POLITICS

‘สว.สมพาน’ แจ้งความ ‘ยิ่งชีพ’ ที่อำนาจเจริญ เชื่อหลักกฎหมาย กกต.มากกว่าหลักไอลอว์

‘สว.สมพาน’ แจ้งความ ‘ยิ่งชีพ’ ที่อำนาจเจริญ เชื่อหลักกฎหมาย กกต.มากกว่าหลักไอลอว์ เสียดายร้านปิดอดรับคณะทัวร์ บอกร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ จุไม่ถึง 200 คน เหมือนห้องที่อิมแพค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 นายสมพาน พละศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่ม 10 เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กับนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และผู้เกี่ยวข้อง จากกรณีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตั้งค่าแบบสาธารณะชี้นำสังคมให้เกิดความเข้าใจผิดว่านายสมพาน เป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสมาชิกวุฒิสภาและบิดเบือนข้อกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา กลุ่ม 10

นายสมพาน ระบุว่า การโพสต์ของนายยิ่งชีพเป็นการนำความเท็จมาใส่ความตน เป็นการโฆษณาไขข่าวเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์แบบสาธารณะ ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทั่วราชอาณาจักร เป็นเหตุให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง ทั้งนี้ คุณสมบัติของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา กลุ่ม 10 ซึ่งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 11(10) บัญญัติไว้เพียง “กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่น นอกจากกิจการตาม(9)” อีกทั้งในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตนได้ยื่นเอกสารหลักฐาน หนังสือรับรองความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในกลุ่มที่สมัคร (เอกสาร สว.4) ต่อผู้อำนวยการการเลือกระดับอำเภอ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ซึ่งได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบเอกสาร ค่าธรรมเนียม ตลอดจนมีหนังสือสอบถามไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายอย่างครบถ้วนถูกต้องแล้ว

นอกจากนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ได้ยกคำร้อง เรื่องคุณสมบัติที่มีผู้ร้องตน ตามคำวินิจฉัยที่ 17/2568 หลังจากนั้นตนก็ทำหน้าที่เป็น สว.เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ดังนั้น นายยิ่งชีพซึ่งเป็นนักกฎหมาย น่าจะตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดกว่านี้ มิใช่นั้น สังคมจะมองว่านายยิ่งชีพใช้ “หลักไอลอว์” หรือ “หลักกฎหมายของฉัน” มาตีความแทนหลักการทางกฎหมายปกติที่ กกต.และคนทั่วไปใช้กัน และจากการนำเสนอข้อมูลของ iLaw ซึ่งมีนายยิ่งชีพเป็นผู้อำนวยการบริหาร ในทัศนะและวิธีคิดดังกล่าวได้สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง อันจะเห็นได้จากข้อมูลเว็บไซต์ของ iLaw ในการสมัครกลุ่ม 10 มีคนนำไปอ้างอิงจนนำไปสู่การร้องเรียนการเลือกตั้ง อันจะเห็นได้จากกรณีคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 706/2568 โดยผู้ร้องอ้างข้อมูลจาก เว็บไซต์ www.ilaw.or.th นำไปสู่การร้องเรียนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดนนทบุรี โดยกรณีนี้ กกต.ก็ได้มีคำสั่งให้ยกคำร้องไปแล้วเช่นกัน

ตนเองประกอบกิจการขายก๋วยเตี๋ยวชื่อร้าน “บิ๊ก ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา” มิได้เขียนใบสมัครเป็นพ่อค้าขายก๋วยเตียวไก่มะระตามที่นายยิ่งชีพกล่าวหา การที่นายยิ่งชีพ ยืนยันข้อเท็จจริงว่าเชื่อมั่น 97% ว่าตนสมัครผิดกลุ่มนั้น ผู้มีหน้าที่วินิจฉัยคุณสมบัติผู้สมัครคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ใช่นายยิ่งชีพ นอกจากนี้ ยังมีการโพสต์เชิงเย้ยหยันและเห็นเป็นเรื่องน่าขบขันที่ตนได้เป็น สว.อีกด้วย

การที่นายยิ่งชีพ ได้กล่าวหาใส่ความตนเองดังกล่าวข้างต้น และมีการเผยแพร่ไปในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ได้สร้างความเสียหาย ให้กับตนและครอบครัวเป็นที่สุด และขยายขอบเขตเป็นวงกว้าง สร้างความเสื่อมศรัทธาแก่อาชีพ การทำมาหาได้โดย สุจริต การคบค้าสมาคม และการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ สว. และทำให้ตนซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกกล่าวถึง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง และถูกมองเป็นคนไม่ดี และเสื่อมเสียชื่อเสียง ตนจึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ยืนยันว่าไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่เป็นการปกป้องสิทธิของตน

“ในฐานะคนทำมาหากินสุจริตในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญมาหลายปี แอบเสียดายที่ไม่ได้ต้อนรับนายยิ่งชีพและคณะทัวร์ เนื่องจากต้องปิดร้านชั่วคราวเพราะพ่อค้าต้องทำหน้าที่ สว.เลยไม่มีคนลวกก๋วยเตี๋ยว และที่ร้านก็ไม่ได้มีลูกจ้างถึง 200 คน ตามที่นายยิ่งชีพตีความไปเอง อีกอย่างคือพื้นที่ร้านมีขนาดเล็ก ไม่พอให้คน 200 คนมารวมตัวกันเหมือนที่ห้องจูปิเตอร์ อิมแพค เมืองทองธานี“ นายสมพานกล่าว

Related Posts

Send this to a friend