BANGKOK

‘ดร.เอ้’ ห่วงน้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุนซ้ำเติม กทม.ชี้ น้ำจะตีทุกทิศทุกทาง หากฝนแบบนี้ตกเดือนหน้า

‘ดร.เอ้’ ห่วงน้ำเหนือ-น้ำทะเลหนุนซ้ำเติม กทม.ชี้ น้ำจะตีทุกทิศทุกทาง หากฝนแบบนี้ตกเดือนหน้า กรุงเทพฯ ชั้นนอก-ชั้นในหมดสิทธิ์ ย้ำรีบพร่องน้ำก่อนวิกฤต แนะทำ ‘กระเปาะเจ้าพระยา’ เปิด-ปิดรับน้ำทะเลหนุน เก็บน้ำเหนือเป็นแก้มลิงปากอ่าว

วันนี้ (2 ต.ค. 69) ที่พรรคไทยก้าวใหม่ อาคารไอทาวเวอร์ ชั้น 14 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมด้วยนายเรวัต คงชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านการประยุกต์ใช้ AI ร่วมกันเสวนาในหัวข้อ “คนไทยต้องทนน้ำท่วมตลอดไปใช่ไหม?” เพื่อเปิดวงพูดคุยถึงปัญหาน้ำท่วม ตั้งแต่สิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ไปจนถึงแนวทางรับมือและการจัดการในอนาคต ดำเนินรายการโดยนายณัชฐพงศ์ มูฮำหมัด ผู้ประกาศข่าวไทยรัฐทีวี

ช่วงหนึ่ง นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ลาดกระบังเจอบทเรียนปี 65 หลังจากนั้น 4 ปีมาเจออีก จึงเป็นบทเรียนจริง ๆ ว่าควรทำได้ดีกว่านี้ โดยพูดในฐานะประชาชน หนึ่งในผู้ประสบภัยขั้นสุด และผู้ที่ติดตามเรื่องน้ำท่วม รวมถึงเป็นศาสตราจารย์ทั้งด้านดินและน้ำ และติดตามเรื่องนี้มาตลอด

นายสุชัชวีร์กล่าวว่า สิ่งที่ประสบพบเจอคือทุกคนหนีไม่ทัน และเรื่องนี้ซ้ำรอยของหาดใหญ่ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาไม่ได้ทำงานสมบูรณ์แบบ แต่วันนี้ทำงานได้อย่างเต็มที่ และไม่มีที่ไหนในโลกพยากรณ์อนาคตได้แม่นยำ 100% พร้อมระบุว่า กรมอุตุนิยมวิทยาที่นิยมว่าดีที่สุดในโลกคือประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ซึ่งตนเองเคยอยู่ทั้งสองประเทศ

นายสุชัชวีร์กล่าวว่า สิ่งที่ไม่ควรไปบูลลี่กรมอุตุนิยมวิทยา คือก่อนวันที่ 21 กันยายน กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าฝนจะตกใน กทม. ฝั่งตะวันออก แน่นอนในช่วงระหว่างวันที่ 22-27 กันยายน และในวันนั้นเห็นฝนไล่มาตั้งแต่โฮจิมินห์ เข้ามาในประเทศกัมพูชา และเข้ามาทางตะวันตก ก่อนหน้านั้นยังได้ยินคนอยุธยาออกมาเรียกร้องว่าท่วมแล้ว หากเป็น กทม. สัญญาณชัดว่าน้ำมาเจาะที่อยุธยาแล้ว จึงต้องเตรียมการเต็มที่ เพราะกรมอุตุนิยมวิทยาส่งสัญญาณชัดเจนว่าน้ำกำลังไล่มา และมีข้อมูลระบุว่าต้องพร่องน้ำ ขณะที่ดินฉ่ำน้ำแล้ว ดังนั้น กรมอุตุนิยมวิทยาก็ส่งสัญญาณเท่าที่มีกำลัง

ด้านนายเรวัตกล่าวว่า ในมิติทางการสื่อสารภาคประชาชน ตนเองติดตามเพจสภาพอากาศต่าง ๆ แต่ต้องยอมรับว่าในประเทศไทยไม่มีใครมีเครื่องไม้เครื่องมือดีเท่ากรมอุตุนิยมวิทยา โดยกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนแล้วและเห็นมาตลอด แต่ไม่แน่ใจว่าการบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐชัดเจนแค่ไหน เพราะข้อมูลไม่ใช่ไม่มี และมีทิศทางชัดเจนว่าน้ำจะท่วมตั้งแต่กรุงเทพเหนือและกรุงเทพตะวันออก เพราะน้ำเตรียมที่จะเข้าแล้ว แต่การเตรียมการรับมือหลังจากมีข้อมูลหายไปไหน

