POLITICS

สว. โต้ ‘พริษฐ์-ยิ่งชีพ’ ปล่อยสำนวนคดีฮั้ว สว. เสี่ยงผิด พ.ร.บ.คอมฯ-อาญา

สว. โต้ ‘พริษฐ์-ยิ่งชีพ’ ปล่อยสำนวนคดีฮั้ว สว. เสี่ยงผิด พ.ร.บ.คอมฯ-อาญา เหตุแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ตั้งศาลเตี้ย-ล่าแม่มด ‘ฉัตรวรรษ’ ปฏิเสธข่าว สว. สีน้ำเงินนัดฉลองรอดคดี บอกแค่อยากกินข้าวกับ กมธ. ไม่จำเป็นต้องเฮ เพราะมีความสุขทุกวันอยู่แล้ว

วันนี้ (27 ส.ค. 69) สมาชิกวุฒิสภา (สว.) นำโดย นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร และ พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ ร่วมแถลงข่าวกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กับนายยิ่งชีพ อัฌชานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อประชาชน (iLaw) นำเอกสารที่เป็นรายงานการสอบสว.นเรื่องการเลือก สว. มาเปิดเผยต่อสาธารณะ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

นายพิสิษฐ์ อ้างถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่นำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะนั้น จะทำให้สังคมมั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นข้อเท็จจริง ไม่ได้เป็นการจับแพะชนแกะนำมากล่าวอ้าง หากนำข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไม่เป็นความจริง หรือข้อมูลเสี่ยงที่จะมีความผิดฐานข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามกฎหมาย หรือเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา จึงขอถามนายพริษฐ์ และนายยิ่งชีพว่า

1.ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยมีความน่าเชื่อถือขนาดไหน อย่างไร เป็นข้อมูลจริงมีการอ้างอิงแหล่งที่มาได้หรือไม่

2.ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ทราบข้อเท็จจริงแต่นำมาเผยแพร่ ควรเป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ การเข้าถึงข้อมูลทำได้อย่างไร หากข้อมูลไม่เป็นความจริงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าข่ายหรือไม่

นายพิสิษฐ์กล่าวต่อว่า มีการละเมิดความลับในสำนวนหรือการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม หากนำข้อมูลหลุดรอดมาจากสำนวนการไต่สว.น ย่อมต้องมีคำถามว่าเหตุใดไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมายให้เสร็จสิ้น และข้อมูลที่มีการกล่าวหานั้นออกมาจากส่วนราชการใด เหตุใดไม่รอกระบวนการยุติธรรมเสร็จสิ้นก่อนค่อยเปิดเผย จึงตั้งข้อสงสัยถึงวัตถุประสงค์และเจตนาการเปิดเผย และการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ทราบข้อเท็จจริงลักษณะนี้ เป็นประโยชน์อันใดต้องมีการเผยแพร่ข้อมูล มีเจตนาอะไรหรือต้องการผลลัพธ์ทางการเมือง หรือเพื่อผลประโยชน์กลุ่มบุคคลใดขอให้ชี้แจง พร้อมตั้งคำถามสุดท้าย การที่ กกต.มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยตั้งคณะชุดที่ 26 และคณะชุดที่ 36 ซึ่งความเห็นมีความแตกต่างกัน จึงตั้งคำถามว่าทราบได้อย่างไรข้อมูลดังกล่าวมีรายละเอียดอย่างไร เพราะในฐานะผู้ที่ถูกกล่าวหาได้ขอเอกสารไปทางหน่วยงาน กกต.และดีเอสไอ ยังไม่ให้ข้อมูล

เหตุใดจึงยกความเห็นของคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 26 มาทำความเห็นเสนอต่อสาธารณชนเท่านั้น เพราะความคิดของคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ก็มีความเห็นที่ต่างกัน แต่ไม่ถูกนำเสนอสู่สาธารณชน และยังถามว่าเอกสารที่นำมาเสนอนั้นอยู่ในขั้นตอนใด เป็นความเห็นของคณะทำงานหรือได้ข้อยุติแล้วจาก กกต. โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการนำเสนอข้อมูลที่เลือกเฉพาะในส่วนที่มีความเชื่อหรือไม่ เพื่อเป็นการประกอบข้อกล่าวหาและการผลักดันการดำเนินคดีต่อ สว. ที่ถูกกล่าวหา

