ตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัยเอี่ยวเหตุระเบิดรถ อส. ตากใบ พบนาฬิกา-อุปกรณ์ผิดสังเกต
กำลัง 3 ฝ่ายตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัยเอี่ยวเหตุระเบิดรถ อส. ตากใบ พบนาฬิกา-อุปกรณ์ผิดสังเกต ก่อนเชิญตัวซักถาม
เมื่อเวลา 15.40 น. วันนี้ (1 ก.ค. 69) พ.ต.อ.ภัควัฒน์ วันสนุก ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรตากใบ พร้อมด้วย น.อ.พรนุรัตน์ อุ่นญาติ รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ร่วมกับชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี นาวิกโยธิน และชุดสุนัขสงคราม เข้าตรวจสอบบ้านพักเลขที่ 8 บ้านสะปอม หมู่ 8 ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส
บ้านหลังดังกล่าวเป็นที่พักของนายมะรอฮีม อายุ 40 ปี โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญผู้นำท้องถิ่นร่วมตรวจสอบ และใช้กฎอัยการศึกดำเนินการตรวจค้น หลังพบข้อมูลจากกระบวนการทางเทคนิค ประกอบกับเบาะแสที่เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายมะรอฮีมอาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับเหตุคนร้ายลอบจุดชนวนระเบิด เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนอำเภอสุไหงโก-ลก ขณะเดินทางกลับจากการส่งกำลังพลไปฝึกทบทวนในพื้นที่ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
อย่างไรก็ตาม เหตุดังกล่าวพลาดเป้าไปถูกรถยนต์เก๋งที่มีนายอับดุลเลาะห์ ซายาปี บิน อับดุล ราห์มาน และนายมูฮัมหมัด ยูซรี บิน อูดิน ชาวมาเลเซีย นั่งโดยสารมาด้วย ทำให้ทั้ง 2 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณท่อลอดถนน บนถนนสายสะปอม-ตากใบ ช่วงบ้านไพรวัน หมู่ 7 ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงเป้าหมาย ได้กระจายกำลังโอบล้อมบ้านพัก พร้อมใช้สุนัขสงครามตรวจสอบกลิ่นรอบพื้นที่ เพื่อความปลอดภัย ก่อนแสดงตัวเข้าตรวจค้น โดยนายมะรอฮีมให้ความร่วมมือและนำเจ้าหน้าที่ตรวจค้นภายในบ้านพักแต่โดยดี
จากการตรวจค้นเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบนาฬิกาข้อมือกว่า 10 เรือน ซุกซ่อนอยู่ภายในกระสอบน้ำตาล ซึ่งวางอยู่บริเวณมุมห้องนอน นอกจากนี้ยังพบเครื่องมือช่าง ส่วนบริเวณห้องครัวตรวจพบชิ้นส่วนท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ และกระสอบชนิดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวนายมะรอฮีมไปเข้าสู่กระบวนการซักถามที่ศูนย์ซักถามกองบังคับการกรมทหารพรานที่ 46 อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เนื่องจากพบว่ามีการครอบครองนาฬิกาและสิ่งของอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งถือว่าผิดวิสัยของชาวบ้านทั่วไป
ทั้งนี้ หากการตรวจสอบพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะจัดทำประวัติไว้ ก่อนปล่อยตัวเป็นอิสระต่อไป












