POLITICS

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ด ป.ป.ส. พร้อมคุย AOT – การบินพลเรือน เร่งปิดช่องโหว่ขนยาไปต่างประเทศ

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ด ป.ป.ส. พร้อมคุย AOT – การบินพลเรือน เร่งปิดช่องโหว่ขนยาไปต่างประเทศ หลังเกิดกรณี แอร์โฮสเตสถูกจับที่ออสเตรเลีย ชี้ ครึ่งปีแรกผู้เดินทางจากไทยถูกตั้งข้อหา “นำเข้ายาเสพติด” ไปแล้ว 6 คดี กระทบภาพลักษณ์ประเทศ บอก ขอให้มั่นใจเป็นนายกฯ คนแรก ที่คุม ป.ป.ส. ด้วยตัวเอง พร้อมสนับสนุนหน่วยงานทุกด้าน

วันนี้ (3 ก.ค. 69) เวลา 14.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ และมาตรการป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดไปยังประเทศออสเตรเลีย โดยมี พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.), นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และผู้แทนเหล่าทัพ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อาทิ กระทรวงคมนาคม, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าร่วมประชุม

นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดประชุมว่า ขออภัยที่เปิดประชุมล่าช้า เพราะมีประเด็นสำคัญหลายเรื่องที่ต้องหารือ และตัดสินใจร่วมกับหลายหน่วยงาน ซึ่งประเด็นที่ประชุมในวันนี้ก็มีความสำคัญเช่นกัน จึงต้องขอเวลาในเรื่องอื่นๆ เช่น เรื่องสอบราชการให้เสร็จเรียบร้อยก่อน จึงจะมาประชุมที่นี่ได้ ถ้ามีสิ่งที่คาศีรษะ ค่าสมอง อยู่จะประชุมไม่รู้เรื่อง

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ตนรับทราบจากเลขาธิการ ป.ป.ส. ว่าโดยปกติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชุดนี้ แม้จะเป็นการกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี แต่ส่วนใหญ่จะมอบรองนายกรัฐมนตรีมาทำหน้าที่ แต่วันนี้ตนได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี เห็นชื่อหน่วยงาน ป.ป.ส. จึงขอตัดสินใจมาดูแลเอง ซึ่งตนน่าจะเป็นนายกฯคนแรก ทำให้รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมงานกับทุกท่าน และกำกับดูแลหน่วยงานนี้เอง

ทั้งนี้ ขอให้ทุกท่านมีความมั่นใจว่าตนพร้อมให้การสนับสนุน และจะทำทุกอย่างร่วมกับคณะกรรมการ และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน การที่จะทำให้ปัญหายาเสพติดได้รับการแก้ไขป้องกัน ปราบปราม และกำจัดให้หมดไปภายใต้ขอบเขตหน้าที่ที่มีอยู่ ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่าจะต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้ถือเป็นวาระแห่งชาติ ใช้โอกาสจากตำแหน่งที่ตนมีอยู่ ซึ่งสามารถเชื่อมประสานกับทุกหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน องค์กรอิสระต่างๆได้ในฐานะนายกรัฐมนตรี จะขอใช้โอกาสนี้ในการแสวงหาความร่วมมือบูรณาการปราบปรามปัญหายาเสพติดให้ได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ท่านอาจจะไม่ทราบว่าทำไมตนพูดแบบนี้ เพราะสมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หรือแม้แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตนอยากทำแบบนี้ แต่รัฐมนตรีกระทรวงอื่นๆไม่เอาด้วยก็เลยมาเป็นนายกรัฐมนตรีดีกว่า ทุกหน่วยงานต้องให้ความร่วมมือ เพราะถือเป็นนโยบายหลักรัฐบาล ที่ผ่านมาตนให้ความสำคัญอย่างเต็มที่ ต้องขอชื่นชมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทหาร ฝ่ายปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ที่ให้ความร่วมมือ โดยมีการแถลงข่าวเรื่องการจับป้องกันปราบปรามแทบทุกเดือน แต่แถลงเท่าไหร่กี่โลกี่ล้านเม็ด สิ่งที่เราทำได้ขณะนี้คือเป็นอุปสรรคต่อการลำเลียงไม่ให้ถึงปลายทาง แต่ก็มีการเล็ดลอดออกไป ตนจึงได้หารือกับกองทัพว่าทำอย่างไรจะกำจัดกระบวนการค้ายาเสพติดถึงต้นทางได้เลย ไม่เช่นนั้นจะเป็นโปลิศจับขโมยแบบนี้ไปเรื่อยๆ แม้ประชาชนจะชื่นชม และทำให้ขบวนการลักลอบขนยาเสพติดยากลำบาก แต่ยังขบวนการเหล่านี้ยังเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อยๆ ดังนั้น ทำไมเราจะต้องเอาชีวิตของเจ้าหน้าที่ไปเสี่ยง ตนต้องยึดถือคุณค่าชีวิตของเจ้าหน้าที่ที่รับราชการ และได้รับการฝึกมาอย่างดี ว่าจะเอาไปแลกกับคนเหล่านั้นไม่ได้ ถ้าตนยังมีหน้าที่รับผิดชอบตรงนี้อยู่ จะไม่ยอมให้เอาคนของเราไปเสี่ยงตรงนั้น จึงต้องมานั่งคิดถึงการปราบปรามกำจัดที่ต้นตอ