นายพิสิษฐ์ยังมองว่านายพริษฐ์และนายยิ่งชีพ พยายามกดดันองค์กรอิสระ มีการดำเนินการลักษณะกล่าวอ้างในลักษณะศาลเตี้ยหรือการล่าแม่มด บนสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวหา และบุคคลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องถูกตัดสินไปแล้วล่วงหน้าหรือไม่ จึงสงสัยว่าการดำเนินการดังกล่าวทำเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือไม่ หรือมีเจตนาแอบแฝงหรือผลลัพธ์ทางการเมืองเพื่อกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งใช่หรือไม่ สุดท้ายสมาชิกวุฒิสภาหลายคนชี้แจงข้อเท็จจริงต่อหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอย่างครบถ้วน ตนเองก็ชี้แจง กกต.ที่มี DSI ร่วมพิจารณาไต่สว.นด้วย นายพริษฐ์และนายยิ่งชีพนำข้อมูลและคำร้องที่ กกต.พิจารณาและข้อมูลการรับรองคุณสมบัติสมาชิก สว. มาเปิดเผยในลักษณะการด้อยค่าการทำงาน ทั้งที่เป็นข้อมูลที่อาจไม่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ทำถูกต้องหรือไม่

พ.ต.อ.กอบ กล่าวถึงไทม์ไลน์กระบวนการได้มาซึ่ง สว. โดยมีการตั้งคำถามว่า อำนาจการสอบสว.นคดีการเลือกตั้ง สว. เป็นอำนาจของใคร ถ้าพูดอย่างสุภาพตอนนี้คือพวกท่านกำลังเข้ามาแทรกแซงหรือไม่ เป็นการสร้างความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่องในหมู่พี่น้องประชาชนหรือไม่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อติชมโดยสุจริต ขอให้สื่อมวลชน ประชาชน ที่เสพสื่ออยู่ในปัจจุบันใช้วิจารณญาณรับฟังความเห็นดวงตาเป็นธรรม อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว

ขณะที่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า เรื่องเอกสารและคลิปที่หลุดออกมา ขอให้เป็นหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบ ตนเองขอให้กำลังใจ กกต. ภายใต้การไม่เคารพกติกาของกลุ่มการเมือง ซึ่งต้องยอมรับว่าคนการเมืองมีทั้งดีและไม่ดี ขอให้ กกต.ยึดหลักธรรมาภิบาลเพื่อเป็นรูปแบบในการปกครองบ้านเมืองที่ดี

ส่วนกระแสข่าวที่มี สว. กลุ่มหนึ่งนัดรับประทานอาหารร่วมกันเมื่อวานนี้ (26 ส.ค.69) ที่ร้านอาหารย่านพระราม 7 เพื่อฉลองว่ารอดคดีฮั้ว สว. พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ระบุว่า เข้าใจผิด ไม่มีอะไร เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ไปดูแลเจ้าหน้าที่เท่านั้นเอง ไปถามข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ได้ อย่าให้ตนตอบอะไรไปมากกว่านี้

เมื่อถามว่า นัดกันอยู่แล้วไม่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วใช่หรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวเลย อยากกินข้าวก็แค่นั้นเอง ไม่มีนัดกับใครทั้งนั้น ไปดูภาพได้

เมื่อถามว่า มองจุดประสงค์คนที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องนี้อย่างไร เหมือนพยายามต้องการให้เกิดความเข้าใจหรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า พูดไปเรื่อยเปื่อย เราเฮสนุกสนานกันได้ทุกวันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องฉลองอะไร เราก็มีความสุขของเรา ส่วนกระแสข่าวที่ว่า กกต.จะชี้มูลความผิดเฉพาะ สว. บางคน ตนไม่ขอก้าวก่าย เป็นเรื่องของ กกต.

เมื่อถามว่า กลุ่ม สว. ได้พูดคุยกันเรื่องนี้บ้างหรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า เรื่องของเขา ตนเองไม่เกี่ยว ทำงานอย่างเดียว ขณะที่ นายพิสิษฐ์ กล่าวเพียงว่า “ไม่ทราบ เพราะไม่ได้ไปร่วม”

Related Posts

Send this to a friend