POLITICS

‘หมอวรงค์’ เห็นด้วย พ.ร.บ. สร้างเสริมสันติสุข แต่ไม่ขอนิรโทษกรรมคดี ม. 112

‘หมอวรงค์’ เห็นด้วย พ.ร.บ. สร้างเสริมสันติสุข แต่ไม่ขอนิรโทษกรรมคดี ม. 112 หวั่นอนาคตถูกกลุ่มการเมืองใช้เป็นเครื่องมือ เตือน รบ. ใช้ดุลพินิจอย่างระวัง ไม่เอื้อประโยชน์ตามใบแนบท้าย

วันนี้ (8 ก.ค. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสันติสุข พ.ศ. … หลังจากที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและส่งคืนสภาผู้แทนราษฎร

นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ร่วมอภิปรายว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ซึ่งวันนี้มีประชาชนรอคอย พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวอยู่ประมาณ 6,000 คน และเชื่อว่าหากกฎหมายฉบับนี้ผ่าน สิทธิเสรีภาพต่าง ๆ จะกลับคืนสู่ประชาชนกลุ่มนี้ ซึ่งคนกลุ่มนี้ตนเชื่อว่าหวังดีต่อชาติบ้านเมือง แต่อาจมีหลักคิดที่ไม่ตรงกัน การชุมนุมของประชาชนมักจะเป็นการชุมนุมที่ต่อต้านอำนาจรัฐ และทุกครั้งเป็นผลมาจากรัฐใช้อำนาจโดยมิชอบจึงเกิดปัญหาขึ้นมา ดังนั้นการเสนอ พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวขึ้นมา และวุฒิสภามีการแก้ไข ส่วนตัวรับได้ แต่อยากย้ำว่า 3 ประเด็นที่มีการยกเว้น จะต้องทำให้เราจำไว้ตลอดไป เพราะในอนาคตตนเองเชื่อว่าความขัดแย้งทางการเมืองจะเกิดขึ้นอีก ดังนั้นต้องจำไว้เลยว่าทุจริตนิรโทษกรรมไม่ได้ เพราะถือว่าการโกงชาติบ้านเมืองเป็นรากปัญหาที่ทำให้ประชาชนยังยากจน และคดีฆ่าคนตายก็เป็นความผิดส่วนบุคคลที่ถือว่าไปละเมิดคนอื่น

ขณะที่คดีมาตรา 112 ไม่ได้เกิดจากการที่รัฐใช้อำนาจโดยมิชอบ แต่กลับกลายเป็นคดีที่จาบจ้วงไปยังสถาบันเบื้องสูง และตนเองพูดได้อย่างเต็มปากเนื่องจากมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้วว่ามีขบวนการล้มล้างการปกครองเกิดขึ้น ดังนั้นคดี ม. 112 จึงไม่ควรได้รับการนิรโทษกรรม และมีเด็กเยาวชนถูกดำเนินคดีไม่ถึง 10 คน ซึ่งศาลเยาวชนมีการดูแลไม่เหมือนศาลอาญาทั่วไป ตนเองสนับสนุนที่วุฒิสภาจะแก้ไขเฉพาะส่วนนี้ เพราะตนเองไม่อยากเห็นภาพว่าจะมีบุคคลที่เป็นขบวนการหรือพรรคการเมืองมาสนับสนุนให้เยาวชนไปกระทำความผิด ตนเองสงสารเด็กที่มีประสบการณ์น้อย ถูกปลูกฝังขึ้นมาแล้วสุดท้ายเป็นคนรับเคราะห์รับกรรม

นายแพทย์วรงค์ ยกตัวอย่างตัวเลขผู้ที่ถูกดำเนินคดีตาม ม. 112 ว่า ปี 2562 มี 68 คน ปี 2564 มี 128 คน ปี 2565 มี 59 คน ปี 2566 มี 37 คน ปี 2567 มี 14 คน และปี 2568 มี 8 คน สะท้อนให้เห็นว่าปี 2563 – 2565 เป็นช่วงที่ขบวนการยุยงปลุกปั่นประชาชนทำให้เกิดคดีนี้ขึ้นมามาก แต่หลังจากสังคมนิ่งขึ้น มีสติขึ้น มีการบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น ปรากฏว่าคดี ม. 112 น้อยลงมาก ตนเองจึงสนับสนุนที่วุฒิสภาส่งการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวลงมายังสภา แต่มีข้อห่วงใยในบัญชีแนบท้ายที่ไม่สบายใจและอยากฝากไว้ เช่น กฎหมายอาญา มาตรา 124 การให้ผู้ใดรู้ความลับประเทศ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองอย่างไร เหมือนมีนัยเอื้อประโยชน์กับใครบางคนหรือไม่ในการเอาความลับของประเทศไปให้ผู้อื่นหรือให้รัฐต่างชาติ

รวมถึง ม. 184 การที่ผู้ใดช่วยผู้อื่นไม่ต้องได้รับโทษหรือได้รับโทษลดน้อยลง ก็ตั้งคำถามว่ามาตรานี้ตามกฎหมายอาญาช่วยเหลือใครหรือไม่ให้ได้รับโทษน้อยลง และเกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมืองอย่างไร และ ม. 190 การช่วยเหลือผู้หลบหนีระหว่างคุมขัง ซึ่งตนเองกังวลใจ

นายแพทย์วรงค์ยังฝากไปยังคณะกรรมการที่มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพราะมีอำนาจของฝ่ายบริหารอย่างเต็มที่ซึ่งสามารถใช้ดุลพินิจ ดังนั้นการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารที่เป็นคณะกรรมการต้องใช้ดุลพินิจเพื่อความปรองดองสันติสุขจริง ๆ หากเอาดุลพินิจนี้มาเอื้อประโยชน์ตามกฎหมายที่แนบท้าย ตนเองเตือนว่าแทนที่จะทำให้สังคมปรองดอง ฝ่ายบริหารจะเป็นผู้จุดประกายความขัดแย้งรอบใหม่ขึ้นมา และถ้าใช้อำนาจมิชอบจะเกิดความขัดแย้งรอบใหม่ ยืนยันว่าตนเองสนับสนุนให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านเพื่อคืนสิทธิเสรีภาพให้แก่ประชาชนไม่น้อยกว่า 6,000 คน

Related Posts

Send this to a friend