AROUND THAILAND

ผู้การฯ ยะลา ตรวจสอบเหตุปาหินขบวนรถไฟที่ยะลา เชื่อเป็นกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนอง

พลตำรวจตรี ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ยะลา พร้อมด้วย พันตำรวจเอกนราวี และเจ้าหน้าที่จากการรถไฟ ได้เดินทางลงพื้นที่บริเวณ ชุมชนริมทางรถไฟ หมู่ 13 ต.สะเตงนอก ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างหมู่ 7 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา เพื่อตรวจพิสูจน์หาหลักฐานเพิ่มเติม จากเหตุขบวนรถไฟสุไหงโกลก – หาดใหญ่ ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวน ปาก้อนหินใส่หัวรถจักร จนทำให้ช่างเครื่องได้รับบาดเจ็บ 1 นาย เหตุเกิดเมื่อวานนี้เวลา 16.40 น.

โดยในเบื้องต้น จนท.ทราบพิกัดจุดเกิดเหตุ ว่าอยู่ในเขตรอยต่อ ระหว่างบ้านควน ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา กับ หมู่ 7 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟยะลา ประมาณ 4 กิโลเมตร จากนั้น จึงจำกัดพื้นที่เป้าหมายซึ่งมีประวัติ เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ และเป็นพื้นที่ชุมชนที่มีกลุ่มวัยรุ่น จึงวิเคราะห์พิกัดพื้นที่มีความน่าจะเป็นไปได้ คือพื้นที่ชุมชนริมทางรถไฟ หมู่ 13 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จึงได้เข้าตรวจสอบ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ โดยจากการตรวจสอบไม่พบจุดเกิดเหตุที่แน่ชัด เพราะไม่มีหลักฐานที่พอจะระบุได้ชัดเจน มีเพียงคำให้การของเจ้าหน้าที่ประจำการของขบวนรถไฟดังกล่าว ระบุสถานที่บริเวณที่ประสบเหตุเท่านั้น

พลตำรวจตรี ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ยะลา ตรวจสอบเหตุปาหินใส่ขบวนรถไฟที่ จ.ยะลา

พลตำรวจตรีปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา จึงได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งเชื่อได้ว่า เป็นกลุ่มวัยรุ่นในบริเวณชุมชนริมทางรถไฟ ที่อาจจะมีความคึกคะนอง จึงได้ก่อเหตุ อีกทั้งบริเวณนั้น ที่ผ่านมาจะพบว่า มีเด็ก ๆ หรือวัยรุ่นที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ มักจะก่อพฤติกรรม นำก้อนหินไปวางบนรางรถไฟ เพื่อให้รถไฟเหยียบ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่การรถไฟ ระบุว่า เป็นอันตรายทั้งต่อตัวเอง และขบวนรถไฟ หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาแล้ว ก็จะมีโทษและความผิดทางกฎหมายด้วยเช่นกัน

ในรอบ 3 เดือน มีการก่อเหตุในลักษณะของการปาก้อนหินใส่ขบวนรถไฟแล้ว 1 ครั้งที่ จ.นราธิวาส ซึ่งตอนนั้นเจ้าหน้าที่ประจำการขบวนรถไฟได้รับบาดเจ็บจากเศษกระจกที่บริเวณใบหน้าเพียงเล็กน้อย

ก้อนหินที่ถูกปาขึ้นมาบนรถไฟ
นายช่างเครื่อง ถูกก้อนหินปาใส่ได้รับบาดเจ็บ

ทางเจ้าหน้าที่การรถไฟ ได้ขอความร่วมมือไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ให้ช่วยสอดส่อง และแจ้งเตือนประชาชน อย่าให้บุตรหลานได้กระทำการในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากมีความผิดทางกฎหมาย และอาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้ทั้งจากขบวนรถ และผู้โดยสารเอง

Related Posts