POLITICS

‘ภคมน’ จี้ นายกฯ แสดงความกล้าหาญทางการเมือง ปมทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น

‘ภคมน’ จี้ นายกฯ แสดงความกล้าหาญทางการเมือง ปมทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ชี้ ต้องสาวให้ถึงต้นน้ำ อย่าให้จบแค่เด้งอธิบดี สถ. ถาม ‘อธิบดีกรมการปกครอง’ สายแข็งมาจากไหน เจอหลายข้อหาไม่เคยถูกเด้ง

วันนี้ (24 มิ.ย. 69) นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกระบวนการทุจริตข้อสอบท้องถิ่นว่า จากที่ติดตามการสัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีดูตกใจ และน่าจะเป็นคนเดียวในประเทศไทยที่ตกใจ หลังจากการเปิดขบวนการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นออกมา ขณะที่ประชาชนคนไทย หากไปอยู่ในโซเชียลมีเดีย ไม่มีใครตกใจเรื่องนี้เลย ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องที่ชาวบ้านและประชาชนรู้มานานแล้วหรือไม่ แต่ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้มีโอกาสทำงานเชิงรุก เมื่อมีการตรวจสอบ และเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ตามวัฒนธรรมก็มีการเด้งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) คนปัจจุบัน เพียงแต่ตอนนี้คิดว่าหากต้องการกวาดล้างการทุจริตครั้งนี้จริง ๆ น่าจะต้องทำตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพราะต้องย้อนกลับไปรอยต่อที่มีอธิบดีถึง 2 คนที่ถูกย้ายไป และคนสำคัญที่ลงนามในเอกสารการจัดการขั้นตอนการสอบข้าราชการท้องถิ่นครั้งนี้ คืออธิบดีกรมการปกครองที่ชื่อนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ซึ่งก็เป็นเจ้าของแชตข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ต้องสาวไปให้ถึงต้นตอ และตรวจสอบทั้งขบวนการ วันนี้อย่าให้คนปลายน้ำแค่รับกรรม หรือเป็นแค่คนที่ต้องมาบูชายัญ หรือต้องทำให้กระบวนการดูว่าการจัดการแล้วเพียงแค่การเด้งเท่านั้นแล้วจบ วันนี้คนที่ปฏิเสธไม่ได้คือคนที่มีลายมือชื่อในเอกสารสำคัญของขั้นตอนการจัดการการสอบครั้งนี้ด้วย

ส่วนมองว่าอธิบดีคนเก่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นางสาวภคมนกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการทุกคนที่เข้ามาอยู่ในตำแหน่ง เพราะทุกคนน่าจะต้องรับรู้รับทราบโดยอัตโนมัติว่าจะมีการตรวจสอบ แต่ว่าการทุจริตตอนนี้ ไม่ทราบได้ว่าใครทราบตื้นลึกแค่ไหน เพียงแต่วันนี้ พออยู่ในตำแหน่งท่านปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ที่สำคัญหากย้อนกลับไปที่อธิบดีกรมการปกครองก็ลงนามในเอกสาร ซึ่งตนเองได้ลงไปแล้วว่าเป็นการลงนามในเอกสารผู้ชนะการจัดสอบครั้งนี้ ซึ่งก็คือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอยู่ในกระบวนการ หากจะเด้งคนปลายน้ำแล้ว คิดว่าคนต้นน้ำและกลางน้ำก็ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบด้วยเช่นเดียวกัน

“เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตว่า ในวันนี้ ไม่ว่าเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เขาเด้งกันมาสองเด้งแล้ว สำหรับกระทรวงมหาดไทย ท่านอธิบดีนฤชา ยังอยู่ที่เดิม ไม่สะทกสะท้านเลย ดังนั้นคิดว่าวันนี้สังคมตั้งคำถามหนักเข้าไปอีกว่า แชตช่วยน้ำเงินด้วย ก็ยังไม่มีการจัดการ และเมื่อเป็นคนในกระบวนการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยหน้าที่ ก็ยังไม่ได้ถูกจัดการ จึงต้องตั้งคำถามว่า ท่านเป็นใครกันแน่ สายแข็งขนาดไหน ทำไมถึงไม่กระทบเลย ไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น” นางสาวภคมนกล่าว

ส่วนที่นายกรัฐมนตรียกเลิกผลสอบยกชุด เพราะจะมีการบรรจุข้าราชการ หลังพบขบวนการทุจริต มองว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดหรือไม่ นางสาวภคมนกล่าวว่า ต่อให้บอกว่าเป็นฝ่ายการเมืองที่อาจไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย แต่เป็นคำพูดที่ปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ไม่ได้ สุดท้ายแล้วการจัดการกระบวนการทุจริตครั้งใหญ่ของไทยในครั้งนี้ ต้องอาศัยความกล้าหาญทางการเมือง ซึ่งคนเดียวที่ต้องใช้คือ นายกรัฐมนตรี ที่จะทำให้เรื่องนี้มันกระจ่างแจ้งขึ้นมาว่าสุดท้ายแล้วสาเหตุอยู่ตรงไหน และทำให้สังคมรู้จริง ๆ สักทีว่านายกรัฐมนตรีเพิ่งรู้ครั้งแรกจริง ๆ ทั้งที่ประชาชนทั้งประเทศ ไม่มีใครเชื่อเลยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก คิดว่าเป็นขยะที่อยู่ใต้พรม ที่เป็นเรื่องใหญ่มานานแล้ว วันนี้อาศัยแค่ความกล้าหาญทางการเมืองของฝ่ายการเมืองเท่านั้น ว่าจะกล้าหาญจัดการกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้หรือไม่ ในวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดกับกระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรีหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้ ต่อให้บอกว่า ขยะเหล่านี้อยู่ใต้พรมก่อนที่จะรับหน้าที่ ย้ำว่า นายกรัฐมนตรีต้องแสดงความกล้าหาญทางการเมืองให้สาธารณชนเห็น รวมไปถึงเจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหาให้ประเทศนี้

Related Posts

Send this to a friend