ผบ.ฉก.ทหารพรานที่ 45 จัดเจ้าหน้าที่ทหารชุดใหม่ประจำการที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี
ผบ.ฉก.ทหารพรานที่ 45 จัดเจ้าหน้าที่ทหารชุดใหม่ประจำการที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี ให้กำลังใจกำลังพลและประชาชนโดยรอบ ขณะที่ชุดคลี่คลายคดีเร่งติดตามคนร้ายทั้ง 13 คน พร้อมแกะรอยรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ
วันนี้ (24 ก.ค. 69) พ.อ.วิทยา สาริยา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 45 ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดใหม่ จำนวน 8 นาย มาปฏิบัติหน้าที่ที่บริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทดแทนกำลังพล 5 นาย ที่ถูกคนร้ายบุกยิงถล่มเสียชีวิต และกำลังพลอีก 3 นาย ที่ปฎิบัติหน้าที่ที่จุดตรวจหลังสิ้นสุดกำหนดลาพัก ได้ให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่กรม เพื่อให้พักผ่อนเยียวยาจิตใจที่ต้องสูญเสียเพื่อนร่วมงานทั้ง 5 นาย อันเป็นที่รักและเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่าฟันกับอุปสรรคต่างๆ จนสามารถเอาชีวิตรอดมาได้หลายครั้ง
พ.อ.วิทยา ผบ.ฉก.ทพ.45 ได้เดินเยี่ยมเยียนให้กำลังใจเจ้าของบ้านพัก 5 หลัง ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะบ้านของนางฟัรฮะห์ อับรู เลขที่ 248 ที่บ้านพักได้รับความเสียหายหนักที่สุด จากที่คนร้ายขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ผิดเป้าหมาย จนเกิดเพลิงไหม้บ้านเสียหายร้อยละ 40 พร้อมจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ทหารมาช่วยเก็บกวาดและซ่อมแซมบ้านพักที่เสียหายกลับคืนสู่สภาวะปกติ
ในส่วนของเจ้าหน้าที่เยียวยา อ.ระแงะ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายบ้านเรือนของประชาชน รวมทั้งในส่วนของทรัพย์สินต่างๆด้วย เพื่อที่จะให้เงินชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน
สำหรับความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีความมั่นคงทั้งในส่วนของ ตำรวจภูธร ภาค 9 และตำรวจภูธร จ.นราธิวาส รวมทั้งพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้แยกย้ายลงพื้นที่ในการสืบสวนสอบสวนคว้านหาเบาะแสของคนร้าย ทั้งเชิญตัวบุคคลบุคคลที่อาศัยอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุมาให้ปากคำ นำวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆของจุดตรวจ ให้ผู้เชี่ยวชาญไปทำภาพให้มีความคมชัด ในส่วนของคนร้าย 6 คน ที่นั่งอยู่ในกระหลัง รวมทั้งคนร้าย 2 คน ที่ขี่และซ้อนท้าย รถ จยย. ซึ่ง 1 ในนั้นอำพรางตัวด้วยการแต่งกายด้วยชุดฮิญาบ เพื่อนำรูปพรรณสัณฐานไปเปรียบกับบุคคล ในทำเนียบคดีความมั่นคงว่าตรงกับบุคคลใด รวมทั้งทำการตรวจสอบป้ายทะเบียน รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีขาวแดง ที่ 2 คนร้าย 1 ในนั้น แต่งกายอำพรางตัวด้วยการใส่ชุดฮิญาบ ว่าติดป้ายทะเบียนใดเพื่อติดตามควบคุมตัวมาสอบสวน ว่าลงมือก่อเหตุหรือรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่อย่างไร

ในส่วนของรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน สีดำ ที่คนร้ายติดป้ายทะเบียน ผน 6866 สงขลา ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าเป็นป้ายทะเบียนของรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุนั้น เจ้าหน้าที่ทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าวเดิมสีบรอนส์เทา ที่มีการซื้อขายคนครอบครองอยู่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส
ส่วนการสืบสวนสอบสวนของชุดคลี่คลายคดีความมั่นคง จะนำข้อมูลที่รวบรวมได้ มาประกอบสรุปกับผู้ต้องสงสัย 1 คน ที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ในวันเกิดเหตุ และนำไปเข้าสู่กระบวนการซักถาม ที่ให้การเป็นประโยชน์ จนเจ้าหน้าที่สามารถใช้แกะรอยไปหาบุคคลทั้ง 13 คน ที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้
รวมทั้งการรอผลตรวจสอบปลอกและวิถีกระสุนปืน 3 ชนิด ที่เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมได้ในที่เกิดเหตุ ทั้งปลอกกระสุนปืน เอ็ม.16 อา.ก้า.และปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 9 ม.ม. จำนวนกว่า 200 นั้น ว่า ปลอกกระสุนปืนทั้งหมด กลุ่มคนร้ายเคยใช้ก่อเหตุพื้นที่ใดบ้าง ซึ่งเชื่อว่าผลพวงจากปลอกกระสุนปืน บุคคลที่ใช้เป็นอาวุธปืนกระบอกนั้นๆเป็นใครชื่ออะไร เคยมีหมายจับในไปก่อเหตุในคดีใดบ้าง
ขณะที่วันนี้ พลอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก จะเดินทางลงพื้นที่มายังหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส อ.เมืองนราธิวาส เรียกประชุมเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงทั้งตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง ในการติดตามความคืบหน้าทั้ง 2 คดี คือ เหตุคนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์หน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) อ.เมืองนราธิวาส เมื่อวันที่ 21 ก.ค.69 และเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี เมื่อวันที่ 22 ก.ค.69 ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 6 คน พร้อมทั้งมอบนโยบายในการปฏิบัติ ที่คาดว่าน่าจะมีการรื้อฟื้นในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยที่ตั้ง ทั้งฐานปฏิบัติการณ์ ที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัด โดยเฉพาะฐานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยและล่อแหลม รวมทั้งการรื้อฟื้นการจัดกำลังที่ต้องมีทั้งการตั้งรับและตอบโต้ เพื่อลดความสูญเสียของกำลังพลผู้ที่ปฏิบัติ














