BANGKOK

‘ทวิดา’ เร่งทำหลักเกณฑ์เยียวยาให้เสร็จสัปดาห์นี้

‘ทวิดา’ เร่งทำหลักเกณฑ์เยียวยาให้เสร็จสัปดาห์นี้ ยกเว้นลงบันทึกประจำวัน-ยื่นออนไลน์ได้ หวังให้ประชาชนสะดวกที่สุด

วันนี้ (30 ก.ย. 69) นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงหลักเกณฑ์การยื่นขอรับเงินเยียวยาของผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครั้งนี้ต้องแยกเป็น 2 เรื่อง คือ เงินในหมวดช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบของกระทรวงการคลัง และตามระเบียบของกรุงเทพมหานครที่สอดคล้องไปกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งในหมวดนี้จะมีให้ค่าเสียหายหากบ้านเสียหายทั้งหลังจำนวนเงิน 49,500 บาท

ทั้งนี้ ได้มีการพูดคุยกับ ปภ.และกรมบัญชีกลางแล้วว่าหมวดไหนที่กรมบัญชีกลางประกาศ เนื่องจากล่าสุดกรมบัญชีกลางได้ประกาศระเบียบใหม่ออกมายกตัวยอดเงินค่าเสียหายขึ้น ค่าไหนที่เงินสูงกว่าใช้ของระเบียบกระทรวงการคลัง เช่น บ้านเสียหายทั้งหลัง ระเบียบเดิมกรุงเทพมหานครจ่ายตามความเสียหายจริงไม่เกิน 49,500 บาท ซึ่งเรายังแก้ตามระเบียบใหม่ของกระทรวงการคลังไม่แล้วเสร็จ ก็จะใช้ยอดเบิกจากตามระเบียบใหม่ของกระทรวงการคลัง โดยจ่ายตามความเสียหายจริงไม่เกิน 88,600 บาท ส่วนค่าที่พักชั่วคราวเนื่องจากไม่ได้ไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงแล้วมีใบเสร็จมา ก็จะใช้หมวดของ กทม.จ่ายไม่เกินครอบครัวละ 3,000 บาท และจ่ายต่อเดือนไม่เกิน 2 เดือน ส่วนเครื่องมือประกอบอาชีพก็จะอาศัยระเบียบของกระทรวงการคลังจ่ายไม่เกิน 13,500 บาทต่อครอบครัว ค่าจัดการศพกระทรวงการคลังก็เพิ่มให้เป็น 35,700 บาท

นางสาวทวิดา ระบุว่า ระเบียบ กทม.ไม่ได้ต่างจากระเบียบเดิม แต่เมื่อกระทรวงการคลังประกาศเปลี่ยนตามกระบวนการ เราก็ต้องมาทำกระบวนการในการเพิ่มตามระเบียบ แต่เราจะไม่ให้ประชาชนของเราเสียประโยชน์ หมวดไหนของกระทรวงการคลังเยอะกว่าใช้ของกระทรวงการคลัง หมวดของ กทม.บางหมวดกระทรวงการคลังไม่ได้จ่าย กทม.จ่ายให้ เช่น ค่าปลอบขวัญ ค่ารักษาพยาบาล ค่าดำรงชีพเบื้องต้น เพราะฉะนั้นก็ต้องทำหลักฐานแล้วขอมา ซึ่งตรงนี้เป็นการจ่ายตามระเบียบปกติที่มีอยู่เดิม

ส่วนเรื่องเอกสารหลักฐานที่เป็นกังวลโดยเฉพาะเรื่องของการลงบันทึกประจำวัน จำเป็นที่จะต้องไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.หรือไม่ นางสาวทวิดา กล่าวว่า ในอดีตเมื่อเกิดเหตุสาธารณภัยต้องมีการลงบันทึกประจำวันเพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ อ้างเป็นญาติผู้เสียชีวิต หรือบางครั้งเสียชีวิตจากเหตุอื่นที่ไม่ใช่จากเหตุสาธารณภัยนั้น ๆ หรือการแอบอ้างเป็นผู้เสียหาย ดังนั้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องให้มีการลงบันทึกประจำวัน ส่วน กทม.ก็มีระเบียบที่จะต้องชี้แจง แต่ครั้งนี้ กทม.ได้ประสานกับตำรวจและกรมบัญชีกลางว่า เราจะยกเว้นเรื่องการไปแจ้งลงบันทึกประจำวันที่ สน. แต่ขอเวลาตรวจสอบให้ไม่ผิดกฎหมาย หรือระเบียบข้อใดอีกครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเป็นโมฆะ

