BANGKOK

‘ชัชชาติ’ กางแผน 100 วันแรก ลุยแก้ร้อยจุดเสี่ยงน้ำท่วม

ขยาย Low Emission Zone เปิดข้อมูลโปร่งใส ยันโยกย้ายตำแหน่งไม่มีซื้อขาย ทุกคนต้องมาจากความสามารถ

วันนี้ (9 ก.ค.69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดตัวทีมบริหารผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่างานในวันแรกจะมีการถอด 216 นโยบายเป็นแผนปฏิบัติการ มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนเพื่อให้ข้าราชการ 7 หมื่นคนรู้ว่าหน้าที่ของตนเองต้องทำอะไร ส่วนโครงการต่าง ๆ ที่ค้างมา เช่น การออกกฎระเบียบศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์สาธารณสุข การปรับระบบรอแพทย์ ส่วนกรณีที่คนยังกังวลเรื่องความทุจริตโปร่งใส โดยเฉพาะโครงการทุจริตลู่วิ่งจะต้องดูให้เข้มงวด

สำหรับแผน 100 วันแรก วันนี้จะมีการออกคำสั่ง 2-3 เรื่อง เรื่องแรกคือ การเปิดเผยข้อมูลซึ่งจะมีการอัปเดตรายละเอียดเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในรูปแบบ machine readable การเปิดข้อมูลโรงขยะอ่อนนุช ระเบียบศูนย์เด็กเล็กที่ต้องเร่งทำ การรับศูนย์ บริการสาธารณสุขเพิ่มสำหรับศูนย์ที่ไม่สามารถรับคนได้ไม่ถึงหมื่นคน เพราะเราจะมีนโยบายเพิ่มสิทธิ์บัตรทองเป็น 1.3 ล้านคน และระบบรอแพทย์ไม่เกิน 1 ชั่วโมง

นอกจากนี้ยังมีนโยบายปลูกต้นไม้ 2 ล้านต้น ซึ่งร้อยวันแรกจะต้องปลูกอย่างน้อย 2 แสนต้น ส่วนการแก้ปัญหา PM 2.5 ตั้งศูนย์การเผาแบบครบวงจรดูแลกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมทั้งขยาย Low Emission Zone ให้ครอบคลุมรถปิกอัพและรถสี่ล้อ เพิ่ม Adaptive Control อีก 10 ทางแยก ปรับปรุงป้ายรถเมล์อีก 300 จุด แก้จุดเสี่ยงน้ำท่วมเพิ่มขึ้นอีก 100 จุด จากทั้งหมด 737 จุด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมเรื่องอุโมงค์ระบายน้ำเชื่อมระหว่างคลองประเวศมาที่บึงหนองบอน

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า จะพัฒนาแพลตฟอร์ม Traffy fondue ลงพื้นที่เชิงรุกพร้อมกับให้ประชาชนแจ้งเข้ามา สามารถตรวจสอบความคืบหน้าในการสอบสวนทุจริตคอรัปชั่นของข้าราชการในแต่ละกรณีได้ พร้อมทั้งจะมีการเดินหน้าเสนอข้อบัญญัติเข้าสภา กทม.เช่น ข้อบัญญัติปรับปรุงอาคารเก่า ข้อบัญญัติสนับสนุนโรงเรียนผู้สูงอายุ ข้อบัญญัติดูแลคนไร้บ้าน ข้อบัญญัติการจัดการขยะต้นทาง และจะเริ่มประชุมคณะกรรมการหาบเร่แผงลอยให้เร็วที่สุด ซึ่งอาจจะมีจุดผ่อนผันขนาดย่อยเพื่อให้มีพื้นที่ขายอย่างเหมาะสม ซึ่งทั้ง 260 นโยบายใน 100 วันจะต้องมีผลงานทุกนโยบาย

ส่วนที่พรรคการเมืองบางพรรคที่พยายามจับจ้องเรื่องระบอบอากง คงมีคนติดใจ แต่ก็คงคลายกังวลไปบ้าง เป็นหน้าที่ที่เราต้องพิสูจน์ จึงเน้นย้ำกับปลัดกรุงเทพมหานครว่าไม่มีระบอบอากง เราไม่เคยพูดเรื่องซื้อตำแหน่งใด ๆ ทั้งสิ้น อยู่ตรงนี้ได้ก็ต้องมีความโปร่งใส ทำทุกอย่างด้วยเหตุผลและความยุติธรรม เชื่อว่ายังมีคนที่คาใจอยู่ เราจึงต้องพิสูจน์ตนเอง

