DEEPSOUTH

ผู้ว่าฯ ยะลา พานักท่องเที่ยว ลิ้มรสความอร่อย ‘ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา’

ผู้ว่าฯ ยะลา ลุยสวนทุเรียนแปลงใหญ่บนยอดเขาบันนังสตา เปิดฤดูกาลตัดมีดแรก พานักท่องเที่ยว ลิ้มรสความอร่อย ‘ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา’

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 จังหวัดยะลา เปิดฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียนสะเด็ดน้ำ (สายพันธุ์หมอนทอง) อายุครบ 120 วัน นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายซุลกิฟลี สัญญากุล นายอำเภอบันนังสตา นางวีระ สมศิริ เกษตรจังหวัดยะลา นางผุสดี จ๋ายเจริญ พาณิชย์จังหวัดยะลา และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา ลงพื้นที่สวนทุเรียนของนายปรีดา จำปาเรือง เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนแปลงใหญ่ ม.6 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา เจ้าของสวนพื้นที่ 50 ไร่ (มีต้นทุเรียนกว่า 1,000 ต้น อายุตั้งแต่ 2–40 ปี) “เปิดฤดูกาลทุเรียนสะเด็ดน้ำจังหวัดยะลา ปี 2569” ตัดมีดแรก ประกาศเริ่มฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียนคุณภาพของจังหวัดอย่างเป็นทางการ

นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า “ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา” (Durian Sa-Ded Nam Yala) ถือเป็นผลไม้เศรษฐกิจหลักของจังหวัดยะลา ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI “ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา” ประกอบด้วย 6 สายพันธุ์ หมอนทอง, ก้านยาว, ชะนี, พวงมณี, มูซังคิง และโอวฉี่ (หนามดำ) จุดเด่นด้านกายภาพที่ปลูกบนพื้นที่ภูเขาและเนินสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 100 เมตรขึ้นไป ห้อมล้อมด้วยผืนป่าสมบูรณ์และแร่ธาตุในดิน ทำให้เนื้อทุเรียนแห้ง ไม่แฉะ รสชาติหวานมัน และมีเส้นใยน้อย เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค

สำหรับข้อมูลแนวโน้มสถานการณ์ทุเรียนของจังหวัดยะลา ในปี 2569 มีพื้นที่ปลูก รวม 119,451 ไร่ พื้นที่ให้ผลผลิต 90,219 ไร่ คาดการณ์ผลผลิตในปีนี้ ของจังหวัดยะลา รวม 93,930 ตัน (ผลผลิตเฉลี่ย 1,035 กิโลกรัมต่อไร่) ผลผลิตทุเรียนเบญจพรรณ ประกอบด้วยทุเรียนพื้นบ้าน พวงมณี, ชะนี, นกหยิบ, นวลทองจันทร์ เริ่มทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน ขณะที่ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง เริ่มเก็บเกี่ยวอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป และต่อเนื่องยาวนานจนถึงต้นเดือนตุลาคม ช่วงพีคที่สุด เดือนสิงหาคมนี้ (คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดสูงถึง 17,040 ตัน)

เป้าหมายสำคัญของการจัดงานในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) แล้ว ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักลงทุนในมาตรฐานการผลิตแบบ GAP พร้อมยกระดับรายได้และความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรในระยะยาว

นายปรีดา จำปาเรือง เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนแปลงใหญ่ ม.6 ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา เจ้าของสวนพื้นที่ 50 ไร่ (มีต้นทุเรียนกว่า 1,000 ต้น อายุตั้งแต่ 2–40 ปี) เผยว่า ปีนี้ผลผลิตออกมามากกว่าปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะมีผลผลิตรวมราว 60 ตัน ปัจจุบันเริ่มตัดผลผลิตล็อตแรกส่งจำหน่ายแล้ว “ทุเรียนที่ปลูกบนภูเขา เมื่อฝนตกน้ำจะไหลผ่านได้ดี ทำให้เป็น ‘ทุเรียนสะเด็ดน้ำ’ เนื้อแห้ง หวานมัน อร่อยกว่าพื้นที่ราบ การดูแลจะมีความพิเศษคือสภาพอากาศบนภูเขาจะเย็นกว่า ทำให้ผลผลิตสุกช้ากว่าพื้นที่ด้านล่างประมาณ 10 วัน (จากเดิม 120 วัน เป็น 130 วันจึงจะเก็บเกี่ยวได้) สำหรับราคาในปีนี้ ช่วง นอกฤดูราคาอยู่ที่ประมาณ 120 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนในฤดูกาลนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 60–70 บาทต่อกิโลกรัม โดยมีทั้งล้งและกลุ่มเกษตรกรมารับซื้อถึงสวน คาดว่าปีนี้สร้างรายได้รวมกว่า 3 ล้านบาท อยากเชิญชวนผู้บริโภคมาร่วมลิ้มลองความอร่อย หอมหวาน กรอบนอกนุ่มใน ของทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา”

Related Posts

Send this to a friend