‘สีหศักดิ์’ ชง ครม.ขยายรั้วชายแดนไทย-มาเลเซียสกัดของเถื่อน จ่อบินหารือมาเลเซียหนุนพูดคุยสันติสุข
วันนี้ (1 ก.ย. 69) ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีเตรียมเสนอโครงการก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-มาเลเซียให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา ว่า เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอจากการประชุมรับฟังความเห็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งพูดถึงการขยายก่อสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซียเพิ่มเติมเพื่อป้องกันสิ่งผิดกฎหมาย ทั้งยาเสพติดและสินค้าเถื่อน พร้อมพิจารณาต้นตอสาเหตุของผู้ร่วมก่อเหตุ เนื่องจากงานด้านความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจในพื้นที่
นายสีหศักดิ์ ย้ำถึงการให้ความสำคัญกับงานข่าวกรองที่ต้องมีความแม่นยำ โดยต้องบูรณาการร่วมกันหลายหน่วยงานเพื่อให้ตัดสินใจทันท่วงที รวมถึงงานมวลชนที่ต้องรับรู้ข้อมูลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากงานมวลชนดีขึ้นจะช่วยให้ดำเนินการได้รวดเร็ว ซึ่งงานมวลชนเกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่ที่ต้องทำให้เห็นถึงโอกาสทางเศรษฐกิจจากการจ้างงาน รัฐบาลจึงเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง โดยเฉพาะความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างความเชื่อมโยงทางถนนและทางรถไฟกับฝั่งมาเลเซีย
สำหรับความร่วมมือกับมาเลเซีย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า วันที่ 6 กันยายนนี้จะเดินทางไปพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย เพื่อติดตามและขยายผลประเด็นที่ผู้นำทั้งสองหารือไว้ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน ส่วนความคืบหน้าเรื่องการวางตัวผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้นั้น ต้องการพา นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อทำความรู้จักกับผู้บริหารของรัฐบาลมาเลเซีย
เมื่อถามถึงการปรับเรื่องข่าวกรอง นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเรื่องนี้ โดยหลายหน่วยงานต้องบูรณาการร่วมกันเพื่อให้ตัดสินใจทันท่วงทีและมีระบบเตือนภัยที่ดีขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหมือนวันที่ 22-23 สิงหาคมที่ผ่านมาอีก เพราะกระทบต่อความมั่นใจของประชาชน นักลงทุน และผู้ประกอบธุรกิจในพื้นที่
ส่วนกรณีลอบวางเพลิงรถแบ็กโฮที่อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เมื่อคืนที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ ระบุว่า รับทราบแล้วและต้องพิจารณาจุดที่ควรปรับปรุง ทุกส่วนมีความสำคัญทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และการศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่และเยาวชน เมื่อถามว่าการก่อเหตุซ้ำซ้อนเป็นเพราะความชะล่าใจของเจ้าหน้าที่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทราบแล้วว่าต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น
นายสีหศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายถึงความจำเป็นในการขยายพื้นที่ปลอดภัยในฐานะผู้กำกับดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เรื่องนี้อยู่ในยุทธศาสตร์ที่ต้องการให้มีพื้นที่ปลอดภัยบริเวณชายแดนใน 14 อำเภอ ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ตนเองเป็นประธาน