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ตนทำงานมากับพวกท่านจะ 10 เดือนแล้ว รู้สึกอยู่เสมอว่าทุกหน่วยงานมีความทุ่มเท โดยเฉพาะหัวหน้าส่วนราชการทั้งหลายเชื่อว่าไม่มีนอกไม่มีในแน่นอน ยังไม่เคยรู้สึกว่าในส่วนของเราจะมีเกลือเป็นหนอน หรือมีพิษ ที่จะทำให้แนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลจะมีอุปสรรค ตนเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง ขอให้ทุกท่านได้เข้าใจตรงนี้เพื่อที่จะดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องนี้ไปด้วยกัน เพราะปัญหายาเสพติดไม่ได้เกิดความเสียหายกับเฉพาะผู้เสพเท่านั้น แต่เกิดความเสียหายในวงกว้าง สำคัญที่สุดคือเกิดความเสียหายกับภาพลักษณ์ของประเทศไทย ถ้าเราทำเรื่องนี้ไม่ได้ศักดิ์ศรีของประเทศไทยเวลาเดินทางไปต่างประเทศ เขาจะตรวจเป็นพิเศษต้องมีวีซ่าพิเศษ คนอื่นเข้าไปได้ง่ายๆทำอะไรง่ายๆ แต่ถ้าประเทศไทยไม่กำจัดจริงจังต่อไปเวลาเดินทางไปต่างประเทศเห็นพาสปอร์ตไทย เขาก็ผายมือเชิญเข้าห้อง เกิดความเสียหายต่างๆ ตามมาทั้งอาชญากรรม ความไม่ปลอดภัย รวมถึงการลงทุนจากต่างประเทศที่จะไม่มาประเทศไทย เราจึงไม่มีทางที่จะประนีประนอมกับขบวนการค้ายาเสพติด

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมครั้งนี้จะพิจารณาทบทวนการแก้ไขปัญหาลักลอบขนยาเสพติด กรณีเคสที่เกิดขึ้นที่ออสเตรเลีย จากรายงานพบว่าช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้มีผู้เดินทางจากไทยถูกตั้งข้อหาในคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดเชิงพาณิชย์แล้วอย่างน้อย 6 คดี ซึ่งถือว่ามากสำหรับประเทศอย่างออสเตรเลีย ซึ่งทำให้ประเทศไทยภาพลักษณ์เสียหาย จึงขอให้การประชุมในวันนี้มีการพิจารณาถึงกรณีของการบินไทยที่แอร์โฮสเตสที่ถูกทางการออสเตรเลียจับตัวอยู่

“วันนี้จะหารือ และหามาตรการ ให้นานาชาติได้เห็นว่าประเทศไทยมีการตอบสนองต่อเรื่องพวกนี้ และอยากจะฟังว่าเรามีมาตรการเพียงพอ และเป็นมาตรฐานนานาชาติแล้วหรือยัง ถ้าเรามีมาตรการแข็งขนาดไหนแต่ถ้าคนจะลักลอบอย่างไรก็ลักลอบได้ จึงต้องไปดูว่าจะมีการป้องกันขาออกได้น้อยแค่ไหน ต้องหาวิธีว่าทำอย่างไรที่จะไม่ให้เขามาพูดได้ว่านี่คือจุดอ่อนของไทย” นายกฯ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ความโชคไม่ดีอย่างหนึ่งคือไปโดยสายการบินไทย ถึงแม้วันนี้ไม่ใช่สภาพสายการบินของรัฐบาล แต่ก็มีความเข้าใจในทางปฏิบัติว่านี่คือสายการบินแห่งชาติ ออกจากสนามบินไทย โดยลูกเรือซึ่งมีเอกสิทธิ์ในระดับหนึ่งเมื่อออกไป ซึ่งต้องขอแก้ไขสิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พูดว่าต้องให้เกียรติลูกเรือบ้าง คิดว่าท่านคงใช้คำผิด แต่ท่านคงหมายความว่าปกติทั่วไปคนที่เป็นลูกเรือกัปตันนักบินแอร์โฮสเตส เวลากับเครื่องจะมีช่องทางพิเศษ ตรงนี้เป็นมาตรฐานทั่วไปหรือไม่ ประเทศอื่นทำแบบนี้หรือไม่ และเราทำหรือไม่ มีช่องทางอื่นที่ทำให้รั่วไหลออกไปทำให้เขาขนยาเสพติดออกไปได้หรือไม่ แต่ถ้าเราทำแล้วก็ต้องออกมาแถลงว่าเราทำตามมาตรฐานสากลทุกประการ

Related Posts

Send this to a friend