‘อรรถกร’ ยัน ‘กล้าธรรม’ ไม่หวั่นถูกปรับพ้นวิปฝ่ายค้าน พร้อมทำหน้าที่ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน
‘อรรถกร’ ยัน ‘กล้าธรรม’ ไม่หวั่นถูกปรับพ้นวิปฝ่ายค้าน แจงโหวตผ่านงบปี 70 ยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่คำนวณเกมการเมือง พร้อมทำหน้าที่ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน
วันนี้ (22 ก.ย. 69) เวลา 09.00 น. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส. ฉะเชิงเทรา ในฐานะโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชนและประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน มีแนวคิดจะปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน ภายหลังเกิดความเห็นต่างเรื่องการลงมติร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ว่า พรรคกล้าธรรมเข้าใจว่าอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับองค์ประกอบและการทำงานของวิปฝ่ายค้านอยู่ที่ประธานวิปฝ่ายค้าน และเคารพกระบวนการดังกล่าว
นายอรรถกรกล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมาชิกพรรคกล้าธรรมได้ทำงานร่วมกับวิปฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมา แม้จะมีบางเรื่องที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่ก็ให้ความร่วมมือกับการทำงานของฝ่ายค้านมาโดยตลอด ซึ่งจุดยืนของพรรคกล้าธรรมคือการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนผ่านกระบวนการรัฐสภา โดยพรรคมีความเป็นตัวของตัวเอง และการลงมติในแต่ละครั้งจะพิจารณาจากเนื้อหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ
ส่วนการลงมติรับร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 นายอรรถกรกล่าวว่า สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าพรรคกล้าธรรมจะโหวตอย่างไร แต่ต้องมองต่อไปว่า หากกฎหมายงบประมาณเกิดปัญหาจนไม่สามารถบังคับใช้ได้ตามกรอบเวลา ย่อมกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินและการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังมีปัญหาและประชาชนกำลังต้องการให้ภาครัฐเดินหน้าแก้ไขปัญหา
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการลงมติงบประมาณที่ผ่านมา ประธานวิปฝ่ายค้านได้มาพูดคุยและแสดงความไม่สบายใจ จึงได้หารือกันถึงการทำงานของฝ่ายค้านและสัดส่วนโควตาการตั้งกระทู้ถามสด ซึ่งพรรคกล้าธรรมพร้อมที่จะไม่ใช้สิทธิในการถามกระทู้สด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการจัดสรรเวลาหรือการทำงานร่วมกัน
เมื่อถามถึงสถานะของพรรคกล้าธรรมภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว นายอรรถกรมองว่า พรรคมีจุดยืนและแนวทางการทำงานของตัวเอง โดยที่ผ่านมาสมาชิกพรรคก็เข้าร่วมประชุมวิปฝ่ายค้านและให้ความร่วมมือกับการทำงานของฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่อง แต่การตัดสินใจของพรรคกล้าธรรมอยู่บนพื้นฐานของการพิจารณาผลกระทบต่อประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่เพียงการคำนวณทางการเมืองว่าพรรคจะอยู่ฝ่ายใด
“สส. ของพรรคกล้าธรรมยังคงทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใดก็ตาม เรายังคงผลักดันการแก้ไขปัญหาประชาชนผ่านกลไกรัฐสภาต่อไป” นายอรรถกรทิ้งท้าย













