POLITICS

‘วิสุทธิ์’ ชำแหละ 3 จุดเสี่ยงจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 1.4 ล้านล้าน

‘วิสุทธิ์’ ชำแหละ 3 จุดเสี่ยงจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 1.4 ล้านล้าน จ้างแบบเฉพาะเจาะจงล็อกสเปกให้หน่วยงานรัฐ ชี้ เปิดข้อมูลสัญญา–เพิ่มการแข่งขัน

วันนี้ (1 ก.ค. 69) นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายในการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ถึงความเสี่ยง 3 จุดของงบประมาณที่เกิดจากการจัดซื้อจัดจ้าง ว่าเราไม่ควรมองแค่ว่ารัฐอยากซื้อหรือจ้างอะไร แต่ต้องดูวิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วย เพราะบางหน่วยงานก็จัดทำโครงการเพราะอยากได้วิธีจัดซื้อจัดจ้างที่ตนเองสะดวก หรือเพราะอยากได้ของแถมเงินทอน โดยไม่ได้มองที่ความจำเป็น

“งบจัดซื้อจัดจ้างปีหนึ่งราว 1.4 ล้านล้านบาท ถ้าใช้อย่างสุจริต จะกลายเป็นศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน โรงพยาบาล และคุณภาพชีวิต แต่ถ้าใช้วิธีที่เคลือบแคลง มันจะกลายเป็นโรงพักร้าง สนามฟุตซอลที่ใช้การไม่ได้ ตึกถล่ม รางรถไฟที่พังครืน หรือ AI ที่ไม่ต้องใช้ภาษีจ่ายก็ใช้ได้ฟรี”

นายวิสุทธิ์เปิดเผยว่าแต่ละปีมีโครงการที่ต่ำกว่า 500,000 บาท ปีละกว่า 100,000 โครงการ โดยปีงบประมาณปัจจุบันที่ผ่านมา 9 เดือน มีลักษณะนี้กว่า 7 หมื่นโครงการ เกี่ยวข้องกับถนน 16,000 สาย บ่อบาดาลและแหล่งน้ำกว่า 1,500 แห่ง และการซื้อของและจ้างบริการอีก 45,000 รายการ

นายวิสุทธิ์กล่าวถึงจุดเสี่ยงที่ 2 คือการเลือกเฉพาะเจาะจงกับหน่วยงานของรัฐเอง ช่องโหว่นี้ทำให้เกิดการเลือกหน่วยงานที่ตนเองคุ้นเคย แต่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญ เช่น ปฏิทินประกันสังคม แต่ละปีหน่วยงานรัฐเลือกจ้างหน่วยงานรัฐด้วยกันเองหลายหมื่นล้านบาท อย่างปีงบประมาณปัจจุบันที่ผ่านมา 9 เดือน คู่สัญญาหลักของรัฐ 10 แห่ง เป็นหน่วยงานที่รัฐสนับสนุนและซื้อแบบเจาะจงถึง 4 องค์กร

หากมองว่าการล็อกให้สัญญากับเอกชนคือความเลวร้าย การล็อกให้กับหน่วยงานของรัฐด้วยกันเองน่าจะเรียกว่าเลวร้ายที่สุด เพราะมีมูลค่าสูงกว่าล็อกให้เอกชนเสียอีก เราชอบอ้างว่าเราต้องให้สิทธิพิเศษ เพราะเป็นความมั่นคงทางพลังงาน ทางยา หรืออื่น ๆ แต่พอเราเจอปัญหาราคาน้ำมัน โรงพยาบาลขาดทุน เราก็ไม่ได้ส่วนลดจากหน่วยงานเหล่านี้ รัฐมีการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงปีละราว 360,000 ล้านบาท หากให้มีการแข่งขันแล้วประเมินว่าประหยัดได้ร้อยละ 20 ก็จะประหยัดงบได้ราว 72,000 ล้านบาท

สำหรับจุดเสี่ยงที่สามคือการเปิดข้อมูลการบริหารสัญญาจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะด้านการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขสัญญา การจ่ายเงิน การทิ้งงาน ที่ปัจจุบันประชาชนเข้าไปดูไม่ได้ แต่โครงการนำร่องของกระทรวงการคลังพบว่าหากเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด จะประหยัดงบได้ราวร้อยละ 7.4 โดยงบประมาณปี 70 มีโครงการก่อสร้างมูลค่าที่สูงกว่า 10 ล้านบาท เป็นเงิน 370,000 ล้านบาท ถ้าเราเลือกใช้วิธีการเปิดข้อมูลแล้วประเมินว่าประหยัดได้ร้อยละ 7.4 เราจะประหยัดได้ 26,000 ล้านบาท เมื่อรวมมาตรการก่อนหน้าก็ประหยัดรวมกันได้ประมาณ 1 แสนล้านบาท ทำได้ทันทีเพียงแค่แก้กฎกระทรวง และให้กรมบัญชีกลางเปิดเผยข้อมูลในระบบ โดยไม่ต้องรอให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แก้กฎหมายการจัดซื้อจัดจ้าง

Related Posts

Send this to a friend