กมธ. การกฎหมายฯ ฟังเสียงชาวบ้านทับลาน ลั่นต้องแยกป่าออกจากชุมชน
‘โรม’ นำทีม กมธ. การกฎหมายฯ ลุยฟังเสียงชาวบ้านทับลาน ลั่นต้องแยกป่าออกจากชุมชน ด้าน ‘ทวี’ เสนอนิรโทษกรรมไม่รวมนายทุน ตั้งศาลสิ่งแวดล้อมตัดสิน
วันนี้ (3 ก.ค. 69) นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ อาทิ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายธีระ สุธีวรางกูล ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ลงพื้นที่รับฟังความเห็นภาคประชาชนและการแก้ไขปัญหาทางกฎหมาย เกี่ยวกับที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่ศาลาประชาคม หมู่ที่ 1 บ้านไทยสามัคคี ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
นายสมบูรณ์ สิงกิ่ง ภาคประชาชน ในฐานะคณะทำงานแก้ไขที่ดิน จังหวัดนครราชสีมา อธิบายว่าพื้นที่ที่เป็นปัญหา ประกอบด้วย พื้นที่ 97 หมู่บ้าน 15 ตำบล 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา และปราจีนบุรี โดยมีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับลานเมื่อปี 2524 และใช้มาตราส่วน 1:500,000 ครอบคลุม 1.3 ล้านไร่ มีการประกาศเขตอุทยานป่าวังน้ำเขียว ป่าครบุรี และป่าแก่งดินสอ ซึ่งเป็นป่าเสื่อมโทรม และมีการให้สัมปทานป่าเมื่อปี 2517 ซึ่งมีประชาชนที่อาศัยอยู่จุดนี้ ขณะที่ปี 2521 มีการประกาศกฤษฎีกาประกาศพื้นที่เป็น ส.ป.ก. โดยปัญหามีอยู่ 2 ส่วนคือพื้นที่ป่าอยู่นอกเขตอุทยาน และพื้นที่ชุมชนที่ควรอยู่นอกเขตอุทยาน กลับอยู่ในเขตอุทยาน ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดในการใช้มาตราส่วน 1:500,000
ทั้งนี้ มีความพยายามในการปรับปรุงการแบ่งพื้นที่อุทยานมีมาตั้งแต่ปี 2534 ก่อนที่จะมีมติ ครม. ในปี 2543 กำหนดแนวเขต 2543 จากนั้นมีการสำรวจแนวเขตใน 5 อำเภอ เมื่อปี 2545 แต่ไม่ได้ดำเนินการต่อ ก่อนที่ปี 2548 พื้นที่ทับลานได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากยูเนสโก ซึ่งข้อเสนอแนะของยูเนสโก 7 ข้อหลักได้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลก 1 ใน 7 ข้อเสนอแนะ ระบุไว้ว่าจะต้องดำเนินกิจกรรมที่เสริมสร้างความร่วมมือจากชาวบ้านและชุมชนในการอนุรักษ์ผืนป่า เพื่อเป็นหลักประกันในสถานภาพมรดกโลก ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ทำ และมีการจับกุมชาวบ้านไปแล้ว 552 คดี
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 14 มีนาคม 2566 ครม. ในสมัยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เห็นชอบให้มีการแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อน กับเขตปฏิรูปที่ดินรัฐโดยยึดแนวเขตตามโครงการ One Map และตามมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติที่มีการประชุมเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 กำหนดแนวทางจัดการปัญหาที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่
1.พื้นที่ ส.ป.ก. จำนวน 53,416 ไร่
2.โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี 8,328 ไร่
3.พื้นที่ พมพ./คจก. 87,500 ไร่ เห็นควรเพิกถอนออกจากเขตอุทยานฯ โดยจะทำประชามติสอบถามความต้องการรูปแบบสิทธิของราษฎร
4.พื้นที่อื่นนอกเขต ส.ป.ก. และโครงการมั่นคง 109,420 ไร่
5.พื้นที่ราชพัสดุ 6,621 ไร่
ส่วนกลุ่มที่มีปัญหาคือกลุ่มที่ 4 หนึ่งในนั้นคือพื้นที่บ้านไทยสามัคคี นายสมบูรณ์ได้โชว์หลักฐานการจัดตั้งหมู่บ้านเพื่อความมั่นคงในปี 2520 ที่มีการอพยพชาวบ้านจากมูลหลง มูลสามง่าม และคลองตาดดำมาตั้งหมู่บ้านไทยสามัคคี ตามนโยบายของพลโท เปรม ติณสูลานนท์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในขณะนั้น
