‘โสภณ’ ย้ำหมายจับ-หมายเรียกคดี ‘ภาวุธ-สมชาติ’ ต้องผ่านสภา เว้นแต่สละเอกสิทธิ์ ยันไม่ตีตกญัตติซักฟอกของฝ่ายค้าน
วันนี้ (23 ก.ย. 69) นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคดีของนายภาวุธ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI จะส่งฟ้องอัยการในคดี Forex ในวันที่ 28 ก.ย.นี้ ว่าหากออกหมายจับมายังสภาผู้แทนราษฎรจะอนุญาตหรือไม่ โดยระบุว่า กรณีสมาชิกถูกกล่าวหาและอยู่ในสมัยประชุมต้องขออนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นหมายเรียกหรือหมายจับ หากสภาผู้แทนราษฎรอนุญาตสามารถดำเนินการได้ แต่หากไม่อนุญาตก็เป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ตามหลักการต้องขออนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร หรือหากสมาชิกคนใดไม่ประสงค์ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งในอดีตเคยมีกรณีดังกล่าว ดังนั้นเมื่อมีหนังสือมาถึงจึงจะพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้บทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจน
เมื่อถามว่าต้องลงมติในที่ประชุมใหญ่หรือไม่ แม้เจ้าตัวขอไม่ใช้เอกสิทธิ์ นายโสภณ ระบุว่า ครั้งหนึ่ง นางสาวรังสิมา รอดรัศมี อดีต สส.สมุทรสงคราม ไม่ประสงค์ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง แต่โดยปกติส่วนใหญ่จะลงมติในที่ประชุม ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่อนุญาต แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าตัว
ส่วนกรณีนายสมชาติ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ที่อาจถูกดำเนินคดีเรื่องถือครองที่ดินนอมินี หากขอมายังสภาผู้แทนราษฎรจะปฏิบัติในแนวทางเดียวกันหรือไม่ นายโสภณ ระบุว่า ปฏิบัติในทางเดียวกัน หากเป็น สส.หรือ สว.มีกฎหมายคุ้มครองเอกสิทธิ์ สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถดำเนินการอย่างอื่นได้ ยกเว้นเจ้าตัวแสดงเจตจำนงไม่ใช้เอกสิทธิ์เพื่อพิสูจน์ตนเอง แต่อย่างไรก็ตามโดยธรรมเนียมที่ผ่านมาสภาผู้แทนราษฎรไม่อนุญาตอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจปลายเดือนนี้ โดยกังวลว่าหากมีประเด็นฮั้ว สว.จะถูกตีตก นายโสภณ กล่าวว่า ไม่ตีตกและเป็นสิทธิของฝ่ายค้านในการตรวจสอบ ส่วนการตรวจสอบจะเข้าข้อบังคับหรือไม่ หากเข้าข้อบังคับก็สามารถดำเนินการได้ทั้งหมด ไม่ต้องกังวล หากเข้าข้อบังคับประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ ต้องบรรจุญัตติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ จึงเป็นดุลพินิจของฝ่ายค้านในการทำหน้าที่













