POLITICS

‘ภราดร’ ลั่น รัฐบาลนี้จะเริ่มต้นปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณให้ดู ‘ชัยชนะ’ จี้ กระจายงบให้ท้องถิ่น

‘ภราดร’ ลั่น รัฐบาลนี้จะเริ่มต้นให้ดู ปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณ เหตุหมักหมมหลายปี แต่ไม่เคยมีใครทำ ชวนทุกคนมาช่วยกันทำ ชี้ถ้าสมัย ‘อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ’ แก้ไข รายจ่ายประจำคงไม่โตมาถึงทุกวันนี้ ด้าน ‘ชัยชนะ’ สวนยุคนั้นย้อนไปเรามีเงินแค่ล้านล้าน ก็ริเริ่มเงินผู้สูงอายุ-อสม. แต่ถึงวันนี้ยังอยู่ที่เดิม สงสัยทำไมไม่ตัดงบจังหวัดมากระจายอำนาจให้ท้องถิ่น เหน็บ “ธูปที่นายจูรีจุดเมื่อวาน เรียกรัฐมนตรีมาเยอะจริง ๆ” เห็นใจทำงานหนักใน ครม. ต้องตอบคำถามอยู่คนเดียว

วันนี้ (1 ก.ค.69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วันสุดท้าย

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจงว่าขอใช้เวลาตรงนี้สั้น ๆ เพื่อให้ท่านไม่ต้องจุดธูปเรียก กรณีระบุว่าการจัดทำงบประมาณแบบนี้ เรียกว่าการจัดทำงบประมาณแบบไร้อนาคต ซึ่งตนเองตอบไปตั้งแต่วันแรกแล้วว่าตนเองเห็นด้วยเกือบจะทุกอย่างของการอภิปราย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของระบบจัดทำงบประมาณของประเทศนี้ ซึ่งเชื่อว่าทุกคนเห็นตรงกันทั้งหมด แต่ตนเองไม่เห็นด้วยอยู่ข้อเดียว คือชื่อที่ท่านตั้งว่างบประมาณไร้อนาคต ถ้าไม่ทำงบประมาณปี 70 แบบนี้ ขอย้ำอีกครั้งว่าปี 71-72 ถ้ายังคงดำเนินการทำงบประมาณแบบเดิมที่เคยทำ แบบนั้นไร้อนาคตแน่นอน

“เมื่อรัฐบาลนี้เห็นว่ามันกำลังจะเดินสู่หายนะ เลยจำเป็นที่จะต้องมีการทำงบประมาณแบบปี 70 แบบที่เคยไล่เรียงไปแล้ว และก็ได้ยอมรับกับสภาแห่งนี้ว่าไม่สมบูรณ์แบบ ด้วยเวลาที่จำกัด และข้อจำกัดของตัวเลขที่ผูกพันมาหลายปี เป็นความเจ็บปวดของประเทศนี้ที่ผูกพันและหมักหมมมาหลายปีหลายรัฐบาล เชื่อว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมาเขาก็เห็นเหมือนที่ท่านเห็น เหมือนกับที่รัฐบาลนี้เห็น แต่น่าแปลกใจไหมครับว่าไม่มีใครที่จะกล้าลุกขึ้นมาแก้ไข หรือปฏิรูปวิธีการจัดทำงบประมาณเลย” นายภราดรกล่าว

นายภราดรกล่าวอีกว่าสิ่งที่ตนเองเคยพูดไปจะเป็นประโยชน์กับประเทศนี้ หากหลังจากนี้มีการนำไปปฏิบัติจริงให้เกิดขึ้น และจะไม่เป็นเพียงวาทกรรมที่หลอกล่อให้พวกเราลงมติเห็นชอบแล้วจบไป ปีหน้ามาทำแบบเดิมอีก

