POLITICS

‘สนธิ’ ไม่หวั่นกระแสด้อยค่าม็อบ ไม่ได้ต้องการล้มรัฐบาล จี้กดดันให้ทำงานโปร่งใส

‘สนธิ’ ไม่หวั่นกระแสด้อยค่าม็อบ ไม่ได้ต้องการล้มรัฐบาล จี้กดดันให้ทำงานโปร่งใส ชี้ 14 ก.ย. วันชี้ชะตารัฐบาล ปมคดีฮั้ว สว. หากมติ กกต. สวนทางประชาชน ประกาศชุมนุมแน่นอน 18-19 ก.ย.

วันนี้ (10 ก.ย. 69) ที่หน้าสถานทูตอิสราเอล นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงเวทีปราศรัยครั้งแรกว่า ไม่ได้ประเมินว่ามีประชาชนมาร่วมมากน้อยแค่ไหน แต่สนใจว่าตนเองนำพาคำพูดไปสื่อสารและประชาชนเข้าใจหรือไม่ หากพูดถึงครั้งแรก จำนวนผู้มาร่วมก็ยังมากกว่าสมัยที่ตนเองประท้วงนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อ 20 ปีที่แล้ว

นายสนธิ กล่าวว่า ไม่ได้กังวลเรื่องจำนวนคน เพราะคนที่ควรกังวลคือรัฐบาล เนื่องจากไม่ได้ออกมาเพื่อล้มรัฐบาล แต่เพียงต้องการกดดัน หากรัฐบาลทำไม่ดี ก็จะอยู่ไม่เป็นสุข เพราะหากทำเรื่องให้เกิดขึ้น ตนเองก็จะไปประท้วงในเรื่องนั้น และเรียกประชาชนที่เห็นด้วยออกมาประท้วง โดยรัฐบาลจะปกครองแผ่นดินก็ปกครองไป แต่จะปกครองอย่างมีความสุขหรือไม่ ไม่รู้ หากอยากปกครองอย่างมีความสุขก็อย่าทำชั่ว

เมื่อถามถึงเสียงกังวลว่าการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจกระทบต่อความมั่นคงหรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า ปฏิกิริยาทุกครั้งที่ออกมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายทักษิณ จะมีคนออกมาด้อยค่า จึงไม่รู้สึกประหลาดใจ โดยเฉพาะเมื่อมีไอโอจำนวนมาก รวมถึงรัฐมนตรีอย่างนายสุชาติ ชมกลิ่น และนายวราวุธ ศิลปอาชา ออกมาด้อยค่าตนมองว่าคนเหล่านี้กำลังเดือดร้อนและทำงานให้เจ้านายเพื่อเก็บแต้มโบนัส

นายสนธิ กล่าวว่า ตนเองไม่รู้สึกอะไร และเป็นคนที่ไม่แคร์ความรู้สึกในโลกโซเชียล เพราะรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไม่อายกับสิ่งที่ทำ และไม่แคร์ว่าจะมีใครตามหรือไม่ตาม เพราะสิ่งที่ทำคือความจริง ซึ่งวันนี้อาจยังไม่ปรากฏ แต่สักวันจะปรากฏ เช่นเดียวกับกรณีนายทักษิณที่ตนเองต่อสู้มานาน 17 ปี ก่อนที่สิ่งที่ต่อสู้มาจะปรากฏออกมาในการรับสารภาพเพื่อขออภัยโทษ และทุกคำที่นายทักษิณรับสารภาพตรงกับประเด็นที่ตนเองต่อสู้มาตลอด

เมื่อถามว่าจะมีการเคลื่อนไหวเรื่องม็อบจีนเทาหรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า มี และจะไปที่ชลบุรี

ส่วนกรณีอิสราเอลและความกังวลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เนื่องจากมีแรงงานไทยเดินทางไปทำงานจำนวนมาก นายสนธิ กล่าวว่า ประการแรกเป็นความเข้าใจผิด เพราะอิสราเอลต้องการพึ่งพาแรงงานไทย เนื่องจากคนไทยเห็นแก่เงิน เป็นเรื่องน่าเห็นใจที่คนไทยเสียชีวิตในอิสราเอลช่วงสงครามอิหร่านหลายคน แต่เป็นเรื่องที่ปิดเงียบ และตนเองเคยเตือนแล้วว่าคนไทยไม่ควรไป

