‘โรม’ ชี้ ปัญหาทับลานคือ ‘ป่ารุกคน’ ผิดพลาดตั้งแต่ขีดแนวเขต
‘โรม’ ชี้ ปัญหาทับลานคือ ‘ป่ารุกคน’ ผิดพลาดตั้งแต่ขีดแนวเขต เตือนรัฐบาลอาจเป็นมหกรรมไล่คนออกจากบ้านครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ จ่อชง กมธ. การกฎหมายฯ เชิญรัฐบาลแจงภายใน ส.ค.นี้
วันนี้ (3 ก.ค.69) นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่รับฟังความเห็นประชาชนบ้านไทยสามัคคี ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เกี่ยวกับปัญหาการประกาศเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานทับซ้อนกับที่ดินทำกิน
นายรังสิมันต์เปิดเผยว่าการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และประชาชนได้นำเสนอเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่ยืนยันว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่สถานการณ์ที่คนจำนวนมากอาจจะเข้าใจว่าเป็นการเอาที่ดินไปให้นายทุน ซึ่งอาจจะเป็นส่วนเล็ก ๆ แต่ที่คนยังพูดน้อยคือสถานการณ์ “ป่ารุกคน” เป็นข้อผิดพลาดตั้งแต่การขีดเส้น ทำให้ประชาชนกลายเป็นคนที่กระทำผิดกฎหมาย
เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องความยุติธรรมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ความผิดพลาดของการขีดเส้นทำให้ประชาชนจำนวนมากถูกดำเนินคดี ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่เลวร้าย ไม่ใช่แค่การถกเถียงว่าที่ดินนี้เป็นของใคร แต่ทำให้ประชาชนจำนวนมากกลายเป็นผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตามมีประชาชนได้รับผลกระทบ 30,000 กว่าคน ภายใต้ที่ทำกินหลายหมื่นไร่ กลายเป็นคนกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เรารับไม่ได้ สภาผู้แทนราษฎรมีความพยายามแก้ไขเรื่องนี้ พยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรม แต่ก็ยังไม่เรียบร้อย สิ่งที่ต้องแก้ปัญหาคือทำอย่างไรให้คืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน ขณะเดียวกันเรื่องทับลานที่ค้างมา 40 ปี ก็จะต้องได้รับการแก้ไขด้วย
โดยภายในเดือน ส.ค.นี้ ตนเองจะมีการบรรจุวาระนี้ในการประชุม กมธ. การกฎหมายฯ เพื่อเชิญหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงฝ่ายการเมืองและรัฐบาลเข้ามาให้ข้อมูลและหาทางออก เพราะเราอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้ มีแต่จะทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งเลวร้ายลงไปอีก
สำหรับคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติที่มีการประชุมเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.69 กำหนดแนวทางจัดการปัญหาที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน จำแนกเป็น 5 กลุ่ม ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือกลุ่มที่ 4 พื้นที่อื่นนอกเขต ส.ป.ก. และโครงการมั่นคง ที่มีอยู่ 40% ประชาชน 5,200 ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ มีข้อท้วงติงว่าขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการตัดสินใจ หากไม่คิดให้รอบคอบอาจจะเป็นมหกรรมการไล่ประชาชนออกจากบ้านตนเองครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ชาติของเรา
“หน้าที่ของรัฐคือการเป็นหลักประกันความมั่นคงให้กับประชาชน การทำแบบนี้ไม่สอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐเลยแม้แต่น้อย”
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่ากลุ่มที่ถูกฟ้องร้องต้องยอมรับว่าน่าเป็นห่วง ซึ่งได้มีการยื่นกฎหมายนิรโทษกรรมต่อสภาฯ ไปแล้ว คงจะต้องดำเนินการต่อ แต่ระหว่างนี้คดีที่เป็นปัญหาอยู่จะต้องมีการคลี่คลายเรื่องสิทธิ และต้องเดินหน้าด้วยความรวดเร็ว เพราะฉะนั้นไม่จบ
ปัญหาเรื่องทับลานเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ เราไม่รู้ว่าคนขีดเส้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หากยังมีชีวิตอยู่ก็อยากจะคุยว่าทำไมถึงทำให้มันเกิดแบบนี้ เพราะจากการขีดเส้นดังกล่าวมีประชาชนได้รับผลกระทบทางกฎหมาย ทั้งที่เขาเป็นคนที่อยู่ที่นี่ มีโฉนดมีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่าคงจะต้องใช้กระบวนการสภาฯ ในการแก้ปัญหา สิ่งที่ทำได้คือมีการพูดคุยกับวิปสองฝ่ายที่จะทำให้กฎหมายถูกพิจารณาได้รวดเร็วมากขึ้น ส่วนที่เป็นอำนาจของศาลไม่ได้เปิดช่องให้ กมธ. เข้าไปทำอะไรในคดีความมากนัก สิ่งที่พอจะทำได้ในฝ่ายนิติบัญญัติ จะต้องพูดเรื่องของการนิรโทษกรรมพยายามจะทำให้ที่ดีที่สุด
ส่วนกระแสเรียกร้องต่าง ๆ จะต้องเอาข้อเท็จจริงนำเสนอต่อสังคมให้เป็นที่ประจักษ์ ที่บอกว่าเป็นป่าหรืออุทยานขอให้มาดูด้วยตา ยืนยันว่า กมธ. การกฎหมายฯ จะทำเต็มที่และทำอย่างดีที่สุด เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเกี่ยวพันกับประชาชนจำนวนมาก หากหน่วยงานทำอะไรไม่เป็นเหตุเป็นผลก็จะต้องมาชี้แจงกับ กมธ. ซึ่งหากไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดก็จะต้องรับผิดชอบ













