COVID-19

พรรคกล้า ตั้ง”ศูนย์กล้าดูแล” แยกผู้ติดเชื้อจากครอบครัว

ตัดวงจรระบาดในชุมชน นำร่องแยกผู้ติดเชื้อโควิดออกจากครอบครัว ให้ยา-ช่วยหาเตียง กรณ์ ชี้ ปีนี้โควิดแรงกว่าปีที่แล้ว แต่เงินเยียวยาน้อยกว่าเดิม เสนอรัฐรื้อแผนงบประมาณ ปรับแผนเยียวยา งดเว้นจัดเก็บภาษี ย้ำประชาชนต้องเข้าถึงการตรวจ

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า นำทีมงานพรรคกล้าเขตบางกะปิ ลาดพร้าว วังทองหลาง และชลบุรี ร่วมกับชุมชนลาดพร้าว 101 แยก 40 เปิด “ศูนย์กล้าดูแล” นำร่องเป็นศูนย์แยกผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระดับสีเขียวออกจากครอบครัว ป้องกันการระบาดแบบทวีคูณ ตามที่เคยเสนอแนวคิดสถานกักตัวชุมชน Community Quarantine เพื่อยับยั้งการระบาดในชุมชน โดยผู้ติดเชื้อได้รับการดูแลโดยอาสาสมัคร บริการที่นอน อาหาร ยารักษาเบื้องต้น จนกว่าจะได้เตียงรักษาจากโรงพยาบาล และมีแผนจะร่วมกันทำในชุมชนต่อๆ ไปที่มีความพร้อม

วิธีนี้ไม่ได้ทำให้ผู้ติดเชื้ออยู่ห่างไกลจากครอบครัว ชาวชุมชนหรือสมาชิกครอบครัว สามารถทำอาหารมาส่งให้ที่หน้าศูนย์ ไม่มีความกังวลว่าต้องพลัดไปอยู่ศูนย์พักคอยหรือโรงพยาบาลสนามที่อยู่ห่างไกล และย้ำว่า พรรคกล้าพร้อมให้ความร่วมมือกับชุมชนที่สนใจทำโครงการนี้

นายกรณ์ ยังกล่าวถึงมาตรการเยียวยาด้านเศรษฐกิจในสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาลจำนวนกว่า 4 หมื่นล้านบาทว่า สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ แต่ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับความเดือนร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการ เพราะส่วนใหญ่ต้องการให้บริหารจัดการให้สามารถกลับไปทำมาหากินและใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็ว หากเทียบกับงบประมาณและมาตรการเยียวยาปีที่แล้ว พบว่าวันนี้ประชาชนมีความเดือดร้อนมากกว่า แต่เม็ดเงินเยียวยากลับน้อยกว่าเดิม ขณะที่แผนการฉีดวัคซีนคาดว่าน่าจะล่าช้าจากเดิมที่ตั้งเป้าจะฉีดวัคซีนให้ครบ 100 ล้านโดสสิ้นปี รัฐบาลจึงต้องเตรียมเงินเยียวยาให้เพียงพอ จัดสรรให้ถูกต้อง รื้อแผนงบประมาณปี 2565 และ งบ พ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ที่กู้มาเพื่อโควิดโดยเฉพาะ ต้องตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ได้รับผลโดยตรงจากมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล ซึ่งรัฐจะปฏิเสธภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐบาลไม่ได้

“มาตรการเยียวยาที่รัฐบาลจะเยียวยา 50% ของรายได้ สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคม สูงสุด 7,500 บาท รัฐบาลสมทบอีก 2,500 มองว่าเท่ากับค่าแรงขั้นต่ำเท่านั้นเอง ซึ่งไม่เพียงพอถ้าเทียบกับโอกาสที่ประชาชนได้ออกไปทำมาหากินใช้ชีวิตปกติ มาตรการที่ช่วยเหลือ 1 เดือนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ขาดโอกาสทำมาหาค้าขายกว่า 1 ปีแล้ว จะมาชดเชย 3,000 บาท ต่อจำนวนลูกจ้างที่มีก็ไม่เพียงพออีก เพราะฉะนั้นมีอีกหลายเรื่องที่รัฐบาลทำได้ โดยไม่ต้องเจรจากับใคร เช่น ควรงดเว้นการจัดเก็บภาษีย้อนหลัง เพิ่มเงินสดที่อยู่ในมือผู้ประกอบการ ลดค่าใช้จ่ายทั้งภาษีทั้งค่าจ้าง ซึ่งพรรคกล้าเคยแนะนำมาโดยตลอด ให้รัฐช่วยออกเงินเดือนให้ครึ่งหนึ่ง 3-4 เดือน เพื่อให้ผู้ประกอบการวางแผนได้ จะได้ไม่ต้องปลดคนออก ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้และต้องเร่งทำ” นายกรณ์ กล่าว

หัวหน้าพรรคกล้า ยังย้ำถึงมาตรการล็อคดาวน์ของรัฐบาลว่า เป็นมาตรการที่เจ็บแต่ไม่จบ เพราะมาตรการไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน ตราบใดที่ยังไม่ลงไปตรวจให้ทั่วถึง แล้วแยกผู้ติดเชื้อออกจากผู้ที่ไม่ติดเชื้อ หากไม่ทำแบบนี้ จะไม่มีทางลดอัตราการแพร่เชื้อลงได้

Related Posts