‘ชัชชาติ’ คาด 2 วันถนนสายหลักแห้ง 90% เร่งกู้ชุมชนแอ่งกระทะคลองจั่น-ร่มเกล้า ดันน้ำลงคลองแสนแสบ-คลองประเวศฯ
วันนี้ (29 ก.ย. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวิศณุ ทรัพย์สมพล นางสาวทวิดา กมลเวชช นายศานนท์ หวังสร้างบุญ และนายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ แถลงถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ กทม. ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง)
นายชัชชาติ กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์น้ำ คลี่คลายขึ้น เพราะฝน หยุดเติม คาดว่าในช่วง 2-3 วันนี้จะไม่มีฝนเติมลงมา และในหลายพื้นที่ดีขึ้น เช่น ในซอยชินเขตก็แห้ง แถวคลองเปรมประชากร ส่วนใหญ่แทบไม่มีปัญหาควบคุมระดับน้ำได้ โซนลาดพร้าวก็ดีขึ้น อาจจะยังมีอยู่ 2-3 จุด เช่น ซอยรามอินทรา 5 ถนนพหลโยธินแถวราบ 11 แต่ถนนสายหลักอย่างถนนวิภาวดีรังสิต สัญจรได้ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เปิดได้ ขณะที่น้ำในคลองแสนแสบ ก็ลดลงดี ช่วงต้น ๆ ไปจนถึงวัดเทพลีลา ซึ่งในคลองแสนแสบก็จะเร่งระบายให้มากขึ้นแล้วก็จะทำให้พื้นที่ ก็น่าจะทยอยดีขึ้น
ส่วนที่ยากที่สุดก็จะเป็นที่เขตลาดกระบัง เนื่องจากน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ มีทิศทางยาวและก็มีความคดเคี้ยวกว่าจะมาถึงที่สถานีสูบน้ำพระโขนงและน้ำ ก็ยังเยอะอยู่ ประกอบกับเมื่อวานนี้มีฝน เติมมาตรงที่ลาดกระบังประมาณ 50 มม. แต่ว่าตอนนี้ก็ใช้วิธีผลักดันน้ำก็ลดลงมาบ้างแล้ว
สถานการณ์โดยภาพรวม ก็ยังหนักใจอยู่ทางฝั่งตะวันออกหลัก ๆ ก็จะมีตัวทางลาดกระบัง แล้วก็อาจจะมีด้านเหนือขึ้นไป ส่วนมีนบุรีสถานการณ์ ก็ดีขึ้น คลองสามวา แต่อีกจุดหนึ่งที่อาจจะเป็นห่วงก็คือบริเวณสายไหมเพราะเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกับ จ.ปทุมธานี ซึ่งตอนนี้มีน้ำ ที่ล้นข้ามคลองหกวาสายล่างที่ไหลข้ามคันมา แต่สถานการณ์น้ำโดยทั่วไป ดีขึ้น ถนนสายหลัก ๆ คิดว่าภายใน 2 วันน่าจะได้สัก 90% และแห้งหมด แต่ถนนสายรอง หรือถนนในหมู่บ้าน ก็ต้องใช้เวลา ถ้าเกิดเป็นชุมชนใหญ่ที่มีแอ่งกระทะเยอะก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 7 วันแล้วตอนนี้เรา เริ่มวางแผนการกู้ หลัก ๆ ที่จะต้องกู้ 2 อันก็คือที่ชุมชนร่มเกล้า ลาดกระบัง และที่แฟลตคลองจั่น บางกะปิ เนื่องจากเป็นแอ่งกระทะ หลังจากนี้จะให้วางแผนถ้าน้ำในคลอง พร่องลงจะเร่งระบายน้ำว่าจะใช้ปั๊มที่ไหนบ้าง ฉะนั้นตอนนี้ถ้าหากเห็นว่ามีน้ำผุดตามท่อบ้างก็เป็นปกติเพราะว่าน้ำในคลอง ยังสูงอยู่
