ทำให้การสั่งการเฝ้าระวังมีความครอบคลุมทั่วประเทศ

จากการติดตามเฝ้าระวังโรคฝีดาษวานร พบว่า สถานการณ์ผู้ป่วยรายใหม่ทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน จากที่เคยสูงสุดช่วงเดือนสิงหาคม 65 ประมาณวันละ 1,000 ราย เหลือเฉลี่ยวันละ 580 ราย

สำหรับประเทศไทย พบผู้ป่วยฝีดาษวานรรวม 8 ราย ในระยะเวลา 4 เดือน เฉลี่ยเดือนละ 2 ราย ส่วนใหญ่มีประวัติเปลี่ยนคู่นอนหลายคน โดย 3 ใน 7 ราย มีประวัติแสดงอาการก่อนเดินทางกลับมาที่ประเทศไทย ปัจจัยการติดต่อหลักคือ การสัมผัสใกล้ชิดจากการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลขององค์การอนามัยโลก และจากการติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงยังไม่พบการแพร่เชื้อต่อแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่าโรคนี้ไม่ได้ติดต่อกันได้ง่าย

ดังนั้น ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขวันนี้ จึงเสนอปรับลดระดับศูนย์ EOC โรคฝีดาษวานร จากระดับกระทรวงกลับมาเป็นระดับกรมตามเดิม แต่อย่างไรก็ตาม โรคฝีดาษวานรยังเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ดังนั้น เมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัยยังต้องรายงานและมีการสอบสวนโรค ซึ่งจากการวิเคราะห์จำนวนการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ พบว่า มีผู้ป่วยที่ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการแต่ไม่ได้มีการรายงานการสอบสวนโรคมาที่กรมควบคุมโรค จึงขอให้โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ รายงานกรณีพบผู้ป่วยสงสัยฝีดาษวานร เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของการติดตามสถานการณ์โรคต่อไป

Related Posts

Send this to a friend