COVID-19

‘อนุทิน’ ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาด โรคโควิด-19 ที่นราธิวาส

วันนี้ (15 ต.ค. 64) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อตรวจเยี่ยมเสริมพลังแก่เจ้าหน้าที่หน่วยบริการฉีดวัคซีน ที่โรงเรียนนราสิกขาลัย อ.เมืองนราธิวาส และติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส พร้อมมอบนโยบายในการควบคุม ป้องกันโรค ลดผู้ป่วย ลดผู้เสียชีวิตและเพิ่มความครอบคลุมการรับวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมาย โดยมีนายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และทีมแพทย์พยาบาล ร่วมให้การต้อนรับ

หลังจากนั้นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ได้พบปะนักเรียนนักศึกษา ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนในวันนี้ พร้อมทั้งเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติหน้าที่

จากนั้นได้เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ณ ห้องประชุมพระนราภิบาล ชั้น 5 เพื่อร่วมประชุมติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส พร้อมมอบนโยบายและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แก่บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขอให้ทุกฝ่ายได้สร้างความเข้าใจและสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับวัคซีน ซึ่งมีอย่างเพียงพอ และขอให้จัดการบริหารวัคซีนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สำคัญคือสามารถตัดสินใจเฉพาะหน้าได้ หากเกิดปัญหาและอุปสรรคเข้าใจว่าการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทุกฝ่ายจะเหน็ดเหนื่อยและขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ขอให้รวมใจรวมพลังการทำงานไปด้วยกัน เพื่อฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปได้ด้วยดี

ส่วนมาตรการในการควบคุม ป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19 ภายใต้การดำเนินการของศบค.จ.นราธิวาส โดยมีนายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธาน และมี นพ.ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส เป็นเลขานุการ จังหวัดนราธิวาส ได้มีการกำหนดเป้าหมายในการควบคุม ป้องกัน COVID-19 มี 4 เป้าหมายหลัก ได้แก่ 1. ป้องกันคลัสเตอร์ใหม่ 2. ใส่ใจป่วยหนัก 3. พิทักษ์ป่วยตาย 4.คลายLOCKDOWN และมีมาตรการที่สำคัญๆ คือ การ LOCKDOWN เฉพาะพื้นที่ที่มีการระบาด, การตรวจ ATK ในการค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยง, การจ่ายยา ฟาวิพิราเวียร์ให้ทันเวลาก่อนที่เชื้อจะลงปอด, การเร่งรัดฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมอย่างน้อย ร้อยละ 70 ทุกกลุ่มเป้าหมาย ภายในเดือนตุลาคม ๒๕๖๔ โดยเฉพาะกลุ่ม 608 ที่มีอัตราป่วยตายสูง, เพิ่มเตียง CI, การประชาสัมพันธ์เชิงรุกตามมาตรการ UNIVERSAL PREVENTION, การจัดทำ COVID 19 Free ZONE, COVID 19 Free Setting เป็นต้น

ด้านนายแพทย์ชัยวัฒน์ พัฒนาพิศาลศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการปกป้องคนนราธิวาสให้ปลอดภัยจาก COVID-19 ภายในเดือนตุลาคม 2564 จะต้องเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้ครอบคุลมร้อยละ 70 ของประชากรชาวจังหวัดนราธิวาส ภายใต้กิจกรรม SAVE NARA NARA SAFE ปกป้องคนนราด้วยวัคซีน เป้าหมายร้อยละ 70 ของประชากรชาวจังหวัดนราธิวาส จะต้องฉีด 563,100 คน จากฐานประชากร 804,429 คน ผลงานรวมการฉีดวัคซีน ณ วันที่ 14 ตุลาคม 2564 จำนวน 305,362 คน คิดเป็นร้อยละ 37.96 จำแนกตามกลุ่มเป้าหมาย พบว่า กลุ่ม 608 มีความครอบคลุม ร้อยละ 48.85 และกลุ่มนักเรียน ร้อยละ 41.26 อำเภอที่มีผลงานการฉีดวัคซีนสูงสุด คืออ.เมืองนราธิวาส รองลงมาคือ อ.สุไหงโกลก

Related Posts

Send this to a friend