ปชน. จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำสีรุ้ง-กากมลพิษในปราจีนบุรี ซัดน้ำลด สารพิษผุด
พรรคประชาชน จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำสีรุ้ง-กากมลพิษในปราจีนบุรี ซัดน้ำลด สารพิษผุด แนะประกาศเขตควบคุมมลพิษด่วน ตรวจน้ำเชิงรุก หาหน่วยงานโดยตรงรับผิดชอบ จ่อหนุนชาวบ้านฟ้องร้องรัฐละเลยหน้าที่
วันนี้ (29 ต.ค. 69) นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.พรรคประชาชน แถลงข่าวเรื่อง “น้ำสีรุ้ง จ.ปราจีนบุรี” ร่วมกับตัวแทนภาคประชาชนที่ได้สะท้อนถึงปัญหาในพื้นที่
นายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม แกนนำเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งกล่าวว่าจากสถานการณ์ขยะมลพิษในจังหวัดปราจีนบุรีไม่ใช่เพิ่งจะเริ่ม แต่มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนที่ทำเรื่องขยะรีไซเคิล 105 และ 106 และการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมที่ขณะนี้กำลังขยายโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เข้าไปในจังหวัดปราจีนบุรี แต่การขยายตัวขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นความวิตกกังวลของพี่น้องชาวปราจีนบุรี เพราะที่ผ่านมาในจังหวัดได้รับผลกระทบเรื่องมลพิษอย่างหนัก ทั้งการสร้างโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน การลักลอบฝังกลบทิ้งขยะมากมายตามพื้นที่ทั้งไร่นาภายในโรงงาน การทำโรงงานเถื่อน โรงงานเทาทั้งจีนเทาจีนเถื่อนพบได้เยอะและสูงมาก
นายสุเมธกล่าวต่อว่าจากนั้นเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาเกิดน้ำท่วมใหญ่นำมาซึ่งผลกระทบมากมายมหาศาล โดยเฉพาะมลพิษที่ไหลจากน้ำ จังหวัดปราจีนบุรีเรื่องมลพิษสูงมาก และปัจจุบันจะเห็นภาพสะท้อนไม่ว่าจะเป็นน้ำสองสี น้ำสายรุ้ง น้ำที่ทำให้ปลาตายในแม่น้ำลำคลอง พื้นที่ไร่นาที่มีบ่อปลาก็พบว่าลอยคอตายจำนวนมากและยังไม่ถูกดำเนินการจัดการเพื่อแก้ไขเลย
ประชาชนทราบเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น เราพยายามส่งข่าวไปยังหน่วยงานราชการว่ามีโรงงานลักลอบทิ้งขยะอยู่มากมาย ซึ่งอุตสาหกรรมจังหวัด กระทรวงอุตสาหกรรมไม่สามารถควบคุมดูแลโรงงานที่เกิดขึ้นในจังหวัดปราจีนบุรีได้ ถือว่าเป็นความล้มเหลว ประชาชนชี้ให้รัฐเห็นว่าจุดไหนที่มีเหตุการณ์น้ำรั่ว น้ำซึมรอบทิ้งโรงงานฝังกลบขยะไม่ถูกต้อง โรงงานเถื่อน โรงงานเทา เป็นสิ่งที่ประชาชนชี้นำให้รัฐออกมากำกับดูแล แต่เมื่อรับทราบเหตุผลแล้วไม่สามารถกำกับดูแลควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้เลย
“น้ำท่วมครั้งนี้จึงเหมือนน้ำลด ตอผุด ไม่ใช่ตออย่างเดียว แต่เป็นมลพิษที่ฝังอยู่ใต้ดินผุดขึ้นมามากมาย” นายสุเมธกล่าว
สิ่งที่เรากำลังเจอมาจากบ่อฝังกลบที่ทั้งจังหวัดมี 4 บ่อ มีการตรวจ 3 บ่อ ซึ่งไม่มีผลการตรวจออกมาอย่างชัดเจนว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง สะท้อนว่าภาครัฐขณะนี้อนุญาต อนุมัติโรงงานให้เกิดขึ้นในจังหวัดมากมาย แต่เหตุใดจึงไม่สามารถกำกับดูแลควบคุมโรงงานให้สามารถสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้ นอกจากนี้ยังไม่มีการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้