โดยตนเองได้หารือร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งมีหลายประเด็นที่วางแผนไว้ว่าจะลงมือทำหลังจากนี้เป็นต้นไป โดยได้ชวนเพื่อนสมาชิกเอาไว้แล้วด้วย ทั้งนายกรณ์ จาติกวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์แล้ว วันนี้ชวนท่านด้วยก็ได้ มาช่วยกันทำ เพราะเชื่อว่าถ้าไม่ทำแบบนี้ ในอนาคตระบบโครงสร้างงบประมาณของประเทศไปต่อไม่ได้ จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูป

ส่วนจะทำกันแบบไหน ขอชวนคิดสัก 3-4 ประเด็น แน่นอนว่าจะต้องใช้ความร่วมมือของสภาแห่งนี้ด้วย ทั้งเรื่องการแก้กฎหมาย ขอความรู้ ขอประสบการณ์จากหลาย ๆ ท่าน เพื่อมาร่วมกันคิดระดมสมองว่าจะทำแบบไหน

สำหรับเรื่องการจัดเก็บ ทราบมาว่า กมธ. การเงินการคลังฯ ได้เริ่มตั้งอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษา และปฏิรูปวิธีการจัดเก็บรายได้ของรัฐใหม่ ซึ่งตรงกับที่นายเอกนิติเคยวางแผนไว้ว่าจะปฏิรูป เพื่อทำให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอ

ส่วนเรื่องการจัดทำงบประมาณ ทั้งเรื่องการกู้ การเพิ่มการขาดดุลงบประมาณของการจัดทำงบประมาณไปเรื่อย ๆ ตนเองเคยเล่าไปให้ฟังแล้วว่าเรามีแผนและเดินตามแผนการคลังระยะปานกลาง ลดการขาดดุลลงเรื่อย ๆ ใน 2-3 ปีนี้ เพราะรู้และเห็นตัวเลขเดียวกัน ใกล้ชนเพดานแล้ว ซึ่งเราตระหนักรู้และพยายามวางแผนในการลดการขาดดุลลง

“ขนาดบอกว่ารัฐบาลนี้ไม่พยายามทำตามน้ำเหมือนอย่างที่เคยทำมา ถ้าทำ ถามว่าทำได้หรือไม่ มีเพดานให้กู้เพิ่มได้ มี แต่ไม่ทำ พยายามลดการขาดดุลลงเรื่อย ๆ เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังให้มั่นคงมากขึ้น” นายภราดรกล่าว

สำหรับเรื่องความโปร่งใส รัฐบาลนี้ไม่ต้องให้ขอ ปกติที่ตนเองเคยอยู่ใน กมธ งบประมาณฯ ที่มีการตั้งข้อสังเกตทุกปี เรื่องขอไฟล์ Excel จากสำนักงบประมาณ เพื่อจะมาวิเคราะห์อย่างละเอียด ปีนี้ไม่ต้องขอ รัฐบาลจัดให้ และเป็นเรื่องที่ทำให้พวกเราในสภาแห่งนี้ได้นำข้อมูลไปวิเคราะห์ก่อนเป็นสัปดาห์

ขณะที่การตัดลดโครงการที่ไม่มีความจำเป็น ก็มีนโยบายชัดเจนจากนายกรัฐมนตรี ให้พยายามต้องรัดเข็มขัด และแหล่งทุนแหล่งใหม่เพิ่มเติม โครงการไหนที่มีความซ้ำซ้อนกัน ก็พยายามตัดลดทอนกันลงมา

ส่วนการติดตามประเมินผล ก็ไม่เคยมีใครทำ ไม่มีรัฐบาลไหนทำ แต่ตนเองชวนสำนักงบประมาณทำแล้ว ปีนี้เรามาเริ่มต้นกันกับเงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐ หน่วยงานราชการเอาไปทำให้เกิดมรรคผล เกิดประสิทธิผล ส่งถึงมือประชาชนให้ได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหน หน่วยงานไหนประเมิน KPI แล้วดี ก็จะมีผลต่อการตั้งงบประมาณในปี 71 ต่อไป หน่วยงานไหนตก ปีหน้าท่านเตรียมตัว นี่คือที่มาการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ ซึ่งเริ่มจากปีนี้ แล้วก็ยอมรับว่ายังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ปี 70 จะเป็นเกณฑ์สำคัญในการตั้งงบประมาณปี 71 เดี๋ยวมาดูกัน หน่วยงานไหนมีผลใช้งบประมาณต่ำกว่าเกณฑ์ ปีหน้าเจอกัน จะถูกตัดลดงบประมาณกันไป

