‘ณัฐชา’ ห่วงหน้าน้ำปลาหมอคางดำทะลักอีสานหลังลามถึงกาฬสินธุ์ จี้รัฐเร่งสกัด
วันนี้ (23 ก.ย. 69) นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาสั่งให้กรมประมงและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเร่งระงับยับยั้งและกำจัดปลาหมอคางดำ พร้อมฟื้นฟูระบบนิเวศภายใน 180 วัน
นายณัฐชา กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ถือเป็นความสำเร็จแต่เป็นบันไดขั้นแรกของการต่อสู้ ซึ่งยังอีกยาวไกลจากการที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาจำนวน 120 หน้า สั่งให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติตามหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ศาลแพ่งกรุงเทพใต้อนุญาตให้ฟ้องแบบกลุ่มแล้ว ทำให้การทำหน้าที่ของทนายความและผู้ร้องสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยนัดครั้งถัดไปในวันที่ 30 พ.ย. 69
สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถระงับยับยั้งปัญหาได้ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ไม่ต้องตั้งคำถามว่าปลาจะเคลื่อนย้ายไปจังหวัดต่าง ๆ ด้วยวิธีใด หน้าน้ำเช่นนี้สิ่งที่วิกฤตที่สุดคือการพบการระบาดเป็นจังหวัดที่ 22 ในเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งกรมประมงประกาศยืนยันแล้ว ดังนั้นก่อนที่รัฐมนตรีจะตั้งคำถามว่าปลามาได้อย่างไร ควรออกคำสั่งเร่งด่วนให้กรมประมงกวาดล้างในพื้นที่ภาคอีสานอย่างเข้มงวด
นายณัฐชา กล่าวอีกว่า หากไม่สามารถหยุดยั้งในจังหวัดกาฬสินธุ์ได้จะเท่ากับสูญเสียพื้นที่ภาคอีสานไปอีกภาค หลังจากเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าภาคใต้สูญเสียแหล่งน้ำและแหล่งอนุบาลพันธุ์สัตว์น้ำให้ปลาหมอคางดำยึดครองพื้นที่ แม้วันนี้ภาคอีสานจะพบเพียงหนึ่งจังหวัด แต่หลังสถานการณ์น้ำหลากหรือฤดูฝนอาจกระจายไปอีกหลายจังหวัด ซึ่งถือเป็นหายนะครั้งใหญ่จากเอเลี่ยนสปีชีส์
ส่วนประเด็นดราม่าเรื่องการพยากรณ์อากาศ นายณัฐชา ระบุว่า เรื่องนี้คล้ายกับปัญหาปลาหมอคางดำ หากหน่วยงานภาครัฐทำงานได้ดีและน่าเชื่อถือ ประชาชนจะเลือกเชื่อข้อมูลจากรัฐ แต่เมื่อใดที่ภาครัฐไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ จะมีหน่วยงานอื่นเข้ามาให้ข้อมูลกับประชาชนแทน ส่วนข้อมูลจะจริงหรือเท็จต้องว่ากันตามสถานการณ์
“ณ ตอนนี้สถานการณ์ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียงฝนตกทุกวัน ยิ่งมีข่าวออกมาแบบนี้ทำให้ประชาชนหวาดวิตกกังวลได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เร่งด่วนที่สุดคือ หน่วยงานภาครัฐควรจะเร่งออกมาประกาศให้ชัดเจนถึงข้อมูลที่มีอยู่ว่า สถานการณ์จะเป็นอย่างไร เพื่อลดความหวาดวิตกกังวลของประชาชน” นายณัฐชา กล่าวทิ้งท้าย













