POLITICS

ตัวแทนเครือข่ายแรงงานยื่น กมธ.แรงงาน จี้ ‘อนุทิน-ภูมิใจไทย’ ถอนร่างกฎหมายภาษีบาป 4 ฉบับ

ตัวแทนเครือข่ายแรงงานยื่น กมธ.แรงงาน จี้ ‘อนุทิน-ภูมิใจไทย’ ถอนร่างกฎหมายภาษีบาป 4 ฉบับ หวั่นกระทบงบประมาณ-การทำงานของกองทุนสาธารณะ ขอ กมธ.ไม่สนับสนุน พร้อมผลักดันสิทธิลาคลอด 120 วัน-ลาเมื่อมีประจำเดือน ปฏิรูปประกันสังคม

วันนี้ (28 ต.ค. 69) เวลา 14.30 น. ที่อาคารรัฐสภา นายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนและรองประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน พร้อมด้วย น.ส.ธนพร วิจันทร์ โฆษกคณะกรรมาธิการการแรงงาน และ น.ส.พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ สส.กทม. พรรคประชาชนและรองประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน รับยื่นหนังสือจากคณะทำงานขับเคลื่อนกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายขับเคลื่อนสิทธิแรงงานหญิง เครือข่ายรัฐสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า เครือข่ายสวัสดิการที่เป็นธรรม เครือข่ายศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบระดับชาติ เครือข่ายแรงงานแพลตฟอร์มและไรเดอร์ เครือข่ายประชากรข้ามชาติ นักวิชาการแรงงานด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นธรรม และเครือข่ายประกันสังคมเพื่อคนทำงาน เพื่อยื่นข้อเสนอผลักดันการแก้ไขกฎหมายแรงงาน พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการการแรงงานไม่สนับสนุนร่างกฎหมายจัดสรรภาษีบาป 4 ฉบับ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูลและพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้เสนอ โดยขอให้ถอนหรือไม่รับรองร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ

นายเซียกล่าวว่าวันนี้ได้รับการประสานงานจากเครือข่ายขับเคลื่อนกฎหมายคุ้มครองแรงงานว่าด้วยสิทธิความเป็นมารดาและแรงงานหญิง ซึ่งต้องการยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการแรงงาน โดยมีหลายประเด็นที่ต้องการให้กรรมาธิการสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อนำไปสู่การผลักดันการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและคนทำงานต่อไป

ด้านนายบัณฑิต แป้นวิเศษ ผู้ประสานงานเครือข่ายขับเคลื่อนกฎหมายคุ้มครองแรงงานว่าด้วยสิทธิความเป็นมารดาของแรงงานหญิง กล่าวว่าหลังจากเครือข่ายเข้าพบประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ยังมีหลายประเด็นที่ต้องการติดตามจากการหารือก่อนหน้านี้ ทั้งการปฏิรูปกฎหมายประกันสังคมและกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เรื่องสิทธิการลาในช่วงมีประจำเดือน ชั่วโมงการพักผ่อน ศูนย์เลี้ยงเด็ก มุมนมแม่ รวมถึงการขยายสิทธิวันลาคลอดเป็น 120 วันและการติดตามการออกกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว

นอกจากนี้ยังมีประเด็นติดตามอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศที่กระทรวงแรงงานตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษา รวมถึงการผลักดันให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ร่วมกับกระทรวงแรงงานจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือคนงานและสนับสนุนการพัฒนาทักษะอาชีพและฝีมือแรงงาน

อีกประเด็นสำคัญคือการขอให้คณะกรรมาธิการการแรงงานไม่สนับสนุนร่างกฎหมายจัดสรรภาษีบาป 4 ฉบับ ซึ่งนายบัณฑิตระบุว่าเป็นร่างกฎหมายที่นายอนุทิน ชาญวีรกูลและพรรคภูมิใจไทยนำเสนอ โดยเครือข่ายต้องการให้คณะกรรมาธิการพิจารณาข้อเรียกร้องดังกล่าวควบคู่กับการผลักดันสิทธิแรงงานในประเด็นอื่น ๆ

น.ส.นันทพัชญ์ บุญมา ตัวแทนจากสหภาพแรงงานไทยการ์เมนต์ฯ อ่านข้อเสนอของเครือข่าย 6 ข้อ ได้แก่ 1. การปฏิรูปกฎหมายคุ้มครองแรงงานเพื่อรองรับเศรษฐกิจใหม่ 2. การพัฒนาสุขภาวะอนามัยเจริญพันธุ์และสิทธิความเป็นมารดา 3. การปฏิรูปโครงสร้างและการเข้าถึงระบบประกันสังคม 4. มาตรการเชิงรุกด้านการลงทุนและพันธกรณีระหว่างประเทศ 5. ขอให้คณะกรรมาธิการเป็นเจ้าภาพร่วมจัดสัมมนากับเครือข่ายขับเคลื่อนกฎหมายคุ้มครองแรงงานและ 6. ขอให้คณะกรรมาธิการการแรงงานเร่งเสนอให้พรรคภูมิใจไทยและนายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้เสนอร่างกฎหมายจัดสรรภาษีบาป 4 ฉบับถอนหรือไม่รับรองร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ

น.ส.ธนพร กล่าวว่าคณะกรรมาธิการจะเร่งดำเนินการตามข้อเสนอของเครือข่าย โดยเฉพาะประเด็นการศึกษาการให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) หลายฉบับ ทั้งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองความเป็นมารดา ฉบับที่ 183 และการคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม รวมถึงกลไกด้านแรงงานในระดับสากล

น.ส.ธนพร กล่าวว่าประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญต่อการแก้ไขกฎหมายแรงงานของไทย เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยพยายามเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ขณะเดียวกันการแก้ไขกฎหมายแรงงานจำเป็นต้องสอดคล้องกับอนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้นำแรงงานและผู้เกี่ยวข้องเรียกร้องมาเป็นเวลาหลายสิบปี แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

น.ส.ธนพร กล่าวต่อว่าปัจจุบันมีรูปแบบการจ้างงานใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ทั้งแรงงานแพลตฟอร์ม คนรับงานไปทำที่บ้าน แรงงานนอกระบบและแรงงานในระบบ จึงจำเป็นต้องเร่งผลักดันมาตรการคุ้มครองให้ครอบคลุมคนทำงานทุกกลุ่ม พร้อมยืนยันว่าจะรับข้อเสนอไปดำเนินการให้เร็วที่สุด

ด้าน น.ส.พิมพ์กาญจน์ กล่าวว่าการต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงานไม่เคยง่าย โดย สส.พรรคประชาชนที่ทำงานด้านแรงงานจะนำทุกประเด็นไปหารือในคณะกรรมาธิการอย่างละเอียดและรอบคอบ พร้อมเร่งกระบวนการเพื่อไม่ให้สิทธิของแรงงานถูกยืดเยื้อออกไปอีก หลายครั้งสิทธิแรงงานถูกยืดเยื้อหลังจากยื่นหนังสือแล้วกลับไม่มีการแจ้งความคืบหน้าให้เครือข่ายแรงงานทราบ จึงยืนยันว่าคณะกรรมาธิการจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและร่วมผลักดันสิทธิของประชาชนและคนทำงานต่อไป

Related Posts

Send this to a friend