การช่วยเหลือคนตอนนี้ ก็ค่อนข้างดี จุดหลัก ๆ เช่น คลองจั่น ร่มเกล้า อาหารเพียงพอ จะมีจุดที่ยังคงคิดไม่ถึงบ้าน เช่น เขตคลองสามวา สะพานสูง ซึ่งอาจจะยังมีคนที่อยู่ไกลออกไป ที่จะต้องนั่งเรือออกไป ขณะนี้มีรายชื่อชุมชนแล้วพยายามดำเนินการให้หมด ส่วนผู้ป่วยติดเตียงต่าง ๆ เรา ก็เข้าถึงเกือบหมดแล้วเพราะเรา มี Social Listening อยู่ตลอด ซึ่งมีประมาณ 300 กรณี ตอนนี้ก็ทยอยไล่ดูแลทั้งหมดแล้วซึ่งทุกเคสที่แจ้งเข้ามาเรา จะดูหมด เชื่อว่าตอนนี้สถานการณ์ ก็จะดี ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาช่วยเหลือ
“หน้าที่เรา ก็คือต้องกระจายความช่วยเหลือลงในจุดที่ยังขาดแคลนอยู่ เพราะชุดใหญ่ที่คนสนใจ ก็ต้องกระจายตรงนี้ไปให้ทั่วถึง ตอนนี้เรา ก็จะเริ่มกระบวนการฟื้นฟูในส่วนที่แห้งแล้วเช่นทำ big cleaning เพื่อรองรับหน่วยงานราชการเปิดงาน โดยทำความสะอาดถนนต่าง ๆ มีเตรียมเก็บขยะชิ้นใหญ่พื้นที่ที่มีน้ำท่วมและมีขนาดชิ้นใหญ่ที่จะต้องทิ้งเดี๋ยวจะมีการประกาศเส้นทางที่จะทิ้งขยะแล้วก็เอาเขตที่ไม่มีน้ำท่วมเข้ามาช่วยสนับสนุนด้วย” นายชัชชาติ กล่าว
ส่วนสถานการณ์น้ำในคลองตอนนี้ ก็ยังมีวิกฤตอยู่จากตัวเลขล่าสุด มีอยู่ประมาณ 40 กว่าจุดแต่ถ้าเป็นคลองหลัก ๆ ก็คือคลองประเวศฯ คลองแสนแสบด้านบน คลองลาดพร้าวด้านบนบ้าง โดยลักษณะน้ำช่วงแรก จะลงช้าเนื่องจากมีน้ำข้าง ๆ ไหลลงมาเติมตลอดเวลาจึงทำให้ดูดเท่าไหร่ก็ไม่หมด แต่พอน้ำ เริ่มลงและน้ำด้านข้าง ไหลมาเติมน้อยลงก็จะเห็นการลดที่รวดเร็วขึ้น
ตอนนี้มีเรือของครอบครัวขนส่ง ที่มาคอยช่วยผลักดันน้ำที่คลองแสนแสบ เพื่อดันน้ำมาลงอุโมงค์ที่บริเวณอุโมงค์ลาดพร้าว เพื่อไปออกที่สถานีสูบน้ำพระโขนง แล้วเดี๋ยวจะไปเพิ่มตรงคลองประเวศฯ เพื่อดันน้ำลงบึงหนองบอนด้วย ตอนนี้เรา ใช้อุโมงค์ระบายน้ำคือบึงมักกะสัน ช่วยคลองสามเสนตัดน้ำที่คลองแสนแสบ อุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 ตรงบึงมักกะสัน กำลังสูบได้ 60 ลบ.ม. ต่อวินาที อุโมงค์ระบายน้ำบางซื่อ กำลังสูบน้ำ 45 ลบ.ม. ต่อวินาที และสถานีสูบน้ำพระโขนง กำลังสูบ 60 ลบ.ม. ต่อวินาที รวม 165 ลบ.