‘ชัชชาติ’ ลุ้นสภา กทม. อนุมัติงบปี 70 เช่ารถขยะอีวี ยันจำเป็นต่อเมืองเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
‘ชัชชาติ’ ลุ้นสภา กทม. อนุมัติงบปี 70 เช่ารถขยะอีวี ยันจำเป็นต่อเมืองเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การันตีโปร่งใส ประหยัดงบมากกว่า 4,700 ล้านบาท
วันนี้ (15 ก.ย. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงโครงการเช่ารถเก็บขนมูลฝอยไฟฟ้าจำนวน 3 โครงการ เพื่อใช้ทดแทนรถเก็บขนมูลฝอย (รถสันดาป) ที่จะสิ้นสุดสัญญาระหว่างปี 2568 ถึง 2570 รวมจำนวน 1,347 คัน และได้ของบประมาณใหม่ในปี 2570 รวม 6,038,582,000 บาท ซึ่งคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีการสงวนความเห็นไว้เพื่ออภิปรายในสภากรุงเทพมหานครในวาระที่ 2 และวาระที่ 3
นายชัชชาติกล่าวว่า การเช่ารถขยะไฟฟ้าเป็นเรื่องสำคัญ เป็นโครงการที่ยากที่สุดตั้งแต่เป็นผู้ว่าฯ มา เพราะเรามีแนวคิดที่จะเปลี่ยนรถขยะซึ่งมีอยู่เดิมประมาณ 1,400 คัน ให้เป็นรถไฟฟ้าแทนรถดีเซลที่เราใช้มาตั้งแต่ปี 2545 เชื่อว่าจะมีผลดีทั้งในแง่สิ่งแวดล้อม การประหยัดพลังงานต่าง ๆ และเป็นเทรนด์ของโลก รวมทั้งมติ ครม. 2 ครั้ง ในปี 2566 และปี 2568 ที่ให้หน่วยงาน หากมีรถหมดอายุให้ใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก
“โดยได้เริ่มโครงการมา แต่ก็ยังไม่สำเร็จ เชื่อว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จะมีคนที่ไม่เห็นด้วย แต่เราก็รับฟัง โดยโครงการนี้ในปี 2568 สภา กทม. อนุมัติแล้ว แต่กระบวนการมีความล่าช้า เนื่องจากต้องทำให้ละเอียดถี่ถ้วน เพราะมีคนกังวลเรื่องความโปร่งใสต่าง ๆ ได้ตั้งคณะกรรมการร่วมหลายหน่วยงาน ทำให้ล่าช้าไป สุดท้ายยกเลิกโครงการเดิม และยื่นเป็นงบประมาณใหม่ของปี 2570 นี้”
นายชัชชาติกล่าวเพิ่มว่า ตั้งแต่ปี 2545 ที่เรามีการใช้รถน้ำมัน มีการจ้างอยู่ 3 บริษัทที่ผ่านมา แล้วมีอยู่หนึ่งบริษัทที่ กทม. จ้างไปเกือบ 19,000 ล้านบาท เฉพาะรถน้ำมันต่อเนื่องมา การเปลี่ยนแปลงจึงไม่ได้ง่าย แต่ว่าเปลี่ยนแปลงแล้วจะมีการประหยัดมากขึ้น โดยเฉพาะประหยัดเชื้อเพลิง ใน 5 ปี ค่าเช่ารถประมาณ 6,000 ล้านบาท แต่น้ำมันเชื้อเพลิงกับไฟฟ้าจะมีผลต่างถูกลง ใช้ไฟฟ้าประมาณ 4,700 ล้านบาท โดยคิดวิ่ง 200 กิโลเมตรต่อคันต่อวัน ดีเซล 39 บาทต่อลิตร ไฟฟ้า 6 หน่วย ก็จะประหยัดได้เกือบเท่ากับราคาเช่าเลย เรียกว่าเกือบได้เช่าฟรี
