’จุลพันธ์‘ เชื่อเป็นเกมการเมือง ปม สุริยะ-อธิบดีฝนหลวงฯ หลังจ่อถูกร้องจริยธรรม
’จุลพันธ์‘ เชื่อเป็นเกมการเมืองฝ่ายตรงข้าม ปม สุริยะ-อธิบดีฝนหลวงฯ หลังจ่อถูกร้องจริยธรรม บอกไม่มีอะไรในกอไผ่ มองเป็นเรื่องปกติที่เจ้ากระทรวงต้องดูงบก่อนเสนอขอสำนักงบประมาณ ไม่หวั่นกระทรวงเกษตรฯ เจ้าที่แรง เชื่อ ข้าราชการ เป็นมืออาชีพ ขับเคลื่อนนโยบายรัฐ
วันนี้ (2 พ.ค. 69) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีผู้เตรียมไปร้องเรียนจริยธรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีการโยกย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ จากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย ใครก็สามารถดำเนินการได้ เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะไปวินิจฉัยต่อไป
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า จากการรับฟังของพรรคมีความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของนายสุริยะ ซึ่งเหตุการณ์ค่อนข้างชัดเจน ทั้งมีการประสานเข้าไปพูดคุยก่อนหน้าเมื่อครั้งที่พวกตนเป็นฝ่ายค้าน ฉะนั้นถือว่าไม่เกี่ยวเนื่องกัน หากนายสุริยะในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ จะฝากใครไปพบปะพูดคุยกับใครโทรเพียงครั้งเดียวก็จบแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีกระบวนการในการใช้อำนาจหน้าที่แต่อย่างใด
ส่วนการดูงบประมาณนั้น นายจุลพันธ์ ยกตัวอย่างว่า ตนที่อยู่กระทรวงแรงงานก็เชิญทุกหน่วยงานมาพูดคุยในเรื่องการทำคำของบประมาณปี 2570 ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจะต้องมีการเซ็นเข้าที่ประชุม ตนไม่รู้เลยก็เป็นไปไม่ได้ ในช่วงหนึ่งถึงสองสัปดาห์ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานมีการประชุมอยู่หลายครั้ง เพื่อจะลำดับความสำคัญเพื่อส่งคำขอเข้าสู่สำนักงบประมาณในการพิจารณางบประมาณ ฉะนั้นเรื่องการขอดูงบประมาณจากหน่วยงานภาครัฐ เห็นว่าทุกกระทรวงก็ทำกัน ไม่ใช่เรื่องแปลก และเป็นเรื่องธรรมดาที่รัฐมนตรีว่าการต้องทราบ ต้องเซ็น ซึ่งหากดูก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ การปรับเปลี่ยนแยกย้ายข้าราชการก็เป็นเรื่องปกติ เพื่อให้การขับเคลื่อนแต่ละส่วนงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบาย การเปลี่ยนรัฐบาลก็ชัดเจนแล้วว่ามีการขับเคลื่อนนโยบายที่แตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับเจ้ากระทรวงที่จะพิจารณา
เมื่อถามว่าจะถูกมองเป็นเกมการเมืองของฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ นายจุลพันธ์ มองว่า “นาทีนี้มันใช่แล้วแหละ” ซึ่งต้องยอมรับว่ามีการโดดเข้ามารับลูกต่าง ๆ เป็นจังหวะทางการเมือง แต่ก็ขอให้มั่นคงเข้าไว้เอางานเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้พวกตนที่พูดคุยกันเองในพรรคเพื่อไทย รวมถึงคณะรัฐมนตรีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทุกคนเร่งรัดในการทำงาน เราก็ทำงานโดยไม่มีวันหยุด เพราะต้องเร่งผลงาน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เห็นผลการทำงานของพวกเรา เอาผลของงานเป็นหลัก
ส่วนพรรคเพื่อไทยไม่หวั่นใจหรือไม่ เพราะมีเสียงลือว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เจ้าที่แรง นายจุลพันธ์ ระบุว่า ไม่ได้หวั่นอะไร ตนเชื่อว่าพรรคอยู่มาได้ด้วยนโยบายมาโดยตลอด ซึ่งวันนี้ก็เช่นเดียวกัน ทุกกระทรวงขับเคลื่อนนโยบายเพื่อประชาชน ในส่วนของข้าราชการ รัฐบาลเปลี่ยนอยู่เรื่อย ๆ ในช่วงที่ผ่านมาเราเปลี่ยนเจ้ากระทรวงไปแล้วกี่คน อธิบดีหรือปลัดกระทรวงทำงานให้ใครบ้าง ทุกสีมีครบ เป็นสีรุ้งได้เลย ฉะนั้นเราคงไม่ได้ไปดูในจุดนั้น แต่การขับเคลื่อนนโยบายตามที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา จะสามารถขับเคลื่อนได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าข้าราชการทุกคนมีความเป็นมืออาชีพในการที่จะรับเอานโยบายของรัฐบาลที่มีกระบวนการถูกต้องตามกฎหมายไปขับเคลื่อน
ส่วนพรรคเพื่อไทยหรือนายสุริยะจะต้องทำความเข้าใจกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้มีความกังวลเรื่องปัญหาจริยธรรมเป็นหลัก นายจุลพันธ์ ระบุว่า รัฐบาลจากเหตุการณ์ในหลายรัฐบาลที่แล้วโดยเฉพาะรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องที่หลายรัฐบาลต้องระมัดระวัง โดยนายอนุทิน ก็หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาตลอด ซึ่งนายสุริยะมีการพูดคุยกับนายอนุทินอยู่เป็นประจำ และรับทราบว่ามีการชี้แจงทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น และเชื่อว่านายกรัฐมนตรีรับทราบ และดำเนินการตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรดำริมาที่คณะรัฐมนตรี












