CRIME

‘สนธิญา’ แจ้งความกองปราบฯ เอาผิด ‘หมอปลา’ พร้อมทีมงาน

‘สนธิญา’ แจ้งความกองปราบฯ เอาผิด ‘หมอปลา’ พร้อมทีมงาน ด้าน ‘ศรีสุวรรณ’ ยื่น ป.ป.ช. เอาผิด นอภ.ป่าติ้ว และ ผอ.พุทธศาสนาฯ จ.ยโสธร

วันนี้ (17 พ.ค. 65) นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เดินทางไปที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แจ้งความดำเนินคดี นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ ‘หมอปลา’ และทีมงาน รวมถึงข้าราชการ และผู้ที่ถูกแอบอ้างว่าให้การช่วยเหลือ กรณีนำทีมงานเข้าไปล่อซื้ออันเป็นวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อนจะกล่าวหาว่า หลวงปู่แสง ญาณวโร แตะเนื้อต้องตัวหญิงสาว ที่วัดป่าดวงสว่างธรรม ในความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 รวมถึงความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

นายสนธิญา ยอมรับว่า การเคลื่อนไหวของหมอปลาและทีมงาน ในบางเรื่องบางประเด็นเป็นประโยชน์ต่อสังคม แต่สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ หมอปลา ยอมรับแล้วว่า ส่งทีมงานเข้าไปล่อซื้อโดยมิชอบ แม้ว่าหมอปลาและทีมงานจะกราบขอโทษหลวงปู่แสงไปแล้ว แต่การกระทำที่เกิดขึ้น เข้าข่ายบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา และความผิดถือว่าสำเร็จแล้ว จึงขอให้ตำรวจกองปราบปราม ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นกับหลวงปู่แสง เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า หมอปลาและทีมงานที่กระทำความผิด มีทั้งหมดกี่คน ทั้งในส่วนของการบุกรุกและการไลฟ์เหตุการณ์วันเกิดเหตุ

นอกจากนี้ ยังขอให้ตำรวจกองปราบปราม รวบรวมหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า คณะของผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดยโสธร และนายอำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ในวันดังกล่าว เข้าข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ฯ หรือไม่ รวมถึงกรณีที่ภรรยาของหมอปลา อ้างว่า ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประสานตำรวจเข้ามาช่วยเหลือในการทำเรื่องนี้ จริงหรือไม่

พร้อมกันนี้ ยังขอให้ตำรวจสืบสวนย้อนหลังด้วยว่า หลายคดีที่ทีมงานหมอปลาบุกเข้าไปในวัดและสึกพระสงฆ์ที่ผ่านมา ได้ใช้วิธีการล่อซื้อที่ผิดกฎหมาย หรือสร้างพยานหลักฐานเท็จในคดีเหล่านั้นด้วยหรือไม่

ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวนสอบสวนและเอาผิด นายอำเภอป่าติ้ว และ ผอ.พุทธศาสนาฯ จ.ยโสธร กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้หมอปลาและพวก พาทีมสื่อมวลชน บุกไปที่สำนักสงฆ์ดงสว่างธรรม อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร เพื่อกล่าวหา “หลวงปู่แสง ญาณวโร” ซึ่งมีความผิดทางอาญาหลายมาตรา

โดยเฉพาะการนำคลิปภาพและเสียงที่จัดทำขึ้นในลักษณะล่อให้กระทำความผิด อันเป็นพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตาม ปอ.มาตรา 179 มาเป็นพยานในการกล่าวหา ดังกล่าว และใช้กิริยาวาจาและท่าทางที่ไม่เหมาะสม ไม่เป็นการเคารพพระอริยสงฆ์ในพุทธศาสนา เป็นเหตุให้เกิดเป็นกระแสไม่พอใจของศิษยานุศิษย์และประชาชน เนื่องจากว่า ข้อเท็จจริง “หลวงปู่แสง” ชราภาพและป่วยอัลไซเมอร์ จึงไม่มีเหตุผลที่มีน้ำหนักที่จะเป็นไปตามการกล่าวหาได้

สำหรับการบุกไปสำนักสงฆ์ดังกล่าว มีนายอำเภอป่าติ้ว ผอ.พุทธฯยโสธร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมคณะบุกไปร่วมด้วย ซึ่งบุคคลดังกล่าว ล้วนเป็นเจ้าหน้าที่ราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ย่อมต้องเข้าใจกฎ ระเบียบ และขั้นตอน รวมถึงวิธีปฏิบัติต่อพระเถระชั้นผู้ใหญ่ แต่กลับปล่อยให้หมอปลาและพวก แสดงพฤติกรรมในลักษณะข่มขืนใจหลวงปู่แสง ให้ยอมรับว่ากระทำการใด หรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด อันมีลักษณะความผิดตาม ป.อ.มาตรา 309 และยังอาจเข้าข่ายผิดตามมาตรา 14 (1) แห่ง พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ประกอบ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 มาตรา 44 ตรี และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 และมาตรา 210 ฐานอั้งยี่-ช่องโจร ด้วย

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า ในส่วนของนายอำเภอป่าติ้ว และ ผอ.พุทธศาสนาฯ จ.ยโสธร ร่วมเดินทางไปกับขบวนของหมอปลาและพวก และปล่อยให้มีพฤติการณ์ข่มขืนใจ จาบจ้วง และการแสดงกริยาวาจาท่าทางที่ไม่เหมาะสม ต่อหลวงปู่แสง ให้การยอมรับผิดตามการกล่าวหา ถือได้ว่ามีส่วนช่วยเหลือหรือสนับสนุนให้หมอปลาและคณะกระทำความผิด ตาม ป.อ.มาตรา 86 ต้องระวางโทษ 2 ใน3 ของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่สนับสนุนนั้น

เพื่อมิให้เจ้าหน้าที่รัฐถูกบุคคลใดใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นเครื่องมือของใครในการกระทำดังกล่าว หรือแสวงหาผลประโยชน์แอบแฝง หรือทำลายพระพุทธศาสนา สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจำต้องนำความมาร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนสอบสวนและเอาผิดผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้งสองและผู้ที่เกี่ยวข้องในโทษขั้นสูงสุด

Related Posts

Send this to a friend