‘วราวุธ’ สั่งเอาผิดโรงงานต้นทางใน จ.ระยอง ปมเศษโฟมไหลทะลักกำแพงหมู่บ้านบ่อวินพัง
‘วราวุธ’ สั่งเอาผิดโรงงานต้นทางใน จ.ระยอง ปมเศษโฟมไหลทะลักกำแพงหมู่บ้านบ่อวินพัง พบเป็นลานคัดแยกขยะ เร่งตรวจโลหะหนัก-สิ่งปนเปื้อน เอาผิดตามกฎหมาย
วันนี้ (7 ก.ค. 69) เวลา 09.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยความคืบหน้ากรณีฝนตกหนักในพื้นที่ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จนทำให้เศษโฟมและของเสียไหลทะลักเข้าชนกำแพงหมู่บ้านบุญรักษาวิลล์ 2 หมู่ที่ 7 จนกำแพงพังและสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชนว่า ภายหลังสั่งการให้นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ล่าสุดได้รับรายงานผลการตรวจสอบแล้ว
นายวราวุธ กล่าวว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่โล่ง ไม่มีอาคาร มีการถมดินสูง ใช้เป็นลานคัดแยกขยะ ดำเนินการโดยบริษัท ฟาง ซาง เซอร์คูลาร์ อีโคโนมี่ แมเนจเม้นท์ จำกัด ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี รับจ้างคัดแยกของเสียประเภทโครงตู้เย็นและฝาตู้เย็น โดยใช้แรงงานคนประมาณ 10 คน ไม่มีการใช้เครื่องจักร จึงไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของเสียที่ไหลเข้ากระแทกรั้วกำแพงหมู่บ้าน พบเป็นโครงตู้เย็นจำนวน 2,351 ตู้ และฝาตู้เย็นจำนวน 20,002 ชิ้น ซึ่งถูกนำออกมาจากโรงงานต้นทาง คือ บริษัท ไมเดีย อินเทลลิเจนท์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 999 หมู่ที่ 8 ตำบลมาบข่า อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ผู้ประกอบกิจการผลิตตู้เย็นและชิ้นส่วน โดยมีการนำของเสียดังกล่าวออกมาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2569
นายวราวุธ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือว่าโรงงานต้นทางในจังหวัดระยองลักลอบนำของเสียออกจากโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566 ทั้งนี้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีจะทำหนังสือประสานไปยังสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เพื่อเข้าตรวจสอบบริษัทต้นทาง และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
นายวราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ในหมู่บ้านบุญรักษาวิลล์ 2 กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อวิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยบรรเทาสาธารณภัย ได้ร่วมกันทำความสะอาด ฟื้นฟูพื้นที่ และเคลื่อนย้ายขยะออกจากพื้นที่เรียบร้อย
ขณะเดียวกัน กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้สั่งการให้ศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างดินและเศษวัสดุที่ไหลเข้าหมู่บ้าน เพื่อตรวจวิเคราะห์หาสิ่งปนเปื้อน ค่าความเป็นกรด-ด่าง และโลหะหนัก สำหรับประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและเฝ้าระวังความปลอดภัยของประชาชน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า บริษัทในจังหวัดชลบุรีทำหน้าที่เป็นลานคัดแยกของเสียจากโรงงานในจังหวัดระยองใช่หรือไม่ และจากจำนวนโครงตู้เย็นกว่า 2,000 ตู้ กับฝาตู้เย็นกว่า 20,000 ชิ้น น่าจะมีการดำเนินการมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว นายวราวุธ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่โรงงาน แต่เป็นลานกว้าง จึงได้สั่งให้หยุดดำเนินการ หยุดนำของที่ไม่ใช้แล้วหรือของเสียเข้าพื้นที่ และให้แก้ไขพื้นที่กลับคืนสู่สภาพปกติ
นายวราวุธ กล่าวว่า การสั่งปิดหรือสั่งเปิดกิจการตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ใช่อำนาจของรัฐมนตรี โดยปัจจุบันปลัดกระทรวงได้มอบอำนาจดังกล่าวให้อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นผู้พิจารณาว่าจะสั่งเปิดหรือสั่งปิดกิจการอย่างไร
พร้อมกันนี้ ขอให้สื่อมวลชนและประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติหรือการประกอบกิจการที่ไม่น่าเป็นไปตามกฎหมาย สามารถแจ้งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด หรือสายด่วนกระทรวงอุตสาหกรรม หมายเลข 1564 ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งพัฒนาให้เป็นสายด่วนหลักของกระทรวงอุตสาหกรรม













