‘พริษฐ์’ เปิด 5 พฤติกรรม กกต. หวั่นเป่าคดีฮั้ว สว. ซัดออกระเบียบไม่รัดกุม
‘พริษฐ์’ เปิด 5 พฤติกรรม กกต. หวั่นเป่าคดีฮั้ว สว. ซัดออกระเบียบไม่รัดกุม ตรวจคุณสมบัติไม่รอบคอบ ปล่อยทุจริตวันเลือก ขอทำหน้าที่ตรงไปตรงมาส่งศาลวินิจฉัย
วันนี้ (4 ส.ค. 69) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน และ นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. สมุทรปราการ พรรคประชาชน ร่วมสรุปเนื้อหาจาก “ครบรอบ 2 ปีเลือก สว.-เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. ภาคพิเศษ: เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน”
นางสาวพนิดา สรุปเนื้อหาสาระจากเวทีว่า พยานชี้เห็นถึงความผิดปกติในระดับการเลือก สว. ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับประเทศ ซึ่งมีความผิดปกติเกิดขึ้นแต่ กกต. ไม่ดำเนินการ แม้ผู้สมัคร สว. หลายคนจะยื่นเรื่องร้องเรียนแต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดจนถึงปัจจุบัน จึงเป็นเหตุผลที่ไม่สามารถไว้วางใจ กกต. ในการทำหน้าที่ ทำให้ฝ่ายค้านจะต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างต่อเนื่อง หลายคนบอกว่างานนี้ค่อนข้างมีความเสี่ยงสูง ทั้งคนที่มายืนอยู่เวทีนี้ ทั้งคนที่กล้าให้ข้อมูล ทั้งคนที่เปิดหน้าเอาหลักฐานมาขึ้นบนจอ ตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงครั้งนี้ทุกคนเสี่ยงหมด แต่ทำไมเราถึงต้องทำ เพราะอำนาจเดียวที่จะทำให้เรื่องนี้พาไปสู่การพิสูจน์ในชั้นศาลได้คือการตัดสินใจของ กกต. แล้ว กกต. ปฏิบัติหน้าที่ให้เราไว้วางใจได้หรือไม่ในวันนี้
นายพริษฐ์ กล่าวว่า บทสรุปคือทุกคนเห็นตรงกันว่าคดีการโกง สว. เป็นกระบวนการขัดต่อหลักการประชาธิปไตย หากจะหาทางออกเรื่องนี้ต้องยึดหลักประชาธิปไตยให้มั่น คือการตรวจสอบถ่วงดุล และหน่วยงานที่มีหน้าที่หลักในการตรวจสอบเรื่องนี้คือ กกต. ซึ่งในที่นี้ต่างไม่ได้ไว้วางใจ กกต. 100% ในการทำหน้าที่ เพราะที่ผ่านมาเห็นหลายพฤติกรรมและการดำเนินการของ กกต. ทำให้เกิดคำถามโดยได้สรุป 5 ข้อ
1.การออกระเบียบเกี่ยวกับการเลือก สว. ยังไม่ได้รัดกุมเพียงพอในการป้องกันการทุจริต ซึ่งมี 3 ฉบับ
2.การตรวจสอบคุณสมบัติไม่รอบคอบ
3.ปล่อยปละละเลยการทุจริตที่เกิดขึ้นในวันเลือก สว. ระดับประเทศ
4.ข้อสงสัยข้อครหา การตั้งคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 เพื่อมาฟอกขาวผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ เหตุใดต้องมีคณะอนุวินิจฉัยชุดนี้
5.ตั้งคำถามว่า กกต. เตรียมเป่าคดี
นายพริษฐ์ อ้างว่าหลักฐานไม่พอเพื่อให้เรื่องไปไม่ถึงศาล โดยสรุป 5 พฤติกรรม ที่ทำให้เราเริ่มเกิดความไม่ไว้วางใจ ว่า กกต. ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาในคดีนี้หรือไม่ ตามมาตรา 62 ชี้ว่าหากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการกระทำการทุจริต กกต. มีหน้าที่สั่งฟ้องศาล ส่วนหลักฐานนั้นท้ายที่สุดจะถูกพิสูจน์ว่ามีการทุจริตหรือไม่เป็นเรื่องที่ศาลจะพิพากษา เมื่อถามว่าหลักฐานต้องชัดขนาดไหนในเวลานี้ ย้ำว่าหลักฐานไม่ต้องชัดถึงขั้นพิสูจน์ว่ามีการทุจริตหรือไม่ แค่หลักฐานมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต กกต. มีหน้าที่ต้องสั่งฟ้องศาล ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต. มีมติส่งเรื่องไปศาลแล้ว 2 เรื่อง ยังชี้ว่าหลักฐานที่มีอยู่ขนาดนี้เพียงพออยู่แล้ว คือ เรื่องโพยใบสั่ง
เหตุผลที่จำเป็นต้องนำเสนอข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะเพราะไม่มั่นใจว่า กกต. ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และเห็นว่าที่ผ่านมามีขั้นตอน และการกระทำ ตั้งแต่ก่อนการเลือก การเลือก สว. การตรวจสอบคดีหลังจากเลือกเสร็จไม่มั่นใจและไม่ไว้วางใจการทำหน้าที่ของ กกต. ตนเองหวังว่าข้อสันนิษฐานนั้นจะคิดผิดและหวังว่า กกต. จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการตรวจสอบคดีนี้ เชื่อว่าหลายคนทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาด้วยหลักฐานที่ชัดเจน ละเอียด หนักแน่น และขอให้ส่งเรื่องทั้งหมดไปยังศาล