เมื่อถามว่าจะทำ กทม.ให้เป็นเมืองนำระดับโลก จะไปถึงขั้นนั้นได้อย่างไร นายชัชชาติ กล่าวว่า ”เมือง“ หัวใจคือเรื่องเศรษฐกิจมี 2 ส่วน คือเศรษฐกิจที่เป็นระดับใหญ่ ๆ และเศรษฐกิจรากหญ้า หากไม่ขยายเศรษฐกิจใหญ่ เศรษฐกิจรากหญ้าจะอยู่ไม่รอดเพราะจะฆ่ากันเอง เชื่อว่ากรุงเทพฯ มีศักยภาพ ทั้ง เราเห็นเรื่องการลงทุนที่มาเยอะขึ้น กรุงเทพฯ พร้อมที่จะเป็นเมืองชั้นนำแต่อาจจะมีปัญหาเรื่องกฎระเบียบ จะต้องมีการตัดระเบียบที่ไม่จำเป็นล่าช้าออก หัวใจใน 4 ปีคือ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริการ เอากฎหมายที่ล้าสมัยทิ้ง

สำหรับสิ่งที่อยากบอกกับข้าราชการ กทม.นายชัชชาติ ระบุว่า คะแนนไม่ได้สะท้อนตัวผู้ว่าฯ แต่สะท้อนการทำงานของทุกคน เชื่อว่า 1.5 ล้านเสียงพอใจผลงานของพวกเราที่ช่วยกันทำมา อยากให้คงความดีและทำให้หนักขึ้น เพราะเห็นว่า 65% ของคนกรุงเทพฯ เขาชอบการทำงานของพวกเรา ขอบคุณที่ช่วยร่วมมือกันทำงานอย่างหนักมาตลอด 4 ปี แต่ 4 ผี ต่อไปจะหนักกว่าเดิม เพราะเป้าหมายยากขึ้น คนตั้งความหวังกับเรามากขึ้น เรื่องสวัสดิการจะดูแลให้ดีที่สุด พวกเราทุกคนโชคดีกว่าคนจำนวนมากเพราะเรามีเงินเดือนมีสวัสดิการ ขอให้ช่วยกันทำหน้าที่อย่างเต็มที่ รับใช้เจ้านายคือ ประชาชนอย่างเต็มที่ เราจะดูแลเพื่อนร่วมงานอย่างดีที่สุด

ขณะที่การย้ายศาลาว่าการกรุงเทพมหานครไปดินแดงมีปัญหา เนื่องจากสถานที่ยังไม่พร้อม คงจะต้องทยอยทำ ไม่ได้เร่งด่วนมาก ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความปลอดภัย แต่จะมีการเปิดเป็นบางส่วนให้ประชาชนได้เข้ามาใช้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายชัชชาติ ยอมรับว่าพร้อมทำงานร่วมกับประธานสภา กทม. ไม่ว่าจะเป็นใคร และขอแสดงความยินดีกับ สก.ทุกคน เชื่อว่าทุกคนมาด้วยความตั้งใจดี พร้อมทำงานกับทุกคนโดยจะเอาประชาชนเป็นที่ตั้งไม่มีปัญหา

สำหรับการปราบปรามทุจริต นายชัชชาติ ยืนยันว่า 4 ปีที่ผ่านมา กทม.ทำได้ดีขึ้น แต่ต้องทำต่อ ซึ่งได้หารือกับปลัดกรุงเทพกรุงเทพมหานครว่าเรื่องทุจริตต้องมาเป็นอันดับ 1 เพราะประชาชนให้ความสำคัญ เชื่อว่าเรามาถูกทางแล้วเรื่องเล็กน้อยละเว้นไม่ได้ ฝากข้าราชการว่าเรื่องการโยกย้ายไม่มีการซื้อตำแหน่ง ทุกคนต้องมาด้วยความสามารถรับใช้ประชาชนได้เป็นอย่างดีถึงจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ขอยืนยันว่าระบบที่คนเขาไปสร้างเขาอย่าไปหวังตรงนั้น ใครที่มีประวัติไม่โปร่งใส ไม่เลื่อนตำแหน่งให้ ต้องจัดการตามกฎหมายให้เต็มที่

“ผมอยากให้เป็นวาระแห่งชาติ อยากให้ทุกคนช่วยคิด ประเทศไทยจะเป็นสากลดึงคนมาได้ ถ้ามีเรื่องทุจริตคอรัปชั่น ยากที่คนจะมาอยู่ เพราะเป็นความไม่ยั่งยืนอันดับ 1 จึงต้องช่วยกัน 4 ปี ที่ผ่านมาพูดเรื่องทุจริตมาโดยตลอด“

Related Posts

Send this to a friend