ม. ต่อวินาที ขณะนี้ทำเต็มที่อุโมงค์ ก็เป็นตัวช่วยเพราะในอนาคตถ้าเราจะรับมือฝน 300 มม. เรา ต้องขยายอุโมงค์ออกมาให้เยอะขึ้นส่วนหนึ่งที่ประสิทธิภาพยังไม่ได้เต็มที่ก็คือที่อุโมงค์บึงหนองบอนเรา รับที่บึงหนองบอนเป็นหลักแต่ยังไม่ได้เชื่อมกับคลองประเวศโดยตรง ดังนั้นการส่งน้ำจากคลองประเวศจึงต้องผ่านบึงหนองบอน ซึ่งรองรับน้ำได้น้อยเข้าสู่อุโมงค์ระบายน้ำนี้ เรา มีโครงการแล้วที่จะเชื่อมแล้วจะมีการต่ออุโมงค์ไปรับน้ำที่บึงกุ่มทำให้บริเวณเสรีไทยก็จะมีอุโมงค์บายพาสมา และเชื่อว่าแถวลาดกระบังถ้ามีอีก 1 อุโมงค์ให้เราครอบคลุมพื้นที่ที่มีปัญหาได้
ส่วนน้ำเหนือ เรา ก็มอนิเตอร์ตลอด สถานการณ์ตอนนี้ ยังไม่น่ากังวลเพราะน้ำเหนือ ลงมาที่เจ้าพระยาประมาณ 2,000 ลบ.ม. ต่อวินาที แต่เรา ก็มีจุดเช็กพอยต์ที่อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ยังรับได้อยู่ โดยหลักการน้ำเหนือกับน้ำหนุน คือน้ำเดียวกันอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนน้ำฝน หลักการคือต้องดูดข้ามคันไม่มีช่วงเวลาที่จะเปิดประตูให้น้ำได้เพราะน้ำข้างนอก สูงกว่าน้ำข้างในเสมอ เพราะฉะนั้นน้ำเหนือกับการดูดน้ำ จึงไม่มีปัญหา น้ำเหนือ ก็จะมี 2 ส่วนคือล้นข้ามคันแต่ตอนนี้ ไม่ข้ามคันแต่จะมีปัญหากับชุมชนที่อยู่นอกคันกั้นน้ำซึ่งวันนี้น้ำหนุน ขึ้นสูงสุดเวลา 19.00 น. น้ำหนุนขึ้นสูงสุดที่บริเวณปากคลองตลาด เมื่อบวกกับฐานน้ำแล้วมีระดับ 2 เมตร แต่ กทม. มีระดับคันสูง 3 เมตรบริเวณปากคลองตลาดจึงยังต่ำกว่าระดับพื้นที่
ทั้งนี้น้ำเหนือโดยตรง คิดว่ายังไม่มีผลกระทบอะไรก็มีเฉพาะชุมชนที่อยู่นอกคันยกเว้นน้ำเหนือที่ผันออกมาทางฝั่งตะวันออกก็อาจจะมีผลกระทบกับทางฝั่งตะวันออกตอนนี้ ก็ได้คุยกับกรมชลประทานว่าให้ชะลอการผันน้ำไปทางฝั่งตะวันออกก่อน
ส่วนการพยากรณ์ว่าน้ำ จะลดลงกี่เซนติเมตร เรา รู้เฉพาะแค่วันนี้ไม่สามารถพยากรณ์ถึงวันมะรืนได้ โดยถนนสายหลักที่เป็นกังวล เช่น ถนนรามคำแหง ถนนเสรีไทย ถนนนวมินทร์ และหลวงแพร่ง ส่วนชุมชนต่าง ๆ ก็จะทยอยลงตามระดับน้ำในคลอง
นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงปัญหาความช่วยเหลือไม่ทั่วถึงที่แฟลตคลองจั่น ซึ่งมีอยู่ประมาณ 30 อาคาร นอกจากนี้ยังมีอาคารอื่นในพื้นที่ ขณะนี้นำเข้าระบบทั้งหมดแล้ว มีจำนวนคนว่าต้องการอาหารกี่กล่อง หากเขต ไม่สามารถทำได้ก็จะมีการส่งอาหารจากส่วนกลางที่ผลิตจากสำนักงานการศึกษา ซึ่งจะมีการเวียนส่งอย่างชัดเจนพร้อมกับนัดตัวแทนให้เข้าไปรับอาหาร