“ก่อนหน้าเราเคยบอกกับภาครัฐว่ามีจุดเสี่ยงมากมายในพื้นที่ ให้แจ้งเตือนประชาชนหรือกำกับดูแล เพื่อให้โรงงานสามารถป้องกันอุบัติเหตุน้ำท่วมในครั้งนี้แต่ปรากฏว่าภาครัฐเพิกเฉยไม่การทำให้ปัญหาการที่จะต้องป้องกันก่อนแต่กลายเป็นน้ำท่วมแล้วเราถึงค่อยมาดูแล แต่ก็สายไปแล้ว เพราะน้ำในแม่น้ำกลายเป็นสารพิษ ยังไม่รวมถึงสารพิษที่ตกค้างในดินหลังน้ำท่วมหมดแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง ยังไม่เห็นจะมีโครงการหรือช่องทางอย่างไรในการแก้ไขและปรับปรุงเรื่องนี้” นายสุเมธระบุ
นอกจากนี้จังหวัดล้มเหลวในเรื่องการจัดการบริหารน้ำที่ปนเปื้อนมลพิษ ซึ่งขณะนี้น้ำลงไปถึงจังหวัดฉะเชิงเทราและอนาคตจะลงสู่ปากอ่าว น้ำที่กักไว้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่มีหน่วยงานส่วนกลางหรือหน่วยงานภาครัฐไปกำกับดูแลเรื่องนี้เลย เป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งและเป็นภัยที่ประชาชนบนความสิ้นหวังว่าจากนี้จะทำอะไรได้บ้าง จะประกอบอาชีพอะไรโดยเฉพาะเกษตรกรรม น้ำประปาที่ใช้บริโภคเราไม่สามารถเชื่อได้ว่าจะใช้บริโภคได้ใช่หรือไม่เพราะรัฐบาลยังไม่ตอบคำถามใด ๆ แม้แต่รัฐมนตรีที่ลงไปในพื้นที่ตนเองก็ยังมองว่ายืนอยู่ข้างทุนชัดเจน 7 วันผ่านไปโรงงานที่ปล่อยน้ำสีรุ้งที่เรามีหลักฐานชัดเจนก็ยังไม่ถูกดำเนินการใด ๆ ซึ่งมี 2 โรงงานที่ตนเองมองว่าเหมือนเป็นพันธมิตรกันด้วยซ้ำ เป็นสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นว่ารัฐบาลจะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงฝากวิงวอนพรรคประชาชนที่ลงไปในพื้นที่ว่าเกิดเหตุขึ้นบ้างและจะส่งข่าวสารกระตุ้นการทำงานภาครัฐให้เรารอดพ้นวิกฤตนี้ไปได้
นางสาวธันยาภัทร์ ดอกผล ตัวแทนกลุ่มปราจีนเข้มแข็งชี้ว่าน้ำท่วมครั้งนี้สะท้อนชัดเจนว่าหน่วยงานภาครัฐไม่มีมาตรการจัดการภัยพิบัติและป้องกันทั้งก่อน ระหว่างเกิดเหตุและหลังจากการเกิดเหตุ และสาเหตุที่ปลาตายจำนวนมาก สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากอุตสาหกรรม เพราะในจังหวัดปราจีนบุรีมีบ่อขยะฝังกลบที่ได้รับใบอนุญาตทั้งหมด 4 แห่ง มี 2 แห่งถูกน้ำท่วมจนถึงกองกากขยะ และมี 1 แห่งที่น้ำจากโรงงานไหลล้นออกมาสู่พื้นที่ภายนอกของชาวบ้าน มีโรงงานที่ทำเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มากกว่า 3 แห่งที่น้ำท่วม พื้นที่เหล่านี้อยู่ต้นน้ำและไหลไปรวมกันที่แม่น้ำปราจีนบุรี และพื้นที่การตรวจพบอะลูมิเนียมอยู่ติดจังหวัดปราจีนบุรีและสระแก้วที่มีโรงงานใกล้เคียงในบริเวณนั้น โรงงานที่มีสารเคมีอันตรายไปตั้งอยู่ที่น้ำท่วมเป็นปัญหาใหญ่สำหรับประชาชน พร้อมย้ำว่าเรามองการพัฒนาประเทศที่เห็นท้องถิ่นประชาชนอยู่ในนั้น แต่ไม่ใช่การพัฒนาที่มุ่งเน้นเฉพาะตัวเลขจีดีพี
นางสาวนฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ชลบุรี เขต 6 พรรคประชาชนกล่าวว่าจากการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจนั้นแค่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ที่ลงไปในพื้นที่มีอาการคันและแสบมาก ซึ่งเป็นน้ำที่ตกค้างอยู่ แต่ในสถานการณ์ปกติความเข้มข้นจะขนาดไหน สะท้อนว่าแค่ในระยะเวลาสั้น ๆ ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพขนาดนี้ และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ต้องอยู่ตรงนั้นจะอยู่กันอย่างไร และกระบวนการทำงานของรัฐบาลยังช้าอยู่มาก การสื่อสารยังไม่ชัดเจน แต่ประชาชนต้องอยู่ที่นั่นต่อ สิ่งนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นและไม่ใช่มีโรงงานที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคมแค่แห่งเดียว แต่พี่น้องชาวปราจีนบุรีเรียกร้องสิ่งนี้มาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี ผลเสียจากการละเลยและผลประโยชน์ทับซ้อน ปล่อยให้ชาวบ้านตายผ่อนส่ง นอกจากมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลแล้ว อยากเรียกร้องให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเร่งประกาศเขตควบคุมมลพิษในจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อให้มีการจัดการควบคุมและแก้ไขปัญหามลพิษอย่างเป็นระบบ ถึงเวลาที่เราต้องมาทบทวนว่าโรงงานอุตสาหกรรมที่มีอยู่ในประเทศไทยทั้งหมดพื้นที่จัดตั้งเหมาะสมหรือไม่ และเหตุใดบางโรงงานไปตั้งอยู่ในพื้นที่รับน้ำหรือน้ำท่วมถึงแต่บางแห่งตั้งอยู่บนต้นน้ำริมคลองใกล้ชุมชน
นางสาวนฤมาศกล่าวทิ้งท้ายว่าเราไปไม่ถึงอุตสาหกรรมสีเขียวที่รัฐบาลพร่ำพูดอยู่ทุกวัน และจากสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ควรเพิ่มจังหวัดไหนเข้ามาใน EEC ตอนนี้เราต้องการให้ที่ที่มีอยู่ไม่ปล่อยมลพิษและมีความรับผิดชอบต่อชุมชน ความรับผิดชอบต่อสังคมให้ได้ก่อน ทำสิ่งนี้ให้ได้ก่อนแล้วค่อยพัฒนาไปข้างหน้า
นายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ สส.พิษณุโลก พรรคประชาชนกล่าวว่าอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังและให้คำแนะนำว่าน้ำที่ประชาชนใช้อุปโภคบริโภคนั้น หากมาจากบางแหล่งต้มสุกก็ยังไม่พ้นที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย และให้คำแนะนำให้ประชาชนร่วมกันสังเกตอาการ จึงอยากเสนอแนวทางอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่
อยากให้ตรวจคุณภาพน้ำที่แม่น้ำโรงผลิตประปาและบ้านของประชาชนเชิงรุกโดยด่วน ไม่ต้องสุ่มตรวจแต่ให้ตรวจแบบปูพรม หาหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ชัดเจน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นสำคัญไม่แพ้กับเรื่องอื่นคือน้ำประปาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และรัฐไม่ควรใช้วิธีเดียวในการแก้ไขอะลูมิเนียมในความเข้มข้นของอะลูมิเนียมที่ต่างกันในแต่ละพื้นที่
ตรวจสอบน้ำใต้ดิน น้ำบาดาล ซึ่งในพื้นที่จะถูกใช้เป็นน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำบาดาลปนเปื้อนง่ายกว่าที่คิด ตรวจพบยากกว่าที่ควรและฟื้นฟูยากกว่าที่เห็น
ตรวจสอบคุณภาพน้ำที่อยู่ที่บ้านประชาชนโดยเฉพาะตามถังเก็บน้ำ แค่ดูว่าน้ำประปาที่ประชาชนใช้อยู่มีสารปนเปื้อนหรือไม่ มีอะไรตกค้างในน้ำ ในถัง ในท่อหรือไม่ และสามารถประกาศวันหยุดล่วงหน้าเพื่อล้างระบบกลับมาทั้งหมดได้
ต้องมีแผนฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร ร้านอาหารท้องถิ่น หรือผู้ผลิตน้ำดื่มที่ได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน มีการตรวจสอบหรือไม่ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนหรือไม่และไม่สามารถมองข้ามได้ ต้องทำให้ความเชื่อมั่นในการบริโภคของปราจีนบุรีนักท่องเที่ยวกลับมาโดยเร็วที่สุด และต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นกรมอนามัย กรมทรัพยากรน้ำที่มีหน้าที่ในการตรวจคุณภาพน้ำเข้ามามีส่วน อย่าโยนภาระให้ท้องถิ่นทำอยู่อย่างเดียว เพราะการตรวจคุณภาพน้ำแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เราไม่สามารถตรวจครั้งเดียวเพื่อบอกคุณภาพน้ำที่อยู่ไปอีก 3 ปี 5 ปีได้ เราต้องตรวจอย่างสม่ำเสมอจนกว่าประชาชนจะมั่นใจว่าน้ำที่ใช้สะอาดและกลับมาปลอดภัยเหมือนเดิม