นายเรวัตกล่าวว่า ก่อนน้ำจะเริ่มท่วมและก่อนฝนจะตก เห็นแล้วว่ามีข้อมูลชัดเจน แต่ไม่สามารถทำอะไรกับข้อมูลนั้นได้เลย หากประชาชนได้รับข้อมูลและการเตือนจากภาครัฐที่มีความน่าเชื่อถือ มีการแจ้งเตือนที่หนักแน่นและเพียงพอ เชื่อว่าสามารถช่วยประชาชนได้อีกเยอะ แต่วันนี้กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนมาแล้ว ส่วน กทม. ทำต่ออย่างไร มีการวางแผนเรื่องน้ำอย่างไร การบูรณาการเรื่องการจัดการภัยพิบัติและการแจ้งเตือนให้ประชาชนรับรู้ยังมีความบกพร่องมาก ๆ เป็นการโยนกันระหว่างหน่วยงาน แทนที่จะเข้าไปเตือนและช่วยเหลือประชาชน

นายเรวัตกล่าวว่า ตอนนั้นยังทันและยังพอขนของทัน แต่การแจ้งเตือนและการสื่อสารที่ภาครัฐยังทำได้ไม่ดีเพียงพอ หรือเตือนตอนที่น้ำท่วมแล้ว แม้ใช้งานได้ แต่ในบริบทความเดือดร้อนใช้งานจริงไม่ได้ พร้อมยกตัวอย่างเพจเฟซบุ๊ก ‘ที ลมฟ้าอากาศ’ โดยไม่รู้ว่าข้อมูลจริงหรือไม่และชัดเจนแค่ไหน เพราะไม่ได้ถือข้อมูลมากเท่ากรมอุตุนิยมวิทยา แต่มีการแจ้งเตือนและคนเชื่อ ทำให้คนจำนวนหนึ่งรอดปลอดภัย ขณะที่คนจำนวนมากที่ต้องการการแจ้งเตือนจริงจังจากภาครัฐไม่ได้รับ หากมี Cell Broadcast เข้ามา ทุกคนก็จะยกของหนี และจะมีการเตรียมการ รวมถึงอาจต้องกำชับรัฐบาลมากกว่านี้ว่าน้ำพร่องแล้ว ต้องบริหารจัดการและเตรียมตัว แต่เมื่อเตือนในเวลาที่ช้าเกินไป ตนเองไม่ได้เรียกว่าการเตือน

ส่วนกรณีน้ำเหนือและสถานการณ์ที่ประตูระบายน้ำเจ้าพระยาระบายอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาลงมา นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ตนเองเคยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่ได้รายงานตัวกันแบบไทย แต่จะบอกประชาชนอย่างชัดเจน โดยมีทั้งคนที่มีความรู้และไม่มีความรู้ ทุกประเทศจะบอกชัด แต่ในวิกฤตที่สาหัส ตนเองไม่กล้าจินตนาการว่าถ้าฝนแบบนี้ไปตกเดือนหน้า ซึ่งมีน้ำทะเลหนุนมาแล้วและหมดสิทธิ์ในการระบาย น้ำจะทะลักที่ท่าเตียน บางพลัด สัมพันธวงศ์ พระนคร และน้ำเหนือจะมาบรรจบกัน

นายสุชัชวีร์กล่าวว่า หากฝนแบบนี้ตกในเดือนหน้า การบริหารจัดการแบบนี้ กรุงเทพฯ ชั้นนอกและชั้นในหมดสิทธิ์ โดยจะจมตั้งแต่คลองรังสิต ดอนเมือง เข้ามาหลักสี่ แจ้งวัฒนะ จนถึงจตุจักร ลาดพร้าว และลาดกระบัง ขณะที่น้ำเหนือจะจมตั้งแต่ย่านบางบอน ทุ่งครุ พระนคร สัมพันธวงศ์ ไล่ไปทั้ง 50 เขต

นายสุชัชวีร์กล่าวว่า อันดับแรก หากสถานการณ์แบบนี้ 7 วันไม่ดีขึ้น เพราะตนเองอยู่ในน้ำและคิดว่าหากเป็นเดือนคงเหนื่อย พร้อมแสดงความเป็นห่วงทั้งน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุน โดยน้ำเหนือไม่ได้มาในรูปแบบเดียวกับคลอง แต่น้ำเหนือกับน้ำหนุนมาทุกทาง ทำให้ดินและน้ำชุ่มน้ำ ไม่ซึม และน้ำจะเอื่อยไปหมด จึงเดายากว่าจะไปทางไหน เพราะจะตีทุกทิศทุกทาง ไล่ตีทางเหนือตั้งแต่ปทุมธานี นนทบุรี คลองสามวา และหนองจอก ก่อนจะไล่ไปจนถึงพหลโยธิน 54 และไปปะทะกันตรงไหนไม่ได้ เพราะน้ำไปทุกทิศทุกทาง

