มศว ยัน ข้อสอบไม่รั่ว แต่พบ 3 ปมเสี่ยงทุจริตสอบท้องถิ่น
‘มศว’ แถลงผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น พบคนนอกแทรกแซงกระบวนการประกาศคะแนน ชี้ ช่องโหว่ส่งผลคะแนนไป-กลับ 2 รอบ ตาม TOR ที่ สถ. กำหนด ยืนยันข้อสอบไม่รั่ว พบ 3 ประเด็นเสี่ยงนำไปสู่การทุจริต ย้ำใช้ Digital Signature ตรวจพบการแก้ไขข้อมูลได้ อธิการบดีท้านายกฯ จี้ ป.ป.ช. เปิดแฟลชไดรฟ์ มศว เทียบของ สถ. รู้ทันทีว่าแก้ผลสอบตรงไหน
วันนี้ (3 ก.ค. 69) เวลา 15.00 น.ที่อาคารวิจัยและการศึกษาต่อเนื่อง มศว ศ.ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แถลงความคืบหน้าครบ 7 วัน กรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่า รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก ตั้งแต่ช่วงแรกที่สำนักงาน ป.ป.ช. เข้ามาขอข้อมูล มศว ก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
ด้าน ผศ.ดร.ฤทธิชัย อ่อนมิ่ง รองอธิการบดี มศว ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กล่าวว่า การดำเนินการตรวจสอบในเบื้องต้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเอกสารหลักฐานสำคัญ โดยเฉพาะกระดาษคำตอบฉบับจริงและแฟลชไดรฟ์ที่บันทึกข้อมูลต้นฉบับ ได้ส่งมอบให้สำนักงาน ป.ป.ช. ไปแล้ว ทำให้การสอบข้อเท็จจริงต้องอาศัยข้อมูลจากแหล่งอื่นประกอบ รวมถึงการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้สอบไปแล้ว 5 ปาก
ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ไม่พบความผิดปกติ และส่วนที่พบประเด็นสำคัญที่อาจนำไปสู่การทุจริต
สำหรับส่วนที่ไม่พบความผิดปกติ ได้แก่ กระบวนการออกข้อสอบ การคัดเลือกข้อสอบ การจัดทำข้อสอบต้นฉบับ การพิมพ์ข้อสอบ การตรวจกระดาษคำตอบ และการส่งกระดาษคำตอบไปยังศูนย์สอบต่าง ๆ โดยยืนยันว่า “ข้อสอบไม่รั่ว”
ส่วนประเด็นที่พบข้อสงสัยและอาจนำไปสู่การทุจริต มี 3 ประเด็นสำคัญ
ประเด็นแรก คณะกรรมการพบความเชื่อมโยงกับบุคคลภายนอกหลายคน ซึ่งบุคคลภายนอกดังกล่าวแสดงเจตนาจะเข้ามาดูแลในส่วนของการจัดทำและการพิจารณารายงานผลการสอบ โดยแจ้งมายังผู้รับจ้าง คือสำนักทดสอบของมหาวิทยาลัย
ประเด็นที่สอง เป็นเรื่องกระบวนการประกาศผลสอบภาค ก ภาค ข และคะแนนวิชาภาษาอังกฤษ โดยหลังตรวจข้อสอบแล้ว มหาวิทยาลัยจะรวบรวมผลการสอบบันทึกลงแฟลชไดรฟ์ 2 ชุด ชุดแรกส่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในฐานะผู้ว่าจ้าง อีกชุดเก็บไว้ที่ มศว เพื่อเป็นข้อมูลสำรอง ซึ่งแฟลชไดรฟ์ทั้งสองชุดมีการลงดิจิตอลซิกเนเจอร์เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อมูล หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลจะสามารถตรวจพบร่องรอยได้
จากนั้น สถ. จะนำรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก ภาค ข และผลสอบภาษาอังกฤษไปพิจารณา ก่อนส่งกลับมายังมหาวิทยาลัยเพื่อประทับตรา และส่งคืนให้ สถ. นำไปประกาศผลตามขั้นตอน
ส่วนประเด็นที่สาม ซึ่งประธานคณะกรรมการระบุว่าเป็นประเด็นที่มีความสำคัญสูงที่สุด คือกระบวนการสอบภาค ค ซึ่งเป็นการสอบรอบสุดท้าย โดยเมื่อมหาวิทยาลัยตรวจข้อสอบเสร็จแล้ว จะบันทึกคะแนนลงแฟลชไดรฟ์ 2 ชุด ชุดหนึ่งส่งให้ สถ. อีกชุดเก็บไว้ที่มหาวิทยาลัย ก่อนที่ สถ. จะพิจารณาและส่งผลกลับมายัง มศว เพื่อประทับตรา แล้วส่งคืนให้ สถ. นำไปประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน
ผศ.ดร.ฤทธิชัย กล่าวว่า ขณะนี้ข้อมูลที่รวบรวมได้มีเพียงพอในระดับหนึ่งที่จะสามารถสรุปและรายงานต่ออธิการบดีได้แล้ว แต่ยังมีรายละเอียดบางส่วนที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความรอบคอบและรัดกุม
เมื่อถูกถามถึงบุคคลภายนอกที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทางมหาวิทยาลัยชี้แจงว่า ทุกขั้นตอนของการสอบมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสังเกตการณ์ และมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพตลอด 24 ชั่วโมง ยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามทีโออาร์อย่างชัดเจน พร้อมระบุว่าดิจิตอลซิกเนเจอร์จะสามารถตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้เข้าไปแก้ไขข้อมูล
