ผบ.ทร. ตั้งโต๊ะแจงปมจัดหา ‘เรือฟริเกต’ ย้ำไม่ล็อกสเปก-ไม่กีดกันการแข่งขัน
ผบ.ทร. ตั้งโต๊ะแจงปมจัดหา ‘เรือฟริเกต’ กางกติกา 5 ข้อคัดเลือกอู่ต่อเรือ ย้ำไม่ล็อกสเปก-ไม่กีดกันการแข่งขัน ทุกบริษัทใช้เกณฑ์เดียวกัน ยันมุ่งเลือกข้อเสนอที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ผลประโยชน์ชาติ
วันนี้ (18 ก.ย. 69) เวลา 11.00 น. ที่หอประชุมกองทัพเรือ พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ แถลงความคืบหน้าโครงการจัดหาเรือฟริเกต โดยเปิดเผยว่า กองทัพเรือมีความตั้งใจที่จะสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และชี้แจงข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในสื่อและโซเชียลมีเดีย เนื่องจากโครงการนี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ ใช้เงินจากภาษีประชาชนที่มีมูลค่าสูง และอยู่ในความสนใจของประชาชน จนมีความห่วงใยและเกิดคำถามในหลากหลายแง่มุม โดยย้ำว่าเรือฟริเกตเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องอธิปไตย เส้นทางขนส่ง และผลประโยชน์ทางทะเลของชาติ
พล.ร.อ. ไพโรจน์ ระบุว่า เรือฟริเกตไม่ได้จัดหาเพียงเพราะต้องการเรือลำใหม่ แต่เป็นหัวใจหลักในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยการจัดหาครั้งนี้ กองทัพเรือกำหนดคุณลักษณะที่เข้มข้นและสูงกว่ามาตรฐานทั่วไป เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ว่าบริษัทใดจะชนะการคัดเลือก เรือลำดังกล่าวจะต้องเป็นเรือที่มีสมรรถนะสูงในการรบ และสามารถคุ้มครองชีวิตกำลังพลได้
สำหรับการคัดเลือก พล.ร.อ. ไพโรจน์ ระบุว่า ได้กำชับคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ยึดหลักสำคัญ 5 ประการอย่างเคร่งครัด ได้แก่
1.ความถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนที่ทางราชการกำหนด
2.ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน โดยมีผู้สังเกตการณ์ภายใต้ข้อตกลงคุณธรรมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันร่วมติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ
3.ความเป็นธรรมและเท่าเทียมแก่ผู้ที่ยื่นข้อเสนอทุกรายตามหลักนิติธรรม
4.ความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน ไม่ใช่เพียงราคาถูกในวันส่งมอบ
5.ผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุดต่อประเทศชาติและกองทัพเรือ ทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่กำชับกับคณะกรรมการในทุกระดับอยู่เสมอ
จากนั้น พล.ร.ต. จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการ ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและความต้องการทางยุทธการในการจัดหาเรือฟริเกต โดยระบุว่า เรือฟริเกตเป็นยุทโธปกรณ์หลักในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า 320,000 ตารางกิโลเมตร และบางส่วนยังเป็นพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิทับซ้อน รวมถึงพื้นที่พัฒนาร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านหลายพื้นที่ ซึ่งอาจมีโอกาสเกิดข้อพิพาทได้ในอนาคต ขณะที่มูลค่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการแสวงหาและใช้ประโยชน์ทางทะเลอยู่ที่ประมาณ 17.9-24 ล้านล้านบาทต่อปี
พล.ร.ต. จุมพล กล่าวว่า สถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบันต้องเผชิญภัยคุกคามต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการรักษาความเรียบร้อยและความสงบ ทั้งปัญหาช่องแคบไต้หวัน การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ปัญหาโจรสลัด และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจุดเปราะบางของเส้นทางคมนาคมทางทะเล ดังนั้นการมีเรือฟริเกตที่มีความพร้อมและขีดความสามารถสูง จะทำให้กองทัพเรือมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบ โดยกองทัพเรือกำหนดความต้องการเรือฟริเกตไว้อย่างน้อย 8 ลำ เพื่อดูแลทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ขณะที่ปัจจุบันมีเรือฟริเกตเพียง 4 ลำ และมีอายุใกล้ถึงเกณฑ์ปลดประจำการ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดหาทดแทน
สำหรับคุณสมบัติและขีดความสามารถของเรือฟริเกต ต้องมีความพร้อมรบ 3 มิติ ได้แก่ มิติทางอากาศ สามารถป้องกันภัยทางอากาศทั้งจากอากาศยาน อาวุธปล่อยนำวิถี และอากาศยานไร้คนขับ มิติการรบผิวน้ำ สามารถต่อต้านเรือผิวน้ำและยิงสนับสนุนฝั่งด้วยปืนหรืออาวุธปล่อยนำวิถี และมิติใต้น้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ ลึก และยากต่อการรบ จึงจำเป็นต้องมีขีดความสามารถในการค้นหาและปราบเรือดำน้ำ รวมถึงมีขีดความสามารถในการควบคุมและบังคับบัญชาในทะเล เพื่อคุ้มครองเส้นทางคมนาคมทางทะเลและปฏิบัติการร่วมกับเหล่าทัพอื่น
