BUSINESS

ห่วงนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้น หลังกรมศุลฯ เตรียมลดภาษีนำเข้าไวน์ สุรา ยาสูบ

กระทรวงการคลังเตรียมเสนออัตราภาษีบุหรี่ใหม่ให้กับคณะรัฐมนตรี แทนระบบภาษีปัจจุบัน ที่ใช้ระบบ 2 อัตรา ขณะที่ภาคนักวิชาการควบคุมยาสูบ เสนอให้ใช้อัตราภาษีเดียวในบุหรี่ทุกประเภท และภาษีอัตราใหม่จะต้องมีผลให้บุหรี่ทุกประเภทมีราคาไม่ถูกลงจากราคาปัจจุบัน เพื่อป้องกันนักสูบหน้าใหม่โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน วัยรุ่น ไม่ให้เข้าถึงบุหรี่ได้ง่าย ที่สำคัญภาครัฐจะมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้น

ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และหัวหน้าโครงการวิจัย ติดตามและเฝ้าระวังอุตสาหกรรมยาสูบในประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยมีการจัดเก็บภาษีบุหรี่ โดยเปลี่ยนจากภาษีอัตราเดียวเป็นสองอัตรา เมื่อปี 2560 ทำให้คะแนนประเมินภาษีบุหรี่ของไทย โดย University of Illinois Chicago ในปี 2561 ได้ 1.75 คะแนน ลดลงจากปี 2559 ที่ได้ 2.25 คะแนน นอกจากจะทำให้รัฐบาลมีรายได้จากภาษีลดลงแล้ว ยังส่งผลให้ปริมาณบุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้นด้วย คือจาก 3.4% ในปี 2557 เพิ่มเป็น 5.7% ในปี 2561

ดร.พญ.เริงฤดี ยกตัวอย่างประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะประเทศที่มีการปฏิรูประบบภาษีบุหรี่ที่ดี รัฐบาลฟิลิปปินส์มีนโยบายปรับขึ้นภาษีทุกปี ปีละ 4% มาตั้งแต่ปี 2555 มีการปรับโครงสร้างภาษีจากที่เคยมี 4 ระดับ ลดลงมาเรื่อยๆจนเหลือเพียงระดับเดียว จากที่เคยเก็บภาษีในอัตรา 2.72 เปโซต่อซอง ในบุหรี่กลุ่มราคาถูกที่สุด ปรับเพิ่มมาเก็บภาษีในอัตรา 30 เปโซต่อซอง เป็นการจัดเก็บอัตราภาษีบุหรี่ที่เท่ากันทุกกลุ่มราคา ผลที่ตามมาคือ รัฐบาลมีได้รายได้จากภาษีบุหรี่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อัตราการสูบบุหรี่ลดลง และยังส่งผลให้ปริมาณบุหรี่เถื่อนลดลงด้วย ขณะเดียวกัน ก็มีคะแนนประเมินภาษีบุหรี่ดีขึ้นต่อเนื่องจาก 1.25 คะแนนในปี 2557 ขึ้นมาเป็น 2.5 คะแนนในปี 2559 และ 3.75 คะแนนในปี 2561 เช่นเดียวกับสัดส่วนบุหรี่เถื่อนในประเทศที่ลดลงต่อเนื่อง จาก 12.2% ในปี 2557 เหลือ 10.8 ในปี 2561 สะท้อนว่า การขึ้นภาษีบุหรี่ไม่ได้ทำให้บุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด กลับช่วยทำให้ปริมาณบุหรี่เถื่อนลดลงด้วย

การศึกษาข้อมูลโดยองค์การอนามัยโลก พบว่า การขึ้นภาษีบุหรี่ หรือการทำให้บุหรี่มีราคาแพงขึ้น ไม่ได้ทำให้บุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด สิ่งที่ทำให้บุหรี่เถื่อนยังคงอยู่ คือการไม่เอาจริงของรัฐบาลในการปราบปราม ระบบศุลกากร และระบบภาษีที่ไม่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการแทรกแซงของอุตสาหกรรมยาสูบ

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า หวังว่ากระทรวงการคลังและคณะรัฐมนตรี จะรู้ทันบริษัทบุหรี่ ไม่หลงกลการนำบุหรี่เถื่อนมาเป็นข้ออ้างไม่ให้ขึ้นภาษี ขอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบอัตราภาษีบุหรี่ใหม่ที่คำนึงถึงสุขภาพและชีวิตของคนไทย อัตราภาษีใหม่ควรเป็นอัตราเดียว ต้องทำให้ราคาบุหรี่ขายปลีกสูงขึ้นกว่าปัจจุบัน เพื่อสร้างเงื่อนไขที่จะทำให้คนเลิกสูบ หรือสูบน้อยลง

ระบบภาษีที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นระบบ 2 อัตรา คือ บุหรี่ที่มีราคาขายปลีกต่ำกว่าซองละ 60 บาท เก็บภาษี 20% ส่วนบุหรี่ที่มีราคาขายปลีกสูงกว่า 60 บาท เก็บภาษี 40% ระบบภาษีแบบนี้นี้มีจุดอ่อนตรงที่ เปิดโอกาสให้บริษัทบุหรี่ลดราคาขายปลีกลงมา เท่ากับหรือต่ำกว่าซองละ 60 บาท เพื่อเสียภาษีให้น้อยลง ทำให้ราคาขายปลีกเฉลี่ยลดลง รัฐบาลเก็บภาษีได้ลดลงตามไปด้วย

Related Posts

Send this to a friend