CRIME

ผู้ช่วย ผบ.ตร.เผยยอดอุบัติเหตุสงกรานต์รวม 1,811 ครั้ง ลดลงจากปีก่อน

ผู้ช่วย ผบ.ตร.กำชับทุกฝ่าย บริหารการจราจรให้เรียบร้อย และปลอดภัยทุกเส้นทาง คาดวันนี้ยังมีผู้เดินทางจำนวนมาก เผยยอดอุบัติเหตุสงกรานต์รวม 1,811 ครั้ง ลดลงจากปีก่อนหน้า

วันนี้ (17 เม.ย. 67) เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2567 ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยขอบคุณข้าราชการตำรวจที่ร่วมอำนวยความสะดวกการจราจรตลอดเทศกาล พร้อมกำชับทุกฝ่ายดูแลบริหารการจราจรให้เรียบร้อย สะดวก ปลอดภัยในการเดินทางกลับของประชาชน ซึ่งคาดว่าวันนี้จะยังคงมีผู้ที่เดินทางอยู่เป็นจำนวนมาก

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวว่า การติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุและการจราจรช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2567 ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2567 พบว่ามีสถิติการเกิดอุบัติเหตุและการเสียชีวิตของเทศกาลสงกรานต์ลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และปีนี้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวมากกว่าปีที่ผ่านมา อาจสะท้อนถึงการประชาสัมพันธ์ที่ดี ควบคู่การเข้มงวดของการบังคับใช้กฎหมาย และประชาชนให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงเข้มงวดในการอำนวยความสะดวกการจรารแก่ผู้ที่เดินทางกลับ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลักอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ พล.ต.ท.กรไชย กำชับให้หน่วยในพื้นที่ปรับแผนตามความเหมาะสมกับเส้นทางที่ประชาชใช้เดินทาง ทั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ด่านตรวจเสมือน และชุดเคลื่อนที่เร็ว โดยเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาสอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาที่ออกปฏิบัติหน้าที่ พิจารณาจัดกำลังสับเปลี่ยนหมุนเวียน เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด กรณีมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องพิจารณาช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และครอบครัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยให้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน

สำหรับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์วันที่ 11-16 เมษายน 2567 เกิดอุบัติเหตุทั้งหมด 1,811 ครั้ง ลดลงร้อยละ 10.35 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตสะสม 243 ราย ลดลงร้อยละ 2.02 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา ผู้บาดเจ็บสะสม 1,837 คน ลดลงร้อยละ 8.42

ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมาจากการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และตัดหน้าระยะกระชั้นชิด ตามลำดับ ขณะที่พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต มาจากการไม่มีอุปกรณ์นิรภัย (ไม่สวมหมวกนิรภัย/ไม่คาดเข็มขัด) ขับรถเร็ว และดื่มแล้วขับ ตามลำดับ ส่วนประเภทรถที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยายนต์ รองลงมาคือ รถกระบะ และรถเก๋ง

ด้านการจับกุมในคดีเมาแล้วขับสะสม 6 วัน รวมทั้งสิ้น 20,420 ราย สถิติสูงสุดอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่ของตำรวจภูธรภาค 3 จำนวน 5,315 คน รองลงมาในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 4 จำนวน 4,414 ราย

Related Posts

Send this to a friend