ขณะที่นายพูนศักดิ์กล่าวอีกว่าผลกระทบแพร่กระจายและส่งผลต่อเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่ ประชาชนบอกมาอย่างยาวนานแต่หน่วยงานรัฐปล่อยปละละเลยให้เกิดปัญหาได้อย่างซ้ำซาก ไม่ใช่แค่ในจังหวัดปราจีนบุรีเท่านั้น แต่จังหวัดชลบุรี ระยอง ลพบุรี สมุทรสาครก็เคยเกิดปัญหาเหล่านี้มาแล้วทั้งสิ้น ถึงเวลาแล้วที่รัฐจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ให้ประชาชนต้องมาเป็นคนแบกรับค่าใช้จ่าย ผลกระทบที่เกิดจากความผิดพลาดของรัฐตนเองจึงขอประกาศว่าจะสนับสนุนให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายใช้สิทธิตามกฎหมายดำเนินคดีกับหน่วยงานของรัฐผู้ที่มีหน้าที่โดยตรง ซึ่งมี 5 หัวข้อหลักที่ประชาชนสามารถฟ้องรัฐได้แก่
การอนุญาตให้ตั้งหลุมฝังกลบ เพราะการประกอบกิจการรีไซเคิลในพื้นที่ลุ่มหรือพื้นที่น้ำท่วม
ปล่อยให้โรงงานรีไซเคิลดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาตและไม่มีระบบควบคุมมลพิษที่เหมาะสม ส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ภาคประชาชนในการแจ้งต่อต้านประท้วงโดยรัฐไม่ทำอะไรเลย
การปล่อยให้ปัญหาทิ้งขยะอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำซากและจำเจเกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่รัฐไม่เข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมอะไรเลย
การอนุญาตให้ผู้ประกอบการที่เคยก่อความผิดสร้างความเสียหายให้กับสิ่งแวดล้อมในจังหวัดอื่น มาขออนุญาตประกอบกิจการเหมือนเดิมในจังหวัดใหม่เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
การฟื้นฟูด้านสิ่งแวดล้อมหรือปล่อยให้น้ำท่วมในหลุมฝังกลบ โดยที่รัฐไม่มีแผนการใดว่าจะสั่งการให้ใครเป็นคนทำและจะแล้วเสร็จเมื่อไร
“เราไม่ควรให้ภาคประชาชนต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ดังนั้นภาคประชาชนควรใช้สิทธิตามกฎหมายฟ้องร้องกับรัฐบาลให้ชดเชยค่าเสียหายและชดเชยกับผลการละเลยการไม่ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งผมเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่ประชาชนและพรรคประชาชนจะร่วมกันต่อสู้เพื่อให้รัฐกลับมาทำงานตามหน้าที่อีกครั้ง” นายพูนศักดิ์กล่าว
ขณะที่เรื่องผังเมืองยอมรับว่าเป็นผลมาจากมรดกช่วง คสช.ที่อนุญาตให้โรงงานสามารถตั้งได้โดยไม่สนเรื่องสีของผังเมือง ซึ่งพรรคประชาชนในอดีตพรรคก้าวไกลได้ดำเนินการเสนอให้มีการยกเลิกกฎหมายดังกล่าวและมีการบังคับใช้แล้ว แต่เป็นที่น่าเสียดายที่โรงงานใดที่อยู่ระหว่างการขออนุญาตเราเสนอให้รวมไปด้วยแต่เราแพ้โหวต จึงเป็นที่มาว่าผู้ที่ยื่นใบอนุญาตประกอบกิจการไปแล้วหรือมีการทำการรับฟังความคิดเห็นของชุมชนสามารถดำเนินการต่อได้ แต่เรายืนยันว่าจากนี้ภาครัฐจะต้องเข้มข้นมากขึ้น โดยที่ตัวเองเชื่อว่าการฟ้องร้องจะเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้ข้าราชการที่ทำงานอยู่มีความตรงไปตรงมา และมองว่าปัญหาของผลกระทบและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไม่ควรต้องให้ประชาชนเป็นผู้รับผิดชอบ














