AROUND THAILAND

ชป. ปรับแผนการระบายน้ำ เร่งผันน้ำเข้าทุ่งฝั่งตะวันตก-ตะวันออก ลดน้ำในลุ่มเจ้าพระยา

กรมชลประทาน ปรับแผนการระบายน้ำ เร่งผันน้ำเข้าทุ่งฝั่งตะวันตก-ตะวันออก ลดน้ำในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนพายุลูกใหม่ที่จะเข้าไทยปลายสัปดาห์นี้ คาดไม่แรงเท่าเตี้ยนหมู่

วันนี้ (4 ต.ค.64) นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24-26 ก.ย.ที่ผ่านมา ไทยได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่น “เตี้ยนหมู่” ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท้ายเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ส่งผลให้ปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกัน 12,832 ล้านลูกบาศก์เมตร และยังสามารถรับน้ำได้อีก 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ระดับน้ำในลุ่มแม่น้ำปิงตอนล่าง บริเวณจังหวัดกำแพงเพชร และลำปางที่เพิ่มสูงขึ้นจากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งไหลลงสู่ลำน้ำแม่มอกและคลองแม่รำพัน จังหวัดสุโขทัย ทำให้มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งขวาของแม่น้ำยมบริเวณ อ.เมืองสุโขทัย กรมชลประทานได้ดึงน้ำจากลำน้ำแม่มอกและคลองแม่รำพันระบายลงสู่แม่น้ำยมอย่างรวดเร็ว และหน่วงน้ำไว้ในแก้มลิงทุ่งบางระกำ จ.พิษณุโลก เพื่อช่วยลดผลกระทบกับปริมาณน้ำที่ท่วมในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยฝั่งตะวันตก ลดปริมาณน้ำที่จะไหลหลากลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

โดยลุ่มแม่น้ำปิง ปัจจุบันปริมาณน้ำลดลงแล้ว แต่ยังมีมวลน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังไหลมาสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ต้องผันน้ำเข้าคลองทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาราว 367 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา และระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 2,771 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยที่ อ.บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านเฉลี่ยในอัตรา 3,091 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานจึงบริหารจัดการน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และแม่น้ำป่าสักให้ไหลมาสู่ อ.บางไทรไม่เกิน 3,200 ลูกบาศก์เมตรวินาที เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ

ขณะที่สถานการณ์น้ำในแม่น้ำป่าสักที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้องระบายน้ำเพื่อลดปริมาณน้ำที่เกินระดับเก็บกักของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อยู่ที่ 1,133 ลูกบาศ์กเมตรต่อวินาที และได้ผันน้ำบางส่วนออกทางคลองระพีพัฒน์ ผ่านประตูระบายน้ำ (ปตร.) พระนารายณ์ ลงสู่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ คลองบางขนาก และคลองพระองค์ไชยานุชิต เพื่อสูบออกแม่น้ำบางปะกงและอ่าวไทยตามลำดับ ช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านเขื่อนพระรามหก และลดผลกระทบบริเวณ อ.ท่าเรือ อ.นครหลวง และ อ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งยังลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่าน อ.บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกด้วย

แฟ้มภาพ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ

ทั้งนี้กรมชลประทานยังใช้ทุ่งรับน้ำบริเวณตอนล่างของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 10 ทุ่ง เพื่อลดปริมาณน้ำสู่พื้นที่ตอนล่าง และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ปัจจุบันรับน้ำเข้าทุ่งแล้ว 878 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็น ทุ่งฝั่งตะวันออก 387 ล้านลูกบาศก์เมตร ได้แก่ ทุ่งเชียงราก 21 ล้านลูกบาศก์เมตร ทุ่งท่าวุ้ง 90 ล้านลูกบาศก์เมตร ทุ่งคลองชัยนาท-ป่าสัก 123 ล้านลูกบาศก์เมตร ทุ่งบางกุม 131 ล้านลูกบาศก์เมตร ทุ่งบางกุ้ง 22 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนทุ่งฝั่งตะวันตกรับน้ำแล้ว 491 ล้านลูกบาศก์เมตร ได้แก่ ทุ่งบางบาล-บ้านแพน 50 ล้านลูกบาศก์เมตร ทุ่งป่าโมก 49 ล้านลูกบาศก์เมตร ทุ่งผักไห่ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร ทุ่งเจ้าเจ็ด 45 ล้านลูกบาศก์เมตร และทุ่งโพธิ์พระยา 147 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือพื้นที่เก็บกักน้ำอีกประมาณ 590 ล้านลูกบาศก์เมตร

นอกจากนี้ยังใช้โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างให้ไหลสู่ทะเลเร็วขึ้น

ขณะที่สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำชี-มูล มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงต่อเนื่องจากฝนที่ตกในอุบลราชธานี ส่งผลกระทบกับบริเวณที่ลุ่มต่ำริมสองฝั่งในเขตเมืองอุบลราชธานี และ อ.วารินชำราบ จึงได้ปรับแผนระบายน้ำจากเขื่อนและประตูระบายน้ำ บริหารน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำให้เป็นแก้มลิง จัดจราจรน้ำในแม่น้ำชีตอนบน ตอนกลาง ตอนล่าง และแม่น้ำมูล ด้วยการปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น เขื่อนลำปาว จังหวัดกาพสินธุ์ และเขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี รวมทั้งชะลอน้ำที่เขื่อนชนบท จังหวัดขอนแก่น เขื่อนยโสธร จังหวัดยโสธร และเขื่อนหัวนา จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำมูลตอนล่างไหลลงแม่น้ำโขงให้เร็วขึ้น

อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง ซ่อมแซมเสร็จแล้ว

ส่วนความคืบหน้าการซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) ขณะนี้ซ่อมแซมทำนบดินชั่วคราวเสร็จแล้ว คาดว่าจะช่วยลดผลกระทบพื้นที่ท้ายอ่าง และกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้า อย่างไรก็ตามปลายสัปดาห์นี้ คาดว่าพายุดีเปรสชั่นกำลังก่อตัวขึ้นแถวฟิลลิปปินส์ ก่อนเคลื่อนตัวสู่ทะเลจีนใต้ และเข้าเกาะไหหลำในวันที่ 10-11 ต.ค. และพัฒนาเป็นพายุไต้ฝุ่น คาดว่าไทยจะได้รับผลกระทบทางอ้อม โดยเฉพาะทิศตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กรุงเทพฯและปริมณฑล แต่ฝนอาจจะตกไม่เยอะเท่าพายุเตี้ยนหมู่

“ปัจจุบันมีพื้นที่ประสบอุทกภัยแล้ว 20 จังหวัด 87 อำเภอ กรมชลประทานได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมพร้อมบุคลากร และร่วมกันเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนพื้นที่ปลายน้ำอย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะตรวจตราคันกันน้ำ และส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบทุกจุด เพื่อลดผลกระทบที่มีต่อประชาชน และพื้นที่เศรษฐกิจ”

Related Posts

Send this to a friend