BUSINESS

‘ราคุเทน โคโบ’ ผนึก ‘เมพ’ ลุยตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กไทย 140 ล้านบาท เปิดตัว 3 รุ่นเรือธงรับงานสัปดาห์หนังสือฯ

บริษัท ราคุเทน โคโบ ผู้ผลิตเครื่องอ่านอีบุ๊ก (E-Reader) ระดับโลก ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำแพลตฟอร์มอีบุ๊กและผู้จัดจำหน่ายเครื่องอ่านอีบุ๊กในประเทศไทย เพื่อรุกตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กในประเทศที่มีมูลค่ากว่า 140 ล้านบาท ซึ่งเติบโตสูงถึงร้อยละ 60 จากพฤติกรรมของนักอ่านและการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ง่ายขึ้น โดยได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 รุ่นเรือธง พร้อมจัดโปรโมชันพิเศษภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54

นายจูเลียน โจว ผู้จัดการทั่วไป ราคุเทน โคโบ เอเชีย เปิดเผยว่า ทิศทางของตลาดอีบุ๊กมีความสัมพันธ์โดยตรงต่อตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊ก ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด Mordor Intelligence ระบุว่า ตลาดอีบุ๊กโลกคาดว่าจะขยายตัวจากประมาณ 6.03 แสนล้านบาทในปี 2569 เป็น 7.55 แสนล้านบาทในปี 2574 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4.6 ขณะที่ตลาดในเอเชียถือเป็นตลาดใหม่ที่มีโอกาสเติบโตสูง ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากพฤติกรรมนักอ่านที่ต้องการอุปกรณ์ที่สามารถอ่าน ฟังออดิโอบุ๊ก และจดบันทึกได้ในเครื่องเดียว รวมถึงต้องการพื้นที่ส่วนตัวเพื่อหลีกหนีจากการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วเกินไปบนโซเชียลมีเดีย

สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่นำมาเปิดตัวในประเทศไทยมี 3 รุ่น ประกอบด้วย: Kobo Libra Colour ขนาด 7 นิ้ว หน้าจอสี รองรับการเขียนด้วยลายมือ Kobo Clara Colour ขนาด 6 นิ้ว หน้าจอสี รุ่นเริ่มต้น น้ำหนักเบา Kobo Clara BW ขนาด 6 นิ้ว หน้าจอขาวดำ

ผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รุ่นมีคุณสมบัติเด่น เช่น หน้าจอสีเทคโนโลยี E Ink Kaleido 3 (เฉพาะรุ่นที่รองรับ) มาตรฐานกันน้ำ IPX8 ระบบ ComfortLight PRO ปรับแสงและอุณหภูมิสีอัตโนมัติเพื่อถนอมสายตา พื้นที่จัดเก็บ 16GB – 32GB รองรับอีบุ๊กสูงสุด 24,000 เล่ม และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานหลายสัปดาห์

ด้านนายรวิวร มะหะสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดอีบุ๊กไทยมีมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากผลสำรวจผู้เข้าชมงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปี 2568 พบว่าการซื้ออีบุ๊กเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 29 ส่งผลให้ตลาดเครื่องอ่านอีบุ๊กในปี 2567 มีมูลค่าประมาณ 140 ล้านบาท เติบโตถึงร้อยละ 60 จากปี 2566 โดยกลุ่มเมพมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ร้อยละ 60-70 การเป็นพันธมิตรกับราคุเทน โคโบ นอกจากจะช่วยขยายฐานผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมเป้าหมายด้านความยั่งยืน (ESG) ในการลดการใช้กระดาษอีกด้วย

Related Posts

Send this to a friend