อย่างไรก็ตามเมื่อก่อนน้ำท่วม อาจจะเกิดเป็นโซน ๆ ทำให้มีทรัพยากรเพียงพอ แต่เมื่อน้ำท่วม เป็นพื้นที่ใหญ่จึงต้องอาศัยทรัพยากรจากหน่วยงานอื่น ตน ไม่อยากไปคาดการณ์ล่วงหน้านาน เดี๋ยวคน จะบอกว่าทำไม 7 วันแล้วนะไม่ลง แต่เชื่อว่าภายใน 2 วันนี้จะเห็นการลดลงที่รวดเร็วขึ้นเป็นอัตราเร่ง
ทั้งนี้เครื่องสูบน้ำต่าง ๆ มีเสียบ้าง แต่มีสำรองและหมุนเวียน สิ่งที่ต้องการมากขึ้น คือการสูบน้ำจากชุมชน อาจจะต้องขอความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน รวมถึงภาคเอกชนที่มีเครื่องสูบน้ำพญานาค ต่อไปจะเป็นลักษณะกองโจรที่จะต้องช่วยกัน จะต้องวางแผนขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นเพิ่มเติม
เมื่อถามถึงหมู่บ้านโลกลืมแถวกรุงเทพกรีฑาที่ติดน้ำมา 4 วันแล้ว นายชัชชาติ กล่าวว่า ขอให้แจ้งเข้ามาที่ 1555 หรือ Traffy Fondue ทุกคอมเมนต์ในช่องทางโซเชียลมีเดีย มีความหมาย กทม. ดูแลคลองในระบบใหญ่มากกว่า เรา ไม่สามารถไปดูแลทุกหมู่บ้านได้ หน้าที่หลัก จะเน้นโครงสร้างของ กทม. ก่อน ในแต่ละหมู่บ้านหากเกินกำลัง อาจจะต้องรอให้น้ำในคลองลดก่อน
นางสาวทวิดา ระบุว่าที่ผ่านมาได้ประสานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) หน่วยงานทหาร และกรมชลประทาน ซึ่งให้การสนับสนุนรถสูง GMC รถครัวกลาง และเครื่องสูบน้ำ โดยขณะนี้ กทม. ยังต้องการรถ GMC เพิ่มเติมอีกประมาณ 6 คัน เจ็ตสกีและเรือขนาดไม่เกิน 1.5 เมตร เพื่อเข้าไปยังชุมชนเล็ก ๆ
นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงปัญหา Cell Broadcast ว่า การแจ้งเตือนของ กทม. มีหลายรูปแบบ ปกติจะใช้วิธีการเตือนผ่านชุมชน การแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast จะต้องดูเรื่องความแม่นยำของข้อมูล ซึ่งจะมีการปรับกระบวนการต่าง ๆ ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้มีอำนาจในการอนุมัติการแจ้งเตือนเพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
ขณะที่ปัญหาน้ำเน่า เริ่มมีปัญหาที่ชุมชนร่มเกล้า หลักการ คือจะต้องเข้าไปเก็บขยะ รวมถึงให้เรือที่นำอาหารไปให้และเก็บขยะออกมาด้วย นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องยุง นมผงเด็ก ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ยาน้ำกัดเท้า จะต้องมีการเตรียมเพื่อรองรับสถานการณ์ที่จะตามมา
“เรา คงทำให้ดีที่สุด คนบ้านน้ำท่วม ไม่พอใจเราอยู่แล้ว หน้าที่เรา ก็คงไม่ต้องมีคำแก้ตัว ทำให้ดีที่สุดเพื่อแก้ปัญหา บอกทีมงานทุกคนให้ลุยเต็มที่ เพราะประชาชน คาดหวัง“ นายชัชชาติ กล่าว













