ไทย–สปป.ลาว ลงนาม MOU แก้หมอกควันข้ามแดน–PM2.5
ไทย–สปป.ลาว ลงนาม MOU แก้หมอกควันข้ามแดน–PM2.5 ยกระดับความร่วมมือสิ่งแวดล้อม เตรียมส่งทีมถ่ายทอดองค์ความรู้รับมือไฟป่า
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หารือร่วมกับ รศ.ดร.ลินคำ ดวงสะหวัน รัฐมนตรีกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สำหรับการลงนาม MOU ครั้งนี้ ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีไทยเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการและการจัดการสิ่งแวดล้อมระหว่างสองประเทศ บนพื้นฐานของความเท่าเทียมและผลประโยชน์ร่วมกัน ครอบคลุมทั้งการป้องกันและควบคุมมลพิษทางอากาศ น้ำ และดิน การอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการภัยพิบัติ การใช้เทคโนโลยีสำรวจระยะไกล ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพบุคลากร รับมือปัญหาสิ่งแวดล้อม
นายสุชาติ กล่าวว่า MOU ฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนความร่วมมือจากกรอบนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะปัญหาไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยประเทศใดประเทศหนึ่ง ไทยจึงพร้อมทำงานร่วมกับ สปป.ลาว อย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ลดผลกระทบต่อประชาชน และสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชนทั้งสองประเทศ
นอกจากการลงนาม MOU แล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยยังส่งมอบอุปกรณ์สนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าให้แก่ สปป.ลาว ได้แก่ อุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ และเครื่องเป่าลมสำหรับสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า เพิ่มขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ลาวในการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและรับมือสถานการณ์ไฟป่า
การสนับสนุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือภายใต้ “ยุทธศาสตร์ฟ้าใส” โดยประเทศไทยพร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดการไฟป่า รวมถึงโครงการฝนหลวง ตลอดจนพร้อมส่งเจ้าหน้าที่ด้านการจัดการไฟป่าไปถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ภายในปี 2569 เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูกาลหมอกควันที่กำลังจะมาถึง
ทั้งสองฝ่ายเชื่อมั่นว่า การยกระดับความร่วมมือผ่าน MOU ไทย–สปป.ลาว การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฟ้าใส การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสนับสนุนอุปกรณ์ จะช่วยเสริมศักยภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น













