BUSINESS

อิมแพ็ค ชู 2 กลยุทธ์กระตุ้นรายได้ ตั้งเป้าปี 69 รายได้แตะ 3,000 ล้านบาท

อิมแพ็ค เจ้าของธุรกิจศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี รุกธุรกิจร้านอาหาร ชู 2 กลยุทธ์หลักปั้นรายได้ โดยปรับโฉมร้านอาหารบนพื้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพิ่มความแปลกใหม่ พร้อมกันนี้ส่งแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับอย่าง สึโบฮาจิ และร้านกาแฟเชนฮ่องกง เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ขยายสาขานอกศูนย์ฯ เพื่อเพิ่มรายได้จากธุรกิจร้านอาหารทุกรูปแบบทั้ง บริการเคเทอริ่ง เดลิเวอรี่ พร้อมตั้งเป้าปี 2569 รายได้ธุรกิจร้านอาหารทะลุ 3,000 ล้านบาทตามแผน

นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันภาพรวมธุรกิจร้านอาหารของไทยเติบโตขึ้น จากปัจจัยบวกด้านการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก รวมถึงผู้บริโภคในประเทศก็ออกมาใช้ชีวิต จับจ่ายใช้สอย รับประทานอาหารนอกบ้านตามปกติมากขึ้น ซึ่งข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า ธุรกิจอาหารในไทยปีนี้จะเติบโต 2.7-4.5% จากปี 2565 หรือมีมูลค่าประมาณ 4.18-4.25 แสนล้านบาท”

“ปัจจุบันพื้นที่ศูนย์การแสดงสินค้า และการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีจำนวนการจัดงาน ผู้คนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน เข้ามาใช้บริการภายในศูนย์ฯเพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจร้านอาหารในเครือก็เติบโตขึ้นตามไปด้วย ซึ่งปัจจุบันมีร้านอาหารในเครือทั้งหมด 19 แบรนด์ รวม 32 สาขา”

สำหรับทิศทางปีนี้ จะให้ความสำคัญกับธุรกิจร้านอาหารต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นไปที่ 2 กลยุทธ์หลัก เพื่อสร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจนี้ ได้แก่

1.การปรับโฉม การขยายสาขาใหม่ โดยร้านอาหารที่อยู่บนพื้นที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จะเน้นการปรับโฉมเป็นหลัก เช่น ปรับปรุงร้านใหม่ จัดโซนร้านอาหารตามประเภทอาหารให้ชัดเจน เพิ่มพื้นที่นั่งสำหรับพบปะสังสรรค์ ของกลุ่มเพื่อน (Hang Out) ในแต่ละร้านมากขึ้น เป็นต้น เพื่อรองรับกลุ่มผู้จัดงาน ผู้เข้ามาใช้บริการ ร้านอาหารภายในศูนย์ โดยเฉพาะงานระดับอินเตอร์เนชั่นนอล ซึ่งหมุนเวียนเข้ามาจัดที่อิมแพ็ค เมืองทองธานีเพิ่มขึ้น

2.การขยายสาขานอกพื้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง จะโฟกัสไปที่ร้านอาหาร 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์ สึโบฮาจิ ร้านอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับจากฮอกไกโด โดยได้เปิดสาขาที่ 7 โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์ เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และ2.กลุ่มร้านกาแฟ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ จะเน้นเปิดร้านรูปแบบคีออส (Kiosk)มากขึ้นตามพื้นที่อาคาร สำนักงาน 2. การพัฒนาบริการใหม่ๆจากธุรกิจร้านอาหารมากขึ้น เช่น บริการเคเทอริ่ง บริการเดลิเวอรี่ผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์แมน แกร็บ ฟู้ดแพนด้าและโรบินฮู้ด เป็นต้น โดยแต่ละร้านจะนำเสนอเมนูที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่าง ร้านอาหารไทยทองหล่อ นำเสนอข้าวกล่องทองหล่อ ในราคาเริ่มต้น 150 บาท ร้านสึโบฮาจินำเสนอเมนูเบนโตะ อาหารญี่ปุ่นในราคาเริ่มต้น 80 บาท

“ธุรกิจร้านอาหารแม้มีคู่แข่งมาก แต่ก็มีอัตราการเติบโตขึ้นทุกปีนี้ อีกทั้งขณะนี้ผู้บริโภคก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว อิมแพ็คก็ต้องเพิ่มสีสัน ความแปลกใหม่ให้แก่ศูนย์ฯ ด้วยการให้น้ำหนักกับการพัฒนาร้านอาหารที่อยู่ภายในศูนย์ฯ รองมา คือ การขยายสาขานอกพื้นที่ อยู่ระหว่างการหาพื้นที่ที่เหมาะสมในทำเลต่างๆ ขณะเดียวกันร้านอาหารเครืออิมแพ็ค ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ และความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยเมนูอาหารของร้านอาหารในเครือ จะเพิ่มสัดส่วนการใช้ผัก และผลไม้ออร์แกนิกจากโครงการเพื่อสังคม “อิมแพ็ค ฟาร์ม” ซึ่งทำหน้าที่รับซื้อผัก ผลไม้ จากภาคีเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศ มาใช้เป็นวัตถุดิบในการรังสรรค์เมนูต่างๆมากขึ้น ดังนั้นผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการ ร้านอาหารเครืออิมแพ็ค จึงมั่นใจได้ว่าได้รับประทานอาหารที่ สด สะอาดและปลอดภัย”

“คาดการณ์ว่า การรุกหนักธุรกิจร้านอาหารครั้งนี้ ทั้งการปรับโฉมร้านอาหารภายในศูนย์ฯ การขยายสาขาใหม่นอกพื้นที่ และการแตกบริการใหม่ของร้านอาหาร จะช่วยเพิ่มสีสันให้แก่ผู้เข้ามาใช้บริการภายในศูนย์ฯ ซึ่งจะทำให้รายได้จากธุรกิจ ร้านอาหารเติบโตขึ้น ตามแผนที่วางไว้ว่าภายในปี 2569 อิมแพ็คจะมีรายได้ จากธุรกิจร้านอาหารเพิ่มเป็น 3,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน”

Related Posts

Send this to a friend