สิ่งที่กังวลคือขบวนการ IO ของกรมอุทยานฯ โดยการสร้างกระแสอนุรักษ์ “เซฟทับลาน” ทั้งนี้ มีข้อเสนอแนะต่อ กมธ. การกฎหมายฯ จำนวน 9 ข้อ ได้แก่
1.ขอให้ตรวจสอบมติคณะกรรมการอุทยานเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ว่าเป็นไปตามระเบียบกฎหมายอำนาจหน้าที่และขัดต่อมติ ครม. หรือไม่
2.ขอให้ตรวจสอบคำสั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนกำกับติดตาม และตรวจสอบพื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์จากชุมชนที่ 2/2569 เป็นไปตามระเบียบกฎหมายหรือไม่
3.ขอให้มีการตรวจงบประมาณการปรับปรุงแนวอุทยานในการยกเลิกรีเซฟของแนวเขตผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในปี 2554 ว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
4.การใช้แนวเขต ปี 2524 เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงการจับกุมดำเนินคดีเป็นการละเมิดสิทธิบุคคลหรือชุมชนหรือไม่
5.ให้คณะกรรมาธิการฯ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริง
6.ขอให้คณะกรรมาธิการเร่งดำเนินผลักดันให้มีกระบวนการออกกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อเป็นการเยียวยาผู้ที่ถูกดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม
7.กระบวนการ IO ของอุทยานฯ โดยการสร้างกระแสอนุรักษ์ “เซฟทับลาน” เป็นการคุกคามด้อยค่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคลให้ถูกใส่ร้ายจากสังคม
8.มีมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการที่ผิดพลาดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
9.ให้กรรมาธิการตรวจสอบ สคทช. ว่าได้ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายอำนาจหน้าที่และมติ ครม.
นายรังสิมันต์เปิดเผยว่าตนเองเดินทางมาที่อุทยานแห่งชาติทับลานเป็นครั้งแรก พร้อมย้ำว่าจะต้องแยก “ป่าออกจากชุมชน” และพี่น้องประชาชนที่มาก่อนประกาศเขตอุทยานสมควรที่จะได้รับสิ่งที่พึงจะได้รับ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวมีการทำให้เป็นวาระระดับชาติ และเกิดการถกเถียงกันผ่าน “เซฟทับลาน” ซึ่งเราจะต้องไม่เหมารวม คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ จึงขอเป็นกำลังส่วนหนึ่งในการแก้ไขเรื่องนี้ ซึ่งตนเองเห็นด้วยว่าไม่ต้องพิสูจน์สิทธิกันอีกแล้ว เพราะเราพิสูจน์สิทธิกันมาเยอะแล้ว
วันนี้เราต้องไม่ทำให้บางปัญหาถูกเหมารวมทุกคน ซึ่งทุกหน่วยงานต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา โดยตนเองจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ภายในเดือนนี้ โดยเชิญหน่วยงานที่มีอำนาจการตัดสินใจมาชี้แจงเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา เพราะปัญหานี้ควรจะจบได้แล้ว
“ไม่ว่าใครจะว่าให้ผมเสียหายยังไง ขอยืนยันว่าผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย แม้แต่นิ้วก้อยเดียว”
พ.ต.อ. ทวี กล่าวต่อว่าเรื่องนี้ต้องเสนอให้มีการนิรโทษกรรมแก่ชาวบ้านทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ในกรณีที่รัฐประกาศทับพื้นที่ประชาชน ใครที่ถูกดำเนินคดีต้องปล่อยออกมา ใครที่อยู่ในเรือนจำต้องปล่อยออกมา ใครที่ถูกบังคับคดีต้องยกเลิก แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่ใช่ทุนเทา ไม่เป็นนายทุน หรือเป็นนอมินีเด็ดขาด เพราะเห็นใจชาวบ้านที่ไปต่อสู้ในชั้นศาลแล้วแพ้ทุกศาล เนื่องจากศาลจะพิจารณาตามหลักกฎหมายคือเส้นเขตอุทยานฯ ที่ประกาศเมื่อปี 2524 โดยไม่ได้นำมติ ครม. ปี 2566 ที่ให้ยึดแนวเขตปี 2543 มาประกอบคำวินิจฉัย จึงทำให้ชาวบ้านที่อยู่ก่อนป่ามีความผิด ซึ่งตนเองดูข้อกฎหมายแล้ว สามารถแก้ไขได้ด้วยการนิรโทษกรรม














