AROUND THAILAND

กรมชลประทานเตือนระบายน้ำ ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ เพิ่มสูงสุด 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที 4 จังหวัดท้ายน้ำให้เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

กรมชลประทานออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 30 ก.ย. 69 หลังฝนตกหนักและมีฝนสะสมในพื้นที่ตอนบน ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์

สำหรับข้อมูลสถานการณ์น้ำเวลา 20.00 น. สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,565 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สมทบกับปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำสะแกกรัง สถานี Ct.19 จังหวัดอุทัยธานี 554 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่อัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ +17.77 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง กรมชลประทานคาดการณ์ว่าในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ปริมาณน้ำที่สถานี C.2 จะเพิ่มสูงสุดประมาณ 3,010 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อรวมกับน้ำจากลำน้ำสาขาอีกประมาณ 700-750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่าจะมีปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 3,600-3,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งช่วยรับน้ำประมาณ 550-580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

จากแนวโน้มดังกล่าว คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) อนุมัติให้กรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา โดยควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งกรมชลประทานเริ่มทยอยปรับการระบายน้ำแบบขั้นบันไดตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของวันที่ 30 กันยายน 2569 จากอัตรา 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 02.00 น. ในอัตราประมาณชั่วโมงละ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำน้อยที่สุด

การปรับเพิ่มการระบายน้ำดังกล่าวส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 15-30 เซนติเมตร โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณอำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร, จังหวัดอ่างทอง บริเวณอำเภอวิเศษชัยชาญ ป่าโมก เมืองอ่างทอง และไชโย, จังหวัดสิงห์บุรี บริเวณอำเภออินทร์บุรี พรหมบุรี และเมืองสิงห์บุรี และจังหวัดชัยนาท บริเวณอำเภอสรรพยา

กรมชลประทานใช้ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งและพื้นที่ว่างเหนือเขื่อนช่วยรับและชะลอน้ำ เพื่อควบคุมการระบายท้ายเขื่อนให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น พร้อมทยอยปรับตามสถานการณ์จริง หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมจะลดการระบายลง และเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลผ่านคลองลัดโพธิ์ตามจังหวะน้ำทะเลขึ้น-ลง พร้อมแจ้งเตือนหน่วยงาน ผู้ประกอบการ และประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

Related Posts

Send this to a friend