ประเด็นที่ 2 เรื่องสิ่งแวดล้อม จะมีการลด PM 2.5 ในระดับ 100 กว่าตันต่อปี ต่อ 5 ปี ลดคาร์บอนมอนอกไซด์ 25 ตัน ลดก๊าซเรือนกระจกต่าง ๆ ได้มากมาย แล้วรถขยะไฟฟ้าวิ่งกลางคืน ถ้าใช้ไฟฟ้าก็จะเงียบ ไม่รบกวนคน เชื่อว่าเป็นเทรนด์ที่จะทำให้ดีขึ้นมาก ๆ ในอนาคต
ส่วนที่มีคนอาจจะกังวลเรื่องความโปร่งใส ก็เชื่อว่าไม่มีโครงการไหนที่จะโปร่งใสเท่าโครงการนี้ เพราะเราทำอย่างละเอียดเข้มข้น ป.ป.ช. มีข้อสังเกตมาผ่าน ครม. ตั้งแต่ปี 2567 เราก็ดำเนินการแก้ไข มีการตั้งคณะกรรมการร่วมจาก 5 กระทรวงเพื่อพิจารณา มีคณะกรรมการเข้าโครงการคุณธรรมด้วย มีการรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบ ให้นำเข้า ครม. เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการปฏิบัติตามอย่างโปร่งใส
นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่มีคนกังวลว่าทำไมไม่จ้างบุคคลหรือองค์กรภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือที่เรียกว่า จ้างเอาต์ซอร์ส (Outsource) โดยจ้างเหมาให้มาเก็บขยะให้นั้น นายชัชชาติกล่าวว่า ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้วก็คือเอาต์ซอร์สแบบหนึ่ง คือมี 2 ส่วน รถกับคน ส่วนของรถคือโครงการที่เราเช่ารถ แต่ส่วนของคน ปัจจุบันเรามีคนขับรถอยู่ 2,500 คน มีคนเก็บขยะอยู่ 7,000 คน ถ้าเราจ้างเอาต์ซอร์สหมด ก็ทำให้พนักงานที่เหลือไม่รู้จะทำอะไร อาจจะต้องค่อยเป็นค่อยไป เป็นแนวคิดที่ดี แต่ต้องคิดถึงคนที่เรามีอยู่ด้วย ในอนาคตเราเอาต์ซอร์สรถไปแล้ว ทยอยในส่วนคน ลดคนตามคนที่เกษียณหรือปรับก็สามารถทำได้ สองส่วนจะแยกกันตามที่เชี่ยวชาญ เรื่องรถก็เช่ารถ เรื่องคนก็มาจัดเตรียมคนให้เรา
นายชัชชาติกล่าวต่อไปว่า เราพยายามดูอย่างละเอียด มีคนอาจจะทักท้วงว่ามันเป็นเรื่องใหม่ จริง ๆ แล้วที่ผ่านมามีการทำทั่วประเทศแล้ว ปัจจุบันมีรถขยะที่ อบต. จังหวัดต่าง ๆ ใช้อยู่ประมาณ 300 คัน ที่เป็นรถไฟฟ้า เมืองใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นหัวหิน ภูเก็ต เชียงใหม่ มีการนำรถขยะไฟฟ้ามาใช้แล้ว เพื่อนบ้านเราอย่างสมุทรปราการ มีเกือบ 100 คันที่ใช้อยู่ เป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างจะมั่นคงแล้ว หน่วยงานจังหวัดอื่นใช้กัน กลายเป็นกรุงเทพฯ ล้าสมัยที่สุด
ในส่วนตัวชาร์จก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเรามีการทำ MOU กับการไฟฟ้านครหลวงที่จะติดตั้งแล้ว สมัยนี้ติดตั้งหัวชาร์จไม่ยาก เราติดตั้งของ BRT ทำได้สบาย จะเป็นการขยายหัวชาร์จให้มากขึ้นด้วย