นายสุชัชวีร์กล่าวว่า น้ำเหนือน่ากลัวมาก และยิ่งไม่ระบายน้ำ น้ำจะไปได้ทุกทาง หากรีบพร่องน้ำก็ต้องรีบพร่อง เพื่อรอต้อนรับน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุน ซึ่งจะช่วยให้ความเสียหายไม่ถาโถมซ้ำเติมคนกรุงเทพฯ มากกว่านี้ โดยน้ำทะเลหนุนอยู่ทุกวัน เป็นลักษณะน้ำขึ้นน้ำลง เมื่อทะเลลงต้องรีบสูบให้สูง พอน้ำขึ้นก็พักเครื่อง เพราะน้ำทะเลขึ้นลงเป็นเมตร จึงต้องบริหารจัดการช่วงก่อนวิกฤตอย่างละเอียด เพราะเมื่อมีน้ำมาแล้วจะทำอะไรไม่ได้ และการสูบน้ำในหมู่บ้านทำได้ยากกว่าการสูบน้ำในคลอง หากรอก่อนวิกฤตยังสามารถสูบน้ำในคลองได้ง่ายกว่า แต่หลังวิกฤตจะสายเกินไป

เมื่อถามถึงข้อเสนอเรื่องเขื่อนกั้นแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งนายสุชัชวีร์เคยเสนอไว้ว่า หากสามารถทำได้มีความจำเป็นหรือช้าไปกว่านี้หรือไม่ นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ตอนนี้ก็ช้า แต่ก็ต้องทำ โดยจุดตายของกรุงเทพฯ คือน้ำฝน หากเร็วที่สุดก็ระเหยได้ ขณะที่น้ำเหนือคือน้ำฝนที่เดินทางมาและสามารถระเหยได้ แต่ทะเลไม่ระเหย มีแต่น้ำแข็งละลาย ดังนั้นจุดตายของกรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคกลางคือน้ำทะเลหนุน ซึ่งเป็นจุดที่ตายจริง

นายสุชัชวีร์กล่าวว่า วิธีที่ทุกคนพูดคือต้องป้องกันที่กระเพาะทางออก คือแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าจีน และบางปะกง ส่วนข้อเสนอปิดอ่าวทั้งหมดมีขนาดใหญ่และเกิดขึ้นได้ยาก ทั้งในเรื่องงบประมาณและแรงต่อต้าน แต่สามารถทำเป็นกระเปาะ โดยเริ่มจากกระเปาะเจ้าพระยา แล้วเปิด-ปิดเหมือนประเทศเนเธอร์แลนด์ที่มีระบบเดลต้า ซึ่งมีการเปิด-ปิดเมื่อมีน้ำทะเลหนุน โดยปิดและสูบน้ำมารอที่ปากอ่าวเป็นแก้มลิงปากอ่าว เมื่อทะเลลดจึงเปิดให้น้ำดันออกไป และเมื่อหมดก็ปิดอีกครั้งเพื่อเอาน้ำเหนือมาเป็นแก้มลิงบริเวณปากอ่าว

นายสุชัชวีร์กล่าวว่า สามารถเริ่มทำเจ้าพระยาก่อน หากมีกำลังก็ทำบางปะกงและท่าจีนไล่กันไป ซึ่งจะทำให้สามารถรักษาชาติไทยเอาไว้ได้ แต่หากไม่ทำ เพราะตอนนี้ AI เผาทรัพยากรมากและจะเป่าความร้อนขึ้นบนชั้นบรรยากาศ ฝนก็ตกลงมาอีก จึงจะเจอน้ำหนุนมาเรื่อย ๆ พร้อมกล่าวว่า “เราตายแล้ว” และไม่ต้องบอกว่ากรุงเทพฯ จะจมทะเลเมื่อไร เพราะตอนนี้ก็จมอยู่ โดยควรทำถึงแม้จะใช้เวลา 20 ปี เพราะหากทำวันนี้ก็ไม่นับหนึ่ง และเมื่อถึงวันนั้นจะมาขอโทษใคร ที่มารับผิดชอบวันนี้ วันหน้าก็ไม่รู้ว่าจะอยู่หรือเปล่า

Related Posts

Send this to a friend