“การเคารพกันเป็นเรื่องหนึ่ง แต่จะไปทำไม ขณะที่เรื่องความเป็นอยู่ ความอยู่รอด และความปลอดภัยของแรงงานเป็นเรื่องของแรงงานเอง และควรดูแลตัวเอง แม้อิสราเอลจะยุติการรับแรงงานไทยก็เป็นเรื่องของอิสราเอล เพราะอิสราเอลไม่มีปัญญา เนื่องจากต้องพึ่งแรงงานไทย เพราะแรงงานไทยเป็นงานเดียวที่ไม่กลัวตาย ขอเพียงจ่ายเงิน“ นายสนธิกล่าว

เมื่อถามว่าจะไปยื่นหนังสือต่อสถานทูตจีนเมื่อใด นายสนธิ กล่าวว่า ยังไม่รู้ และขออย่าถามว่าเมื่อไหร่ แต่ยืนยันว่าจะทำแน่

ส่วนรูปแบบการชุมนุมในวันที่ 14 ก.ย. นายสนธิ กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้กำลังมีวิกฤตอยู่ 2 ช่วง โดยช่วงหนึ่งคือวันที่ 14 ก.ย. ซึ่งเป็นวันจันทร์ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. 5 คน จะลงคะแนนเสียงในลักษณะ 5 ต่อ 2 จากกรณีการเลือกตั้ง สว. เนื่องจาก สว. เป็นคนเลือก สว. และ สว. สายสีน้ำเงินเป็นคนเลือก โดยมี 5 คนที่นั่งอยู่ และให้ไปดูได้เลยว่าการลงคะแนนทุกครั้งจะเป็น 5 ต่อ 2 ขณะที่อีก 2 คนไม่ยอม เพราะรับบุญคุณเขามาแล้ว

นายสนธิ กล่าวว่า หากตัดตอนเพราะการส่งคนจำนวนมากไปฟ้อง ศาลสามารถไต่สวนได้ด้วยตัวเอง ไล่ดูว่าเรื่องนี้ใครรับผิดชอบ และจะไปถึงตัวผู้ใหญ่ พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมคณะ 26 กับคณะ 36 จึงมีความแตกต่างกัน และเหตุใดจึงยกเลิกคณะ 26 เพราะในคณะ 26 มีชื่อบุคคลที่ปรากฏในการไต่สวนจากการสอบสวนของคณะดีเอสไอ ซึ่งถูกย้ายไปแล้วตั้งแต่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

นายสนธิ กล่าวว่า ในสำนวนดังกล่าวมีการพาดพิงถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายเนวิน ชิดชอบ โดยมีหลักฐานเป็นประจักษ์ และมีคนดึงเอา 2 คนนี้ออก โดยคนหนึ่งคือนายแสวง บุญมี ดังนั้น วันที่ 14 ก.ย. จึงเป็นอีกวันชี้ชะตาของนายอนุทินและรัฐบาลชุดนี้ พร้อม

“วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการรวมตัวกันครั้งแรก ดังนั้นจึงไม่มีอะไรฝากถึงนายกรัฐมนตรี และมองว่ารัฐบาลชุดนี้กำลังมีวิกฤตคือ วันที่ 14 ก.ย. ในคดีฮั๊ว สว.ที่กกต.จะมีการพิจารณาส่งฟ้องศาลฎีกา ซึ่งจะถือว่าเป็นวันชี้ชะตาของรัฐบาลอนุทิน ถ้ามติสวนทางกับสิ่งที่ประชาชนเห็น ผมเองชุมนุมแน่นอน ไม่วันที่ 18 ก็ 19 ก.ย.นี้ แน่นอน” นายสนธิกล่าว

Related Posts

Send this to a friend