“จากการที่พูดคุยกันได้ข้อสรุปว่า จะมีการยืดหยุ่น ยกเลิกการลงบันทึกประจำวัน แต่ถ้าในการแจ้งขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่พบข้อสงสัยในบางกรณีของผู้ที่ยื่นมา ก็จะขอให้คนที่ยื่นเอกสารมา เข้ามาให้ข้อเท็จจริง โดยจะอำนวยความสะดวกเป็นการเข้ามาให้ข้อเท็จจริงในรูปแบบของออนไลน์ โดยมีเจ้าหน้าที่ของ กทม.และตำรวจอยู่ในการให้ข้อเท็จจริงครั้งนั้น”

ส่วนที่มีคำถามว่าออนไลน์ได้หรือไม่ นางสาวทวิดา กล่าวว่า สามารถออนไลน์ได้ ขณะนี้ กทม.กำลังจัดทำแบบฟอร์มในการกรอกข้อมูลต่าง ๆ โดยนำบทเรียนจากครั้งยื่นเอกสารแผ่นดินไหวและ สตง. มาปรับปรุงโดยให้สำนักดิจิทัล กทม.ทำเรื่องขออนุญาตกับกรมการปกครอง เมื่อใส่เลข 13 หลักเข้ามาแล้วข้อมูลไหนที่เป็นอัตโนมัติได้ก็อยากให้อัตโนมัติในแบบฟอร์มเลย ข้อมูลสำคัญจะได้ไม่ผิดพลาด แต่สิ่งที่ผู้ประสบอุทกภัยยังต้องทำอยู่คือการถ่ายภาพความเสียหายไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำมาประกอบเอกสารในการยื่นขอรับเงินเยียวยาในครั้งนี้

อีกหนึ่งกระบวนการในระเบียบเดิมเมื่อเกิดอุทกภัยจะจ่ายเป็นเงินสด ขณะนี้ได้มีการพูดคุยกับกรมบัญชีกลางและ ปภ.แล้วว่าจะให้สามารถโอนเงินไปยังบัญชีผู้ยื่นคำร้องได้ ทั้งนี้ ในระบบที่ให้ยื่นเอกสารก็จะให้ระบุข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการรับเงินอีกครั้ง โดยรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการยื่นเอกสารและความชัดเจนในเรื่องของการลงบันทึกประจำวันและการรับเงินแบบออนไลน์จะพยายามทำให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเริ่มยื่นขอเงินเยียวยาได้โดยไม่ต้องรอระยะเวลานาน

ส่วนเงินก้อนที่สองคือ เงินเยียวยาครอบครัวละ 9,000 บาท เป็นไปตามมติ ครม. แต่ไม่แน่ใจว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไร ซึ่งก็ต้องรอรัฐบาลประกาศหลักเกณฑ์ออกมาอีกครั้ง หากเทียบกับตอนน้ำท่วมหาดใหญ่จะเป็นเรื่องของเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งชื่อเรียกจะไม่ซ้ำเงินเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลัง เงินก้อนนี้ก็จะเป็นเงินของรัฐบาลที่กำหนดว่าจะให้เท่าไร และมีระเบียบเป็นอย่างไร ไม่ใช่เงินที่ กทม.จ่าย คงจะต้องรอการประกาศอย่างชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง

นางสาวทวิดา ย้ำว่า ในฝั่งที่ กทม. กรมบัญชีกลาง และ ปภ.ทำต้องเป็นไปตามความเสียหายจริง ตัวเลขที่เห็นเป็นเพียงตัวเลขสูงสุดสำหรับความเสียหายแบบทั้งหมด และจัดเตรียมเอกสารไว้ให้ครบโดยการส่งหลักฐานก็จะเป็นการส่งแบบออนไลน์ได้ หรือหากสะดวกมาที่สำนักงานเขตก็สามารถเดินทางมายื่นเอกสารได้เช่นกัน จะพยายามทำให้ประชาชนสะดวกที่สุด และจะพยายามลดเอกสารที่ไม่จำเป็นให้มากที่สุด

Related Posts

Send this to a friend