อย่างไรก็ตาม ยังขอชวนสภาทำเรื่องการแก้กฎหมาย กบข. ซึ่งตั้งไว้ 70,000 กว่าล้านบาท ที่ต้องตั้งงบกลางไปชดเชย และสมทบเงินกองทุน กบข. มีช่องทางที่สามารถทำได้ และไม่กระทบ กบข. ด้วย

เรื่องบุคลากร ข้าราชการ รายจ่ายประจำ ที่รัฐไทยต้องจ่ายในแต่ละปี ก็ข้อมูลตรงกับท่านว่าวันนี้เงินรายได้ที่หาได้ จ่ายรายจ่ายประจำ เงินเดือนราชการ ใช้หนี้ก็หมดแล้ว ไม่ต้องไปใช้ในการลงทุน เงินทุนทั้งหมดมาจากการกู้ เพราะฉะนั้นเราต้องมาหาทางเพื่อช่วยกันบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐของประเทศนี้ด้วยกันหรือไม่ ก็ขอชวนท่านอีก

ส่วนสวัสดิการภาครัฐ ก็ได้มีการพูดคุยนอกรอบกับนายอภิสิทธิ์แล้วว่าถ้าทำตั้งแต่สมัยท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ท่านกรณ์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 15 ปีที่แล้ว ไซส์เงินงบประมาณที่จ่าย ก็ไม่เติบโตมาถึงทุกวันนี้ เราเห็นปัญหานี้ร่วมกันมาหลายปีหลายรัฐบาลแล้ว แต่ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าลงมือทำ รัฐบาลนี้จะเริ่มต้นให้ดู พวกเราตั้งใจปฏิรูปทั้งโครงสร้างงบประมาณจริงๆ จึงขอชวนทุกคน เพราะรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถทำได้ เราจำเป็นต้องอาศัยฝ่ายการเมือง ความร่วมมือจากข้าราการ ขอความรู้จากนักวิชาการ ทั้งหมดทั้งสิ้นคือความตั้งใจที่รัฐบาลนี้ตั้งใจจะทำ

ขณะที่นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าตนเองตั้งคำถามกับคณะรัฐมนตรี เรื่องงบจังหวัด และกลุ่มจังหวัด ที่ปรับลดไป 2,000 กว่าล้าน และรัฐมนตรีได้ลุกขึ้นตอบ แต่คำตอบยังไม่กระจ่าง ตนเองมีความสงสัยว่าเมื่อวานที่บอกว่างบกลุ่มจังหวัด ในกรรมาธิการงบประมาณ เราเห็นตรงกันว่าควรจะตัด ตนไม่เถียง แต่เราก็เห็นตรงกันว่าควรไปอุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งงบปี 70 ได้รับการจัดสรรไปแค่ 880,000 ล้านบาท คิดเป็น 29.3% โดยมิติกรอบอำนาจงบประมาณครั้งนี้ เราควรอุดหนุนท้องถิ่น 900,000 กว่าล้าน และเราบอกว่าเราจะกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นทำไมเราไม่ลดงบตรงนี้และกระจายให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายชัยชนะกล่าวอีกว่าและที่เอ่ยว่าหัวหน้าพรรคตนเองไม่ได้ทำเรื่องสวัสดิการผู้สูงอายุ แต่เป็นนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยนายชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ย้อนไปเรามีงบประมาณแค่ล้านล้านกว่าบาท เราเป็นผู้ริเริ่มเงินผู้สูงอายุ และ อสม. ซึ่งวันนี้ยังอยู่ที่เดิม เราริเริ่มพระราชบัญญัติกระจายอำนาจตั้งแต่วันนั้น ถึงวันนี้เดินทางมา 27 ปีเต็ม เราบอกว่าควรกระจายอำนาจ แต่วันนี้เราหยุดอยู่กับที่ จึงอยากถามรัฐมนตรี