สุดท้ายทางสภา กทม. เป็นผู้ตัดสินใจ แต่ว่าถ้าเกิดงบไม่ผ่านก็จะมีปัญหา เพราะถ้างบปี 2570 ไม่ผ่าน เราไม่สามารถเริ่มโครงการจัดซื้อจัดจ้างได้ในปีนี้ ก็ต้องรอไปอีก 2 ปี ก็คือเราต้องเช่ารถเก่าอีก 2 ปี จะเป็นรถเดิมที่วิ่งอยู่ อายุ 5 ปี 7 ปี สภาพเก่า ๆ จะมีการปล่อยมลพิษเหมือนเดิม
“หวังว่าทางสภา กทม. จะเข้าใจเหตุผล ถ้ามีอะไรก็พร้อมจะนำไปปรับแก้ไขให้ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงไม่ได้ง่าย ผมว่าหลายคนก็กลัวการเปลี่ยนแปลง แต่เชื่อว่าเทคโนโลยีพร้อมแล้ว เราก็ล่าช้ามานานแล้ว หลายจังหวัด หลายเทศบาล หลาย อบต. ก้าวหน้ากว่า กทม. ไปแล้ว เชื่อว่ามันจะเป็นผลดีทั้งในแง่ประหยัดเงิน เรื่องสิ่งแวดล้อม แล้วก็เรื่องอนาคต ก็อาจจะมีการลดจำนวนคนลงได้”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่ามีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายค่าไฟอยู่ในงบนี้หรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ปกติแล้วเวลาเช่าไม่รวมน้ำมัน ค่าไฟ ค่าน้ำมันแยกอยู่ ปกติน้ำมันเราจ่ายตรงอยู่แล้ว น้ำมันตอนนี้ราคาแพง ไฟฟ้าถูกกว่าแล้ว เราใช้หลักเรต 6 บาท ซึ่งอนาคตอาจจะถูกกว่านี้ได้ ถ้าเราใช้แบบเป็น Off-Peak ก็เชื่อว่าเรื่องงบประมาณก็น่าจะประหยัดลง ถ้าดูตัวเลขปัจจุบัน ราคาไฟ ราคาน้ำมัน ก็อาจจะได้ถึง รวมแล้วประมาณ 4,700 ล้านบาทเลย ซึ่งใกล้ ๆ กับมูลค่าโครงการเช่าเลย
ส่วนข้อกังวลเรื่องกำลังแรงอัดของรถไฟฟ้าจะเท่ารถดีเซลหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ก็ต้องทดสอบให้ดี มีตัวอย่างที่อื่นก็ใช้กัน 300 กว่าคันแล้ว ซึ่งขยะเก็บไม่ต่างจากเรา อย่างประเทศจีนใช้ทั้งเมืองแล้ว เป็นรถขยะ EV ทั้งหมด เป็นเทคนิค ซึ่งตนว่าเทคโนโลยีก้าวหน้าไปแล้ว เรื่องนี้ก็ต้องอยู่ในขั้นตอนของ TOR ในการทดสอบให้ได้ความมั่นใจ
นายชัชชาติกล่าวสรุปว่า “เป็นโครงการที่เราต้องทำให้เป็นต้นแบบให้ได้ เรื่องความโปร่งใสต่าง ๆ ต้องขอบคุณสำหรับทุกข้อทักท้วงของท่าน ส.ก. เป็นสิ่งที่มีค่า เพราะท่านก็เป็นตัวแทนประชาชน แต่อย่างที่บอกว่าโครงการนี้ไม่ได้ง่าย นับว่าเป็นโครงการที่ยากที่สุดในตำแหน่งผู้ว่าฯ เลย เพราะเราเริ่มตั้งแต่เทอมแรกก็ยังไม่สำเร็จ จะมีคนคัดค้านเยอะ ช่วยกันดูรายละเอียดเยอะ ว่าเป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้ ก็ต้องพยายามชี้แจงแต่ละประเด็นให้รอบคอบ วันนี้น้อมรับฟังความเห็นของท่าน และพร้อมจะเดิน แต่ว่าถ้าเกิดว่าไม่ผ่านขึ้นมา ก็คงต้องหาทางออกว่าเราจะดำเนินการอย่างไรต่อ แต่ต้องให้มั่นใจว่าต้องมีรถขยะให้บริการประชาชนทุกวัน ไม่ให้ขาด”













