FEATURE

เปิดสถิติ ‘ถนนเจ็ดชั่วโคตร’ พระราม 2 พบ 10 ปี มีอุบัติเหตุ 53 ครั้ง สูญเสียชีวิต 22 คน

ถนนพระราม 2 ถือเป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักที่มีความสำคัญต่อการเดินทางไปทางจังหวัดภาคใต้ แต่ก็เป็นถนนที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ซ้อนกันสองโครงการ ได้แก่ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกฯ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 หรือ M82 สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ของกรมทางหลวง

จากการรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ก่อสร้างย้อนหลังไป 10 ปี ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปี 2569 พบว่า เกิดอุบัติเหตุไปแล้วอย่างน้อย 53 ครั้ง คนตายไปแล้ว 22 ราย บาดเจ็บ 38 ราย และรถที่ผ่านทางได้รับความเสียหายรวม 55 คัน

ผิวจราจรชำรุด

รูปแบบของอุบัติเหตุมีความสัมพันธ์กับขั้นตอนการดำเนินงานก่อสร้างโครงการ โดยในช่วงปี 2559-2563 อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากสภาพทางกายภาพของพื้นผิวถนน เช่น ถนนยุบตัวเป็นหลุมบ่อ ส่งผลให้รถยนต์ที่สัญจรผ่านเส้นทางนี้พังเสียหาย รวมทั้งยังเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักพลิกคว่ำจากสภาพพื้นผิวจราจรที่ชำรุดจากการใช้งาน

วัสดุก่อสร้างร่วงหล่น

ต่อมาเมื่อเข้าสู่ระยะก่อสร้างโครงสร้างทางยกระดับตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ลักษณะของอุบัติเหตุได้เปลี่ยนไปจากเดิม โดยมักเกิดเหตุการณ์เศษวัสดุก่อสร้างร่วงหล่นจากที่สูงบ่อยครั้ง ทั้งน้ำปูน เศษปูนต่าง ๆ รวมทั้งยังเกิดอุบัติเหตุจากโครงสร้างวิบัติที่ส่งผลรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้สัญจร เช่น อุบัติเหตุคานสะพานกลับรถถล่มบริเวณกิโลเมตรที่ 34 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ 2565/2566 ชี้ว่าอุบัติเหตุดังกล่าวไม่ใช่เหตุสุดวิสัย แต่เกิดจากการละเลยหน้าที่ในการควบคุมดูแลความปลอดภัย โดยนายช่างโครงการไม่สั่งติดตั้งเหล็กค้ำยันระหว่างการรื้อถอน ศาลจึงสั่งให้กรมทางหลวงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ทายาทผู้เสียชีวิตตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ส่วนในทางอาญา ตำรวจได้แจ้งข้อหากับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์คานปูนทางด่วนถล่มหน้าศาลเจ้าแม่งู เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 ในพื้นที่รับผิดชอบของกิจการร่วมค้า ซีทีบี จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งในกรณีนี้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้สั่งให้ผู้รับเหมาหยุดปฏิบัติงาน 7 วัน เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุ ซึ่งหากผลชี้ว่าเกิดจากความประมาท จะดำเนินการปรับเป็นจำนวนเงิน 1 ล้านบาท

จากการตรวจสอบพิกัดพื้นที่เกิดเหตุเปรียบเทียบกับสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการ พบข้อมูลที่ระบุความรับผิดชอบในแต่ละช่วงสัญญาไว้ชัดเจน โดยช่วงบางขุนเทียนถึงแสมดำ หรือกิโลเมตรที่ 11-14 ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างโครงการ M82 ตอนที่ 1 ของบริษัท อุดมศักดิ์เชียงใหม่ จำกัด มีรายงานอุบัติเหตุวัสดุหน้างานร่วงหล่นบ่อยครั้ง เช่น อุบัติเหตุเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2565 บนถนนพระราม 2 ขาออก ช่วงแสมดำ ขณะนั้นฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้ผ้าใบที่ผู้รับเหมาขึงไว้พังถล่มลงมากระแทกใส่รถยนต์ที่สัญจรอยู่ด้านล่างอย่างรุนแรง ส่งผลให้รถยนต์พังเสียหาย หลังคายุบและกระจกแตก

