POLITICS

อธิบดี ปภ. เผยเร่งช่วยน้ำท่วมปราจีนฯ-ฉะเชิงเทรา ระดมเรือผลักน้ำปากแม่น้ำบางปะกง เพิ่มเป็น 80 ลำ

อธิบดี ปภ. เผยเร่งช่วยน้ำท่วมปราจีนฯ-ฉะเชิงเทรา ระดมเรือผลักน้ำปากแม่น้ำบางปะกง 50 ลำ เพิ่มเป็น 80 ลำ หวังระบายมวลน้ำให้เร็วที่สุด ยอมรับชาวแฟลตเคหะคลองจั่นไม่เข้าเกณฑ์รับเงินเยียวยา เหตุน้ำท่วมไม่ครบ 7 วัน ชี้ ยังมีช่องทางช่วยเหลือตามระเบียบ ปภ.-กทม.

วันนี้ (7 ต.ค. 69) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงข้อกังวลสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจจะกินระยะเวลายาวนานในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา ซึ่งมีเสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นเดือนอยากทราบว่า สรุปแล้วจะระบายน้ำได้เมื่อใดว่า ถ้าไม่มีการบริหารจัดการใด ๆ เลย ผลักน้ำกันไปมาความกังวลนั้นก็จะนำไปสู่การเป็นประเด็น แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ นายกรัฐมนตรีได้กำชับและสั่งการให้แก้ปัญหานี้ โดยมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนดำเนินการแก้ปัญหา ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมาได้มีการประชุมเร่งระบายน้ำในลุ่มแม่น้ำบางปะกง โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีหลายคนเข้ามาประชุม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับหลักการผลักดันน้ำ

นายนิรัตน์กล่าวต่อว่า จะรวบรวมเรือผลักดันน้ำที่สามารถหาได้ เข้าไปติดตั้งที่ปากแม่น้ำบางปะกงให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดพลังในการผลักน้ำที่ทำให้เกิดความแตกต่างในการระบายอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากพยายามใช้เรือผลักน้ำออกจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่รับน้ำจากปราจีนบุรีและสระแก้วมาด้วย การผลักจากต้นน้ำนครนายกอย่างเดียวเกิดประสิทธิภาพไม่มากเท่าที่ควร เพราะน้ำจะไหลมาที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และยังมีมวลน้ำจากจังหวัดปราจีนบุรีมาสมทบอีก ดังนั้น ในทางวิศวกรรมการระบายน้ำ ต้องผลักน้ำที่ปากแม่น้ำให้ออกเร็วที่สุด ซึ่งในที่ประชุมเห็นตรงกัน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นต้นน้ำจากนครนายกหรือปราจีนบุรี ก็ต้องผลักดันให้ไหลสู่แม่น้ำบางปะกงให้เร็วที่สุด

นายนิรัตน์กล่าวอีกว่า จุดที่มีศักยภาพที่เหมาะสมที่จะเอาเครื่องผลักดันน้ำออกมา วันนี้ที่ตั้งได้เลย 40–50 ตัว และน่าจะเพิ่มเป็น 80 ตัว ซึ่งจะเดินหน้าผลักดันให้สัมพันธ์กับน้ำขึ้นและน้ำลง ซึ่งน่าจะทำได้เร็วไม่นานตามที่ชาวบ้านกังวล

สำหรับการโอนเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัย 10,400 ครัวเรือน นายนิรัตน์ระบุว่า ขณะนี้มีจังหวัดสระแก้ว สมุทรปราการ กระบี่ ที่เริ่มรับเงินแล้ว ส่วนวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ จะมีผู้ได้รับเงินอีกรวมแล้วกว่า 100 ล้านบาท

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า กดลงทะเบียนแล้วได้รับเงินล่าช้าไป 2–3 วัน ทั้งที่ควรกดแล้วได้รับเลย นายนิรัตน์กล่าวว่า เป็นเรื่องของระบบขั้นตอนการกดเงิน หลังจากที่นายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นห่วงอยากให้เร็วกว่านี้ ทาง ปภ. และธนาคารออมสินได้มีการประสานกัน ทำให้ลดเวลาจากเดิม 2 วัน เหลือ 1 วัน คือส่งข้อมูลวันนี้ พรุ่งนี้ได้เงินเลย ซึ่งเร็วขึ้น

ส่วนกรณีชาวแฟลตเคหะคลองจั่น ที่สะท้อนว่าอาจไม่ได้รับเงินเยียวยา เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขน้ำท่วมน้ำล้อม 7 วัน นายนิรัตน์ย้อนกลับว่า เหมือนที่ผู้สื่อข่าวถามว่าไม่เข้าเงื่อนไขหลักเกณฑ์ ซึ่งที่ถามมาถูกแล้วคือไม่เข้าเกณฑ์

เมื่อถามย้ำว่าจะไม่มีแนวทางไหนที่จะสามารถให้ได้รับเงินใช่หรือไม่ นายนิรัตน์อธิบายว่า การได้รับเงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี 5,000 บาท หรือ 9,000 บาท จะต้องมีหลักเกณฑ์ในเฉพาะก้อนนี้ ส่วนแนวทางอื่นที่จะให้ความช่วยเหลือ จะมีการจ่ายเงินตามระเบียบของ กทม. และ ปภ. จะเป็นไปตามเงื่อนไขต่อไป ต้องดูว่าเข้าหลักเกณฑ์ข้อไหนจ่ายตามข้อนั้น ต้องตรงไปตรงมามีหลักยึด

ส่วนกรณีที่ไม่ได้เป็นเจ้าบ้านเอง จะได้รับเงินเยียวยาอย่างไร นายนิรัตน์กล่าวว่า มีหลักเกณฑ์ทั้งการช่วยเหลือผู้เช่าหรือเจ้าบ้าน ต้องดูว่าอยู่ในสถานะอะไรตามหลักเกณฑ์ โดยในการลงทะเบียนจะมีช่องให้ระบุ ส่วนเรื่องการเยียวยาร้านอาหารผู้เช่าสถานที่ ขณะนี้ยังไม่มีหลักเกณฑ์นั้น มีเรื่องที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว

Related Posts

Send this to a friend