ผบ.ตร. นั่งหัวหน้าคณะทำงานคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้ ต้องสรุปภายใน 1 สัปดาห์
ผบ.ตร. นั่งหัวหน้าคณะทำงานคดีทุจริตสอบท้องถิ่น เผย เห็นรายชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว วางกรอบสอบ 3 ระยะ ก่อนสอบ – ระหว่างสอบ – หลังสอบ ชี้ ต้องสรุปให้เร็วที่สุดภายใน 1 สัปดาห์
วันนี้ (14 ก.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แถลงข่าวภายหลังร่วมประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 2/2569 ว่า คณะกรรมการตรวจสอบมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตรวจสอบเรื่องการสอบทุจริตสอบท้องถิ่น โดยมอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้าคณะทำงาน
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวต่อว่า การดำเนินการตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. เป็นต้นมา ที่มีการประชุมครั้งที่ 1 ได้มีหลักคิดและกรอบแนวคิดว่าสิ่งที่ปรากฏ ในกรณีที่คิดว่ามีการทุจริตในการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น เราก็เห็นข้อมูลทั่วไปทั้งเรื่องของการออกสื่อ และการวิพากษ์วิจารณ์กัน ซึ่งตนย้ำว่าเป็นการพูดในเรื่องของข้อมูล แต่คณะกรรมการและคณะทำงานชุดนี้ มีหน้าที่ทำให้เกิดข้อเท็จจริงว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นอย่างไรกันแน่ จึงได้วางกรอบแนวคิดไว้ 3 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือขั้นตอนการเตรียมการสอบ เกิดอะไรขึ้นในกระบวนการ มีข้อเท็จจริงอะไรเกิดขึ้นบ้าง เช่น มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า TOR ถูกหรือไม่ การรับสมัครถูกหรือไม่ การออกข้อสอบ การเก็บข้อสอบ การรักษาความปลอดภัยถูกหรือไม่ เป็นหน้าที่ของคณะทำงานชุดนี้ที่ต้องทำให้ปรากฏว่าประเด็นเหล่านั้นมีข้อเท็จจริงเป็นแบบไหน
ขั้นที่ 2 คือในระหว่างการสอบ การแบ่งกลุ่ม การจัดสถานที่ การแจกข้อสอบ การทำข้อสอบ การนั่งคุมข้อสอบ มีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในขั้นตอนและกระบวนการนี้อย่างไร และขั้นสุดท้าย ขั้นตอนหลังการสอบ ทั้งการประมวลผลการสอบ การตรวจข้อสอบ มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแก้ไขคำตอบ เรื่องคะแนนสอบ เป็นหน้าที่ที่พวกตนจะต้องนำข้อมูล ต่าง ๆ มาประกอบ ซึ่งในขั้นตอนก่อนและหลังการสอบ นอกจากข้อเท็จจริงมีใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอน ต่าง ๆ และมีกฎหมาย ระเบียบคำสั่งที่เกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่วันที่ 10-13 ก.ค. เป็นช่วงที่พวกเราทำงานกันอย่างหนัก เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงมา ซึ่งใน 4 วันนี้ได้มีหนังสือไปยังหน่วยงาน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งสถาบันการศึกษา สถาบันการเงิน ต่าง ๆ เราขอเอกสารมา และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการวิเคราะห์แยกแยะข้อมูล
ส่วนรายละเอียดเชิงลึกรวบรวมต้องรอคณะทำงานรวบรวมข้อมูลก่อนว่าเกี่ยวข้องกับผู้ใด ซึ่งจะนำไปสู่การวิเคราะห์และออกมาเป็นข้อสรุป เพื่อรายงานคณะกรรมการที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรายงานต่อนายกรัฐมนตรีว่าบทสรุปและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น มีเรื่องวินัยจริยธรรมและการแก้ไขในระยะยาว ในเรื่องการจัดสอบในเชิงระบบและเชิงนโยบายอย่างไร เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องที่สุด และจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกได้อย่างไร และหลังจากนั้นเหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเดือน เนื่องจากในคำสั่งระบุไว้ว่าต้องทำภายใน 30 วัน เราจะพยายามตั้งใจในการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี และนายปกรณ์ได้เน้นย้ำว่าถึงเวลาที่เราต้องจัดระเบียบบ้านเมืองให้ดี แล้วเราจะนำข้อเท็จจริงมานำเสนออย่างตรงไปตรงมาอีกครั้ง
เมื่อถามว่า ตอนนี้ตำรวจได้รับข้อมูลครบถ้วนเพื่อจะไปทำการสอบสวนใช่หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ได้มาพอสมควร แต่หากถามว่าครบหรือไม่ก็ยังมีประเด็นเกี่ยวกับข้อเท็จจริงตั้งแต่ก่อน ขณะสอบและหลังสอบอีกหลายเรื่อง ซึ่งจะต้องนำมาหาข้อมูลผ่านการเรียกเอกสารจากการขอความร่วมมือมาเรียกสอบ จึงจะเรียกว่าครบถ้วน และสรุปในช่วง 1 สัปดาห์จากนี้จะเดินหน้าเร่งรัดดำเนินการ และจากการที่ได้รับเอกสารจากหน่วยงาน ต่าง ๆ ทั้ง มศว กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะมาตรฐานการสอบจาก ก.พ. ซึ่งมีข้อปฏิบัติ 10 กว่าข้อ เราเอามาตั้งเป็นมาตรฐานไว้ ซึ่งเปรียบเทียบไม่ยากแต่มีรายละเอียดเยอะ
ฉะนั้น การใช้เวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงจำเป็น แต่หากเปิดเผยรายละเอียดออกไปก็จะทำให้กระทบต่อวิธีการตรวจสอบได้ ตนให้แนวคิดก่อน ขณะสอบและหลังสอบเราตั้งประเด็นเรื่องข้อเท็จจริงไว้ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. ซึ่งทีมงานได้มีการรวบรวมเอกสารเพื่อวิเคราะห์ในเบื้องต้น แต่ย้ำว่ามีความคืบหน้าไปมาก และใครเกี่ยวข้องในกระบวนการใดก็จะนำมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีกฎหมายอะไรที่เกี่ยวข้องในแต่ละกระบวนการก็จะทำข้อเสนอแนะเพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี
ส่วนจะมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการเชื่อมโยงไปถึงระดับพรรคการเมือง นายกรัฐมนตรีมีการกำชับอะไรหรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกำชับเพียงอย่างเดียวคือให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสังคมและตรงไปตรงมา ส่วนจะไปเชื่อมโยงกับใครตนคิดว่าวันข้างหน้าก็คงจะได้ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นกลุ่มใดบ้าง ซึ่งเราคงไม่ชี้หนึ่งชี้สองใครผิดใครถูก แต่ขอให้ข้อเท็จจริงออกมาก่อนจึงจะมองออก
เมื่อถามว่า ได้รายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ได้แล้ว ได้รับข้อมูลตั้งแต่ผู้สมัครจำนวนหลายแสนคน ซึ่งอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ โดยผู้เกี่ยวข้องถูกจัดแบ่งออกเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มขั้นเตรียมการ ตั้งแต่คณะกรรมการจัดทำทีโออาร์ กระบวนการกำหนดตำแหน่ง การรับสมัครสอบ การพิจารณาคุณสมบัติและการประกาศ ฉะนั้นขอให้ลองนึกว่าใครเกี่ยวข้องบ้างในแต่ละขั้นตอน
ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า เรื่องการตรวจสอบทุจริตสอบตนเป็นผู้รับผิดชอบ โดยมี พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้ามาเป็นคณะทำงานด้วย