ส่วนในช่วงโครงการก่อสร้างเขตจังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่กิโลเมตรที่ 27 เป็นต้นไป มีบริษัท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ในนามกิจการร่วมค้าเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ซึ่งปรากฏข้อมูลอุบัติเหตุนั่งร้านล้มกีดขวางการจราจร ขณะที่ช่วงดาวคะนองถึงพระราม 2 กิโลเมตรที่ 1-6 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกิจการร่วมค้า ซีทีบี ในโครงการทางด่วนพระราม 3 สัญญาที่ 2 เคยเกิดเหตุโครงสร้างคานปูนและเครนก่อสร้างพังถล่มลงมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการความปลอดภัยที่บกพร่อง

คนงานก่อสร้างพลัดตก เครื่องจักรก่อสร้างพังถล่ม

นอกจากนี้ยังมีโครงการในพื้นที่รับผิดชอบของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ผู้รับผิดชอบงานก่อสร้างในโครงการทางด่วนพระราม 3 สัญญาที่ 3 และโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 ตอนที่ 7 ช่วงข้ามแม่น้ำท่าจีน ซึ่งเคยปรากฏรายงานอุบัติเหตุคนงานพลัดตกจากคานเสียชีวิตเมื่อปี 2564 รวมถึงข้อร้องเรียนเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้างมาเป็นระยะ

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2567 เกิดเหตุสลิงรถเครนขาดในพื้นที่โครงการก่อสร้าง M82 จนทำให้คนงานเสียชีวิตจากการใช้กระเช้าผิดประเภท โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้นสั่งให้ผู้รับเหมาหยุดงาน 3 วัน เพื่อตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย ขณะที่พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับผู้ขับรถเครนและผู้ควบคุมงานในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

และเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 เกิดเหตุเครื่องจักรตัวยกแผ่นปูน (Launcher) พังถล่มลงมาในพื้นที่ก่อสร้างตอนที่ 1 ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บ 9 ราย ในคดีนี้ ตำรวจภูธรภาค 7 ได้สรุปสำนวนคดีโดยแบ่งผู้กระทำผิดออกเป็น 4 กลุ่ม ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีอาญากับกลุ่มวิศวกรและหัวหน้าคนงานตามมาตรา 291 ในข้อหาประมาท และดำเนินคดีกับกลุ่มนิติบุคคลหรือบริษัทผู้รับเหมา นอกจากนี้ยังได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนนายช่างคุมงานของกรมทางหลวงในความผิดตามมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และแจ้งข้อหากลุ่มบริษัทผู้รับเหมาในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด

ต่อมาในวันที่ 15 มีนาคม 2568 เกิดกรณีโครงสร้างคานเหล็กในโครงการทางด่วนพระราม 3 สัญญาที่ 3 ทรุดตัวจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับเรื่องเป็นคดีพิเศษ เพื่อสอบสวนหาความเชื่อมโยงเรื่องทุจริตและลดสเปกวัสดุ พร้อมออกมาตรการให้ผู้รับเหมาต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา รวมถึงขึ้นบัญชีดำโดยห้ามเข้าประมูลงานรัฐเป็นเวลา 1-2 ปี ก่อนจะเกิดเหตุการณ์เครนถล่มครั้งล่าสุด จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 5 ราย ซึ่งเป็นลักษณะที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วซ้ำรอยเดิม ส่งผลให้สังคมตั้งคำถามถึงมาตรฐานการกำกับดูแลดังกล่าว

แม้ว่ากระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดมาตรการป้องกันผ่านระบบการตัดคะแนนผู้รับเหมาเพื่อควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม สถิติในช่วงปี 2566 ต่อเนื่องถึงปัจจุบันยังคงมีรายงานอุบัติเหตุ เช่น เครนล้มและสลิงขาด เกิดขึ้นเป็นระยะ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการบังคับใช้มาตรการตรวจสอบหน้างานอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้เส้นทาง จนกว่าโครงการก่อสร้างทั้งหมดจะดำเนินการแล้วเสร็จตามกำหนดการ

Related Posts

Send this to a friend