ทั้งนี้การกำหนดความต้องการของเรือ ระบบอาวุธ และระบบสำคัญต่าง ๆ ต้องใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อรองรับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเรือต้องสามารถปฏิบัติการได้ทั้ง 3 มิติ มีระบบอาวุธสมัยใหม่ สามารถปฏิบัติการร่วมกับอากาศยานไร้คนขับในมิติต่าง ๆ และมีขีดความสามารถในการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ รวมถึงใช้เทคโนโลยีระบบเรดาร์และระบบตรวจการณ์สมัยใหม่ มีระบบเชื่อมโยงสื่อสาร Tactical Data Link ที่สามารถแลกเปลี่ยนสถานการณ์และข้อมูลการสั่งการกับเหล่าทัพอื่นและมิตรประเทศ รวมถึงตัวเรือและโครงสร้างเหนือแนวน้ำที่เป็น Stealth เพื่อเพิ่มโอกาสอยู่รอดในการปฏิบัติการในภาวะที่มีการรบ
ด้านแนวทางการจัดหาเรือฟริเกตให้สอดคล้องกับงบประมาณและความจำเป็นเร่งด่วน พล.ร.ต. จุมพล ระบุว่า งบประมาณในการจัดหาจะบรรจุในแผนงบประมาณประจำปีของกองทัพเรือในแต่ละปีงบประมาณ โดยเป็นการลงนามจัดหาแบบต่อเนื่อง เพื่อให้กองทัพเรือมีความพร้อมรบตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ 8 ลำ ซึ่งคำนวณจากเรือที่มีความพร้อมปฏิบัติการ 4 ลำ เรือสำหรับการส่งกำลังบำรุงและเตรียมความพร้อม 2 ลำ และเรือที่เข้าซ่อม 2 ลำ โดยระยะนี้เสนอจัดหาเรือฟริเกต 4 ลำเป็นชุดในระยะยาว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการซ่อมบำรุง และคำนึงถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเรือในประเทศ โดยกำหนดให้บริษัทคู่สัญญามีแผนดำเนินการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีการต่อเรือ เพื่อต่อยอดองค์ความรู้และการพึ่งพาตนเองในระยะยาว
ด้าน พล.ร.ต. สรรเสริญ สาโดด ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 1 กล่าวว่า กองทัพเรือได้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกแบบที่มีประสบการณ์ มีความรู้และความสามารถ โดยพิจารณาตามกรอบ TOR ทุกประการ หลักเกณฑ์การพิจารณาจะดูผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนตามเอกสารข้อเสนอทุกแผ่น โดยข้อเสนอต้องเป็นไปตามกฎหมายและ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง ระเบียบของกรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง ส่วนการพิจารณาข้อเสนอทางเทคนิคต้องสอดคล้องและเป็นไปตาม TOR รวมถึงข้อเสนอด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี
ในส่วนการให้คะแนน คณะกรรมการฯ ได้นำโมเดลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในการประเมินผลของระบบอาวุธ หรือ Measuring the Effectiveness of Weapon System มาพัฒนาให้เหมาะสมกับการประเมินข้อเสนอสำหรับการจัดหาเรือฟริเกต โดยหัวข้อประเมินประกอบด้วยขีดความสามารถของเรือ ทั้งขีดความสามารถในการรบ การโจมตีเป้าหมาย การทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ระบบโซนาร์ ตอร์ปิโด ระบบนำวิถีพื้นสู่พื้น-พื้นสู่อากาศ ปืนหลัก-ปืนรอง ระบบป้องกันตัวเองระยะประชิด เรดาร์ตรวจการณ์ และระบบอำนวยการรบ นอกจากนี้ยังพิจารณาความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ คุณลักษณะที่มีผลต่อการอยู่รอด ระบบขับเคลื่อน และการรอดพ้นจากระบบตรวจค้น
ส่วนการสนับสนุนด้านส่งกำลังบำรุงและเทคนิค จะพิจารณาความน่าเชื่อถือของระบบหลักของเรือ เช่น ระบบอำนวยการรบ ระบบเรดาร์ตรวจการณ์ ระบบควบคุมการยิง และระบบขับเคลื่อน ขณะที่ประสิทธิภาพของผู้ยื่นข้อเสนอจะพิจารณาจากประสบการณ์การสร้างเรือฟริเกต รวมถึงการประเมินด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
พล.ร.ต. สรรเสริญ กล่าวถึงแนวคิดในการจัดทำ TOR ว่า ความต้องการของกองทัพเรือคือการได้เรือที่ดีและมีมาตรฐาน จึงกำหนดให้การสร้างเรือเป็นไปตาม Naval Ship Rules of Recognition Classification Society และเป็นไปตามมาตรฐานนาโต รวมถึงได้รับการรับรองจากสมาคมจัดชั้นเรือ โดยระหว่างการสร้างเรือจะต้องให้สมาคมจัดชั้นเรือตรวจสอบมาตรฐาน พร้อมยืนยันว่าต้องการให้เกิดการแข่งขันในการจัดหา
สำหรับคุณลักษณะที่กำหนดใน TOR อย่างน้อยต้องมีเรดาร์ตรวจการณ์แบบ 3 มิติ ใช้เทคโนโลยี AESA (Active Electronically Scanned Array) หรือเทคโนโลยีเรดาร์แบบเรียงเฟสควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีความแม่นยำสูง ตรวจจับเป้าหมายได้ และสามารถตรวจจับเป้าหมายขนาดเล็กได้พร้อมกัน มีความยากต่อการรบกวนและมีความทนทานสูง โดยบริษัทสามารถเสนออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าข้อกำหนดได้ โดยไม่มีข้อจำกัด ทั้งนี้มาตรฐานนาโตมีกรอบสำคัญที่มุ่งเน้นความปลอดภัย อุปกรณ์ได้มาตรฐาน สามารถใช้งานร่วมกันได้ รวมถึงความทนทะเล