“ในคณะรัฐมนตรี ท่านตอบคำถามอยู่คนเดียว ผมเห็นใจท่าน ท่านทำงานหนักมาก และอยากถามว่าทำไมเราไม่ตัดงบของจังหวัด และมากระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น วันนี้ธูปที่นายจูรี นุ่มแก้ว ได้จุดเมื่อวานนี้ ได้เรียกรัฐมนตรีมาเยอะจริง ๆ แต่ก็ตอบอยู่คนเดียวคือท่านภราดร” นายชัยชนะกล่าว

นายภราดรกล่าวตอบว่าเรื่องสวัสดิการที่บอกว่าทำไมไม่ทำตั้งแต่สมัยนายอภิสิทธิ์ ตนเองไม่ได้บอกว่าเป็นสวัสดิการผู้สูงอายุ หรือสวัสดิการ อสม. ตนเองพูดชัดว่าพูดถึงสวัสดิการของภาครัฐของข้าราชการ ถ้าเริ่มต้นทำแต่วันนั้น ภาระมันก็จะไม่บวมมาจนถึงวันนี้ ส่วนเรื่องเงินจังหวัดกลุ่มจังหวัดที่ตัดลดลงไปตามข้อสังเกตของกรรมาธิการ ที่บอกว่าภารกิจใดที่ซ้ำซ้อน ตนเองก็ไม่เห็นมีใครเดือดร้อน คนเดือดร้อนก็เห็นจะมีแต่ผู้รับเหมาเท่านั้นที่ไปวิ่งงานกับทางจังหวัด

นายภราดรกล่าวอีกว่าการกระจายอำนาจปีนี้จะเห็นว่าทุกหน่วยงานของภาครัฐถูกตัดลดงบประมาณ คงจะเป็นแค่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น เราไม่สามารถดันให้ถึงเป้าหมายที่ทุกคนปรารถนาให้ถึง 35% ด้วยความจำกัดของวงเงินงบประมาณที่เรามีอยู่เท่านี้

“ผมอธิบาย 2-3 วันมานี้ ท่านก็ไม่รู้ฟัง ก็ไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้จะอธิบายท่าไหนแล้ว และรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องกระจายอำนาจรัฐบาล แม้ตัวเลขจะไม่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ก็มีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเกือบหมื่นล้านเหมือนกัน และจริงๆ แล้วนายจูรีไม่ได้จุดธูป เพราะผมมาก่อน”

นายชัยชนะกล่าวอีกว่ารัฐมนตรีได้ตอบคำถามในประเด็นที่ตนเองสงสัย แต่การตัดงบจังหวัดตัดภารกิจที่ซ้ำซ้อน ตนเองไม่เถียง แต่ความเห็นกรรมาธิการงบประมาณเราพูดชัดเจนว่าตัดก้อนนี้ท้องถิ่นมี 7,000 กว่าแห่ง หากนำ 20,000 กว่าล้านไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7,000 กว่าแห่ง จะได้ไปพัฒนาในองค์กรได้ แล้วที่บอกว่ามีแต่ผู้รับเหมาที่ไปเดือดร้อน ตนเองก็ไม่ทราบว่าผู้รับเหมาเป็นใคร แต่ที่ทราบอยู่ที่นั่งในสภาแห่งนี้ รัฐมนตรีน่าจะทราบมากกว่าตนเอง เพราะอยู่ในสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะผู้รับเหมาอยู่ซีกทางไหนก็ไม่รู้ แต่ไม่ใช่ซีกฝ่ายค้าน ท่านไปสืบหาได้ เพราะฉะนั้นที่บอกว่าจะกระจายอำนาจวันนี้ อย่าเป็นเพียงวาทกรรมและไปหลอกใช้เขาตอนหาเสียงเลือกตั้งเลย กระจายอำนาจที่แท้จริง ไม่ใช่กระจายอำนาจ แต่ช่วยกระจายงบประมาณไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

Related Posts

Send this to a friend