นอกจากนี้ ได้สอบปากคำบุคลากรของสำนักทดสอบแล้ว 2 ปาก อยู่ระหว่างเตรียมเรียกสอบเพิ่มเติมอีก 3 ปาก ส่วนอีก 1 ปาก อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจำเป็นต้องเรียกมาสอบหรือไม่
เมื่อถามว่า มีบุคลากรของสำนักทดสอบเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ระบุว่า เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีคนในเข้าไปเกี่ยวข้อง
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า สถ. ระงับการจ่ายเงินงวดที่ 3 และเตรียมดำเนินคดีกับ มศว นั้น ผศ.ดร.ประภาภรณ์ โรจน์ศิริรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์หรือสื่อสารองค์กร กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเคารพกระบวนการตรวจสอบ และพร้อมให้ข้อมูลประกอบหากมีการร้องขอ
มหาวิทยาลัยยังย้ำว่า แฟลชไดรฟ์ของ มศว อยู่ในความครอบครองของสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งสามารถนำไปเปรียบเทียบกับแฟลชไดรฟ์อีกชุดได้ หากมีการแก้ไขข้อมูลจะสามารถตรวจพบได้จากดิจิตอลซิกเนเจอร์ และจะทราบว่าเกิดการแก้ไขในจุดใด
พร้อมยืนยันว่า หน้าที่ของ มศว คือการดำเนินการตาม TOR ที่กำหนดไว้ โดยสำนักทดสอบได้จัดทำและส่งแฟลชไดรฟ์ตามขั้นตอนที่กำหนดทั้งหมด ดังนั้น หากต้องการให้ข้อเท็จจริงกระจ่าง ก็สามารถตรวจสอบได้จากดิจิตอลซิกเนเจอร์
ทั้งนี้ มศว กำลังตรวจสอบว่า สำนักทดสอบซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับงานดังกล่าว ได้ดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่
เมื่อถามว่า หากผลการสอบข้อเท็จจริงสิ้นสุดลงแล้ว จะมีการดำเนินคดีทางกฎหมายต่อหรือไม่ ประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของอนาคต
ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ปรากฏชื่อผู้อำนวยการรายหนึ่งของ สถ. เป็นผู้สร้างไฟล์ โดยมีการอ้างว่า มศว เป็นผู้สร้างไฟล์นั้น ประธานคณะกรรมการระบุว่า มหาวิทยาลัยได้ตรวจสอบในระดับหนึ่งแล้ว แต่รายละเอียดเชิงลึกจำเป็นต้องสอบถามจากสำนักงาน ป.ป.ช. เนื่องจากได้ส่งหลักฐานทั้งหมด โดยเฉพาะข้อมูลดิจิตอลซิกเนเจอร์ไปแล้ว
ด้าน ศ.ดร.ชลวิทย์ กล่าวว่า หลังจากนี้การรับงานที่มหาวิทยาลัยมอบอำนาจให้หน่วยงานดำเนินการ จะต้องมีความรัดกุมมากขึ้น โดยควรมีคณะกรรมการพิจารณาร่วมกัน ไม่ใช่ให้ผู้อำนวยการรับงานโดยตรง พร้อมทั้งต้องพิจารณาทีโออาร์และความเหมาะสมในหลายมิติ เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจด้านการบริการวิชาการของมหาวิทยาลัย
อธิการบดีกล่าวด้วยว่า ในฐานะผู้บริหารรู้สึกเสียใจกับผู้ที่ควรสอบได้แต่กลับไม่ได้รับการบรรจุ พร้อมยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อค้นหาความจริง
ช่วงท้ายการแถลงข่าว อธิการบดี ระบุว่า “หากนายกรัฐมนตรีใจร้อน ก็ต้องไปขอ ป.ป.ช. แล้วนำแฟลชไดรฟ์มาเปิดคู่กันเลย” พร้อมกล่าวว่า เห็นใจผู้ที่ควรสอบได้ ขณะที่ผู้ทุจริตไม่ควรเข้ามารับราชการ และเห็นว่าควรนำแฟลชไดรฟ์ทั้งสองชุดมาเปรียบเทียบกันเพื่อให้เห็นว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า กระบวนการสอบครั้งนี้พบช่องโหว่ในขั้นตอนการส่งแฟลชไดรฟ์ผลการสอบระหว่าง มศว และ สถ. ซึ่งมีการส่งข้อมูลไปกลับ 2 รอบ โดยรอบแรก มศว ส่งผลสอบให้ สถ. จากนั้น สถ. ส่งกลับมายัง มศว เพื่อประทับตรา ก่อนส่งคืนให้ สถ. นำไปประกาศผลตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในทีโออาร์ของผู้ว่าจ้าง
ช่วงที่มีการส่งแฟลชไดรฟ์ไปกลับดังกล่าว จึงเป็นประเด็นที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลผลการสอบในห้วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งนอกจากข้อสงสัยว่ามีบุคคลใน สถ. เกี่ยวข้องแล้ว ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีบุคคลใน มศว เกี่ยวข้องด้วย อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง และคาดว่าจะทราบผลในเร็ว ๆ นี้












