อธิบดีกรมการปกครอง เปิดศูนย์ DOPA N.I.C.E. – Center ยกระดับป้องกันการทุจริตทางทะเบียน
อธิบดีกรมการปกครอง เปิดศูนย์ DOPA N.I.C.E. – Center ยกระดับการปราบปราม – ป้องกันการทุจริตทางทะเบียน เปิดช่องทางแจ้งเบาะแส พร้อมสายด่วน 1548 ย้ำ เดินหน้าปราบปรามต่อเนื่อง ไม่มีหยุด
วันนี้ (31 ก.ค. 69) กรมการปกครอง จัดพิธีเปิด “ศูนย์ประสานงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E. – Center)“ อย่างเป็นทางการ โดยมี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธานในพิธี ณ อาคารศูนย์พัฒนาบุคลากรฝ่ายปกครอง (ชั้น 2) วิทยาลัยการปกครอง อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี โดยเปิดเพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับภัยคุกคามต่อความมั่นคงจากขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ และกลุ่มมิจฉาชีพที่อาศัยช่องโหว่ของระบบทะเบียน สวมสิทธิเป็นบุคคลสัญชาติไทย และนำสัญชาติไทยที่ได้มาโดยมิชอบไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย อาทิ การฟอกเงิน การถือครองทรัพย์สินแทน (นอมินี) และการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ เศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของระบบราชการอย่างร้ายแรงงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนถือเป็น “หนึ่งในเสาหลักความมั่นคงของชาติ” การทุจริตในลักษณะดังกล่าวจึงนับเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
นายนฤชา กล่าวว่า ประเทศไทยเจอวิกฤตภัยคุกคามทางทะเบียนซึ่งต้องปรับปรุงเร่งด่วน โดยเฉพาะภัยคุกคามทางทะเบียน การทำผิดทางทะเบียน การแจ้งเท็จ การสวมสัญชาติ การทุจริต ที่นำเอาข้อมูลทางทะเบียนไปกระทำถือเป็นภัยความมั่นคงต่อชาติ ซึ่งเราถูกคุกคามค่อนข้างมาก และยังมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ วันนี้เราจึงจำเป็นต้องยกระดับป้องกันให้มีรูปธรรมมากขึ้น ยกระดับความเข้มงวด ทั้งการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียน ยกระดับทะเบียน กฎหมาย จากการทุจริตที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องยกระดับจากคณะทำงาน ให้เป็นศูนย์ประสานงาน
อย่างไรก็ตาม ตนเองเชื่อมั่นว่าการป้องกันปัญหาครั้งนี้ จะนำไปสู่การแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรมสืบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่ป้องกันการทุจริตต่างๆ โดยสามารถใช้ศูนย์นี้ เป็นศูนย์เฉพาะ ในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเมื่อมีการยกระดับจากคณะทำงาน เป็นศูนย์ประสานงานนั้น จะมีสำนักงานแยกย่อยไปอีกสามแห่ง เพื่อเป็นศูนย์หลักในการแจ้งข้อมูลต่างๆได้แก่สำนักบริหารงานทะเบียน ลำลูกกา ปทุมธานี โดยจะมีศูนย์ปฏิบัติการใหญ่ ห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ถือเป็นแม่ศูนย์ใหญ่, สำนักทะเบียน วังไชยา และ ศูนย์กรมการปกครองที่ตึกพัฒนาองค์กรปิ่นเกล้า โดยเป็นศูนย์ที่ทำหน้าที่หลักในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ แจ้งเบาะแสการทุจริตผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึงสายด่วน 1548 ด้วย โดยถือเป็นศูนย์แรกที่ทำหน้าที่โดยตรง และมั่นใจว่า หากดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ จะแก้ไขปัญหาทางทะเบียนให้ชัดเจนมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์ในการระวังป้องกันปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การปราบปรามนั้น วันนี้ทั้งระบบฐานข้อมูลของกรมการปกครองของไทยนั้น เราพัฒนาการระวังป้องกันข้อมูล ไม่ให้หลุดเล็ดลอดออกมา และเรามีมาตรฐานสากล ขอให้ความมั่นใจได้ แต่อีกส่วนคือการใช้ข้อมูลในระบบไปทุจริตตามช่องทางที่กฎหมายไม่รัดกุมเพียงพอนั้น ก็ยังมีอยู่ในเรื่องระบบ เราจึงต้องปราบปรามควบคู่ไปด้วย
นายนฤชา กล่าวต่อว่า เรายังใช้เทคโนโลยีตรวจจับความผิดปกติทางทะเบียนต่อเนื่องเป็นประจำ ใช้เอไอจับความผิดปกติการนำเข้ารายการต่าง ๆ ของระบบทะเบียน ซึ่งพบความผิดปกติที่ต้องนำมาพิสูจน์ทราบ ตรวจสอบตรวจทานอีกหลายรายการ และหลายครั้งนำไปสู่การปราบปรามอย่างเข้มข้น เข้มงวด ส่วนคำถามที่ว่าทำไมช่วงนี้ถึงมีการทุจริตมากนั้น เรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้พอสมควร แต่หน้าที่ของเราใช้เทคโนโลยีตรวจับ ใช้คนสอบสวน หาคนทำผิด เราตรวจพบ จึงขยายผลไปสู่ต้นตออย่างไม่หยุดยั้ง จึงขยายผลไปต่อทำให้พบจำนวนมาก โดยมั่นใจว่าการตรวจสอบย้อนหลังนั้น ในการป้องกันเรามีระบบที่รัดกุมมากในการระมัดระวังป้องกัน ยืนยันดำเนินการปราบปรามต่อเนื่อง ทั้งการสวมสิทธิ์สวมบัตร พ่อทิพย์การจดทะเบียนสมรสทิพย์ ที่นำไปสู่การทุจริตทางทะเบียนทั้งสิ้น เรารอแค่พยานหลักฐานให้ชัดเจนเท่านั้น เราพร้อมจะทำไม่ว่าจะมากแค่ไหน ก็จะทำให้ระบบของเราสะอาดที่สุดในยุคที่ตนเองบริหาร
นายนฤชา ยังฝากไปถึงประชาชนว่า อยากให้มาร่วมกันเป็นเครือข่ายในการเข้าแจ้งเบาะแสหากพบความผิดปกติ เราจะดำเนินการพิสูจน์ทราบให้ปรากฏข้อมูลต่อสาธารณชน และหลังจากนี้ ขอให้รอติดตามเร็ว ๆ นี้จะมีปฏิบัตการต่อเนื่อง ไม่หยุด จะทำจนกว่าไม่มีการทุจริต เพื่อให้คนทุจริตไม่มีที่ยืนในสังคมไทยของเรา
นายนฤชา กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลได้เน้นย้ำให้เราดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา โดยนายอนุทินชาญวีรกูล นายรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ย้ำว่า ไม่ต้องเกรงใจในการเจออิทธิพลของใคร ถ้ายึดถือคติว่าเป็นชื่อถือพฤติกรรม และต้องทำอย่างตรงไปตรงมา
จากนั้น นายนฤชา ได้รับฟังผลการปฏิบัติงานของ คณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) โดยได้ดำเนินการเปิดปฏิบัติการตรวจสอบและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สามารถขยายผลไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิด และเพิกถอนรายการทางทะเบียนที่มิชอบจำนวนมาก อาทิ ปฏิบัติการตัดหมอกเวียงแหง ปฏิบัติการสลายหมอกเชียงดาว ปฏิบัติการถอนเทาเมืองตราด ปฏิบัติการตัดบัตรกรุงเก่าย้อนเกล็ดมังกร ปฏิบัติการเผยเงามังกรกวาดล้างทะเบียน G เทา ปฏิบัติการปิดฉากแรงเงา และปฏิบัติการถอดเกล็ดมังกร พบเครือข่ายนายหน้าและเจ้าหน้าที่รัฐร่วมทุจริต เช่น สวมสิทธิ ทำเอกสารเท็จ แจ้งเกิดเท็จ และย้ายทะเบียนบ้านโดยมิชอบ เพื่อให้คนต่างด้าวได้รับสัญชาติหรือได้รับสิทธิโดยมีการออกหมายจับกว่า 200 ราย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 121 ราย และเพิกถอนรายการทุจริตกว